วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสียงครวญจากไร่

โดย สะ-เล-เต

กลายเป็นประเด็นที่ถูกเมินมาหลายปีจากกระทรวงพาณิชย์ กรณีปล่อยให้นำเข้าข้าวสาลีและกากข้าวโพดเหลือจากการทำเอทานอล (DDGS) มาผลิตอาหารสัตว์มากเกินไป จนกระทบต่อเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไทย

กลางปีที่ผ่านมา ผู้ได้รับผลกระทบอดรนทนไม่ไหวจัดเวทีระดมความคิดเห็นผ่านสภาเกษตรกรแห่งชาติ นำข้อเสนอยื่นต่อนายกรัฐมนตรีไป ไม่ได้มีรีแอ็กชั่นใดๆตอบกลับจากกระทรวงพาณิชย์ แถมยังปล่อยให้นำเข้ากันได้แบบเสรีแบบไม่มีลิมิต ปล่อยให้เกษตรกรต้องร้องเพลงรอเคล้าน้ำตาต่อไป

ทั้งที่ภัยแล้งอันแสนสาหัสที่ผ่านมา เกษตรกรหลงดีใจตั้งความหวัง ช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดคงได้ขายของสักที สุดท้ายกลไกตลาดเป๋ไม่เป็นท่า ผลผลิตมีน้อยแต่กลับราคาถูก...แม้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์จะยังมีความต้องการ แต่กลับถูกแทนที่ด้วยข้าวสาลีนำเข้าและ DDGS แบบอันลิมิเต็ดนี่ยังไม่รวมการนำเข้ารำข้าวสาลีอัดเม็ดจากอินโดนีเซีย ที่มีถี่ขึ้นในระยะหลัง แทนที่จะใช้รำข้าวสารไทย

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1 กก.ยังไม่พอซื้อไข่ไก่ 1 ฟอง ส่วนมันสำปะหลังบางแห่งเหลือกิโลละไม่ถึงบาท

ด้วยเหตุนี้วันก่อนเวทีสัมมนา “ฝ่าวิกฤติปัญหาเสถียรภาพราคาสินค้าพืชเศรษฐกิจหลักของไทย” โดยสภาเกษตรฯจึงได้ถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้ง...หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ส่งตัวแทนระดับหัวเข้าร่วมตลอดงาน

ยกเว้นหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์...พูดเสร็จ หนีกลับ ทั้งที่เป็นคู่กรณีโดยตรง

งานนี้เดือดถึงขนาดเรียกร้องให้ท่านผู้นำใช้อำนาจ ม.44 ปลด รมว.พาณิชย์ แถมออกอาการครั่นเนื้อครั่นตัวอยากแสดงพลัง...ยิ่งยกเลิกพลเรือนขึ้นศาลทหารแล้ว อะไรก็เกิดขึ้น ถ้าเหลืออดจริงๆ

เกษตรกรคาใจ เหตุใดไม่มีใครกล้ายุ่งเรื่องนำเข้าตรงนี้เลย หรือมีอะไรจุกที่คอระดับบิ๊กกระทรวง ตั้งแต่ระดับหัวหน้า อธิบดี ยันรัฐมนตรี

ฤาดวงตาท่านเห็นหน้าอันสิ้นหวังของเกษตรกร แต่มือยังคงพาดห้อยลงใต้โต๊ะ เก็บอะไรเข้ากระเป๋ารึเปล่า...เขาแค่ตั้งข้อสงสัยไปงั้นๆ.

สะ–เล–เต

20 ก.ย. 2559 12:28 ไทยรัฐ