วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เบตง' น่าอยู่ คนยะลา น่ารัก นทท.แห่เช็กอิน เงินสะพัดกว่าพันล้าน!

ดั่งสวรรค์สร้าง! อ.เบตง ประกาศปลอดภัย นทท.ต่างชาติแห่เช็กอินทะลัก เม็ดเงินสะพัดพันกว่าล้านต่อปี ผู้ว่าฯ เปิดงานของดีผลไม้เมืองยะลา โชว์แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติรอบเมือง ประธานหอการค้า อ้อนรัฐฯ เร่งสร้างสนามบิน ผลักดันถนน 410 และสถานที่ความสวยงามธรรมชาติสร้าง แหล่งรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในประเทศไทย

"พี่มายะลาไม่ต้องกลัวนะครับ ชาวบ้านที่นี่ยินดีต้อนรับทุกคน อยากให้คนไทยมาเที่ยวเยอะๆ มาดูความสวยงามของจังหวัดยะลา ผมไม่อยากให้คนไทยในจังหวัดอื่นๆ คิดว่ายะลาน่ากลัว พวกเราน่ารักครับ อย่าตัดขาดพวกเราจากจังหวัดอื่นๆนะครับ " หนุ่มชาวไทย-มุสลิม พูดกับผู้เขียน ซึ่งไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัวมาก่อน

เหตุการณ์รุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยังคงคุกรุ่นอยู่เป็นระลอกๆ ปัญหากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ คอยสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ต่อเนื่องยาวนาน 10 กว่าปี ส่งผลเสียหายต่อความเป็นอยู่ของชาวไทยพุทธ และชาวไทย - มุสลิม กระทบเศรษฐกิจขยายวงกว้าง สร้างความไม่มั่นใจให้แก่นักลงทุน การเติบโตของบ้านเมืองชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดในบางพื้นที่ อาจสร้างความหวาดหวั่นไม่มั่นใจให้แก่ผู้มาเยือน ขณะเดียวกันสภาพจิตใจของพลเมืองใน 3 จังหวัด เข้มแข็งเด็ดเดี่ยว สู้ไม่ถอย ใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติสุข ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส อัธยาศัยดี มีน้ำใจ ทั่วทุกมุมเมือง โดยเฉพาะคนใน จังหวัดยะลา ทั้งชาวไทย - มุสลิม อ่อนน้อมน่ารัก สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน 

ข่าวคราวเหตุร้ายสร้างสถานการณ์ป่วนเมือง ไม่ได้บั่นทอนความมุ่งมั่นของนักท่องเที่ยวจากประเทศสิงคโปร์ - มาเลเซีย เดินทางเข้าชื่นชมความงามแหล่งธรรมชาติในจังหวัดยะลา โดยเฉพาะอำเภอเบตง จุดศูนย์รวมความเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่น ดึงดูดผู้มาเยือนตลอดทั้งปี ทำให้อำเภอเบตง จังหวัดยะลา กลายเป็นเมืองที่ทำรายได้จากการท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของภาคใต้ 

ส้นทางจากอำเภอเมือง จังหวัดยะลา มุ่งหน้าสู่อำเภอเบตง เขตพื้นที่ใต้สุดแดนสยาม คณะสื่อมวลชนจากกรุงเทพมหานคร เดินทางโดยรถยนต์ระยะทางประมาณ 121 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 02.25 นาที ผ่านถนนหนทางคดเคี้ยว-เลี้ยวโค้ง หลายตลบ กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางยังอำเภอเบตง เมืองเล็กๆ ดั่งสวรรค์สร้าง นาทีแรกที่รถยนต์มุ่งหน้าเข้าสู่เขตอำเภอเบตง บรรยากาศสองข้างทางสะกดทุกสายตา มนต์เสน่ห์ตัวเมืองติดเขตชายแดน ผังเมืองเป็นระเบียบท่ามกลางขุนเขาทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ทุกสัดส่วน ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆว่า "อ.เบตง จ.ยะลา สวยยิ่งกว่าจังหวัดไหนๆ ในประเทศไทยจริงๆ" เพราะอะไรคุณถึงต้องมาเที่ยวเบตง เพราะอะไรทำไมใครๆถึงรักเมืองยะลา ?

เพราะ เบตง ไม่ได้มีแค่ "ติ่มซำ กับ ข้าวมันไก่"  เอกลักษณ์โดดเด่น ในหลายด้านของอำเภอเบตง เชื่อว่าถูกนำเสนอสู่สายตาคนในประเทศไทยไปบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย, หอนาฬิกาเบตง แลนด์มาร์คสำคัญ, อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ มีแบ็กกราวด์เป็นพิพิธภัณฑ์เมืองเบตง, โครงการไม้ดอกเมืองหนาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ, ซุ้มประตูทางเข้าอุโมงค์ปิยะมิตร, เจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ วัดพุทธาธิวาส รวมไปถึง ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง (อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเบตง) ฯลฯ ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางเมืองแห่งขุนเขา สวยงามตระการตา

เพราะคนไทยคิดไปเองว่า ไม่ปลอดภัย จึงไม่กล้ามาเยือน  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาแบบไม่ขาดสาย ปีละประมาณ 250,000 คน ทำรายได้กว่าพันล้านต่อปี เนื่องจากเมืองเบตงมีพื้นที่ชายแดนติดเมืองเศรษฐกิจของประเทศมาเลเซีย เช่น ปีนัง และเปรัค ชุมชนในอำเภอเบตงมีความเข้มแข็งสามัคคี มีอัตลักษณ์ในความเป็นพหุสังคมสูง มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามตามกระแสนิยมในเชิงนิเวศ อีกทั้งเบตง ยังเป็นอำเภอที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบต่ำมากที่สุด เพียงร้อยละ 1 เปอร์เซ็นต์ หรือแทบไม่มีเกิดขึ้นเลย 

เพราะคนใต้จังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาพิสูจน์แล้ว ปลอดภัยจริ เห็นได้ชัดเจนว่า ประชาชนที่มีถิ่นฐานบ้านเกิดอยู่ในภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็น สงขลา, สตูล, พัทลุง, สุราษฎร์ธานี, กระบี่, พังงา, ระนอง ฯลฯ ต่างใช้เวลาว่างในช่วงวันหยุดยาว มุ่งตรงมาสัมผัสความงามที่อำเภอเบตงอย่างไม่ขาดสาย วัดได้จากยอดจองโรงแรมที่พักต่างๆ ในตัวเมืองเบตง ยืนยันการันตีได้อย่างชัดเจนว่า ความสวยงาม ณ ดินแดนแห่งนี้ ดึงดูดนักท่องเที่ยวในละแวกใกล้เคียง เพราะทุกคนรู้ว่าที่นี่ปลอดภัย

เพราะตำรวจ - ทหาร อาสาสมัคร เดินตรวจทุกจุดตลอด 24 ชม.  เรียกได้ว่าการใช้ชีวิตท่องเที่ยวในอำเภอเบตงของคุณ จะอยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่ตามจุดต่างๆ นายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้สั่งการจัดระเบียบเจ้าหน้าที่เวรยาม ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวอย่างดีที่สุด เน้นอาสาสมัครที่สามารถพูดสื่อสารได้หลายภาษา โดยทั้งหมดผ่านการอบรมหลักสูตรมาเป็นอย่างดี เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวภายในอำเภอเบตง จ.ยะลา

เพราะอาหารการกินอร่อยเลิศรส ไม่มีอาหารจานไหนในเบตงไม่อร่อย โดยเฉพาะของดีขึ้นชื่ออันดับหนึ่งอย่าง "ไก่สับเบตง" เนื้อแน่น นุ่ม ไม่เปื่อยยุ่ย แถมยังมีความหวานอยู่ในตัวเอง, "หมี่เบตง" ที่มีจุดเด่นตรงความเหนียวนุ่ม ผัดแล้วเส้นไม่ขาด หากินง่าย เป็นของฝากน่าซื้อ, "ผักน้ำ" ลักษณะคล้ายผักชีล้อม ลำต้นมีลักษณะอวบน้ำ ชอบขึ้นในที่ที่มีอากาศเย็น นิยมนำมาประกอบอาหารหลายอย่าง, "ติ่มซำ" อาหารโปรดนักท่องเที่ยวชาวไทย-มาเลย์ อีกหนึ่งเมนูสุดยอดความอร่อยที่ห้ามพลาด, "โรตี" หน้าหอนาฬิกาเบตง แห้งเหนียวนุ่ม ทอดกรอบๆ ฟินไป 3 โลก 7 โลก ใส่กล้วย ใส่ไข่ตามแต่ใจจะสั่ง, "จำปาดะ" คล้ายกับกล้วยทอดเผือกทอด แต่อร่อยกว่า กินได้ทั้งเมล็ด ทั้งเนื้อ หอมหวาน อาหารเพิ่มน้ำหนักชั้นดี ฯลฯ

เพราะมีผลไม้นานาชนิด ให้กินตลอดปี  ผลไม้คุณภาพดี โดยชาวสวนในจังหวัดยะลาไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน, เงาะ, ลองกอง, มังคุด, ส้ม ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นผลผลิตสร้างชื่อ ส่งออกทั้งในและต่างประเทศ ทำรายได้มหาศาลต่อปี โดยเฉพาะทุเรียน นำมาแปรรูปเป็นทุเรียนทอดกรอบ ถือเป็นโอทอปชั้นดี ส่งออกขายต่างประเทศ สร้างเม็ดเงินเข้าไทย โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา จังหวัดยะลาได้จัดงานเทศกาลมหกรรมผลไม้และของดีเมืองยะลาประจำปี 2559 อย่างยิ่งใหญ่อลังการ 

งานได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 18 กันยายน 2559 เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การส่งเสริมการตลาดผลไม้ของจังหวัดยะลา ทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมของจังหวัดยะลาดีขึ้น ส่งผลดีต่อราคาผลไม้และรายได้ของเกษตรกร และประชาชนทุกสาขาอาชีพ ผลไม้ที่มีชื่อเสียง และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดยะลา 

เพราะยางพารา สินค้าทำรายได้มหาศาล กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่ส่งออกทำรายได้ดีที่สุดในจังหวัดยะลา ด้วยจำนวนการส่งออก ส่งตลาดต่างประเทศ ทางด่านเบตง มีจำนวนมากกว่าด่านชายแดนอื่นๆ ในภาคใต้ถึง 5 เท่าตัว ด้วยน้ำยางที่มีคุณภาพ การร่วมมือผลักดันของทุกภาคส่วน ส่งผลให้เป็นหนึ่งในด้านการส่งออกยางพารามาตลอดระยะเวลาหลายปี

เพราะคนยะลาน่ารักมาก  เวลาประมาณ 2 ทุ่มตรงในตัวเมืองยะลา ระหว่างที่ผู้เขียนกำลังวุ่นวายอยู่กับการหาซื้อของใช้ส่วนตัว มองเห็นชายหญิงมุสลิมคู่หนึ่งกำลังจอดรถมอเตอร์ไซค์ข้างถนน จึงได้รีบปรี่เข้าไปถามหาว่าจะซื้อสิ่งของเหล่านี้ได้ที่ไหน ชายมุสลิมรีบอาสาพาซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ไปซื้อของ โดยที่แฟนสาวของเขายืนรออยู่ ณ จุดเดิม หลังทำธุระเสร็จเขาขี่มาส่ง ก่อนจะรับแฟนสาวกลับ ชายมุสลิมพูดกับผู้เขียนโดยที่เราไม่รู้จักกันมาก่อนว่า

"พี่มายะลาไม่ต้องกลัวนะครับ ชาวบ้านที่นี่ยินดีต้อนรับทุกคน อยากให้คนไทยมาเที่ยวเยอะๆ มาดูความสวยงามของจังหวัดยะลา ผมไม่อยากให้คนไทยในจังหวัดอื่นๆ คิดว่ายะลาน่ากลัว พวกเราน่ารักครับ อย่าตัดขาดพวกเราจากจังหวัดอื่นๆ นะครับ "  

ได้ฟังแค่นี้ผู้เขียนก็รู้สึกประทับใจในคำพูด ประทับใจในคนยะลา รู้สึกได้เลยว่าเขาอยากให้พวกเรามาเที่ยว มาเยี่ยมชมความงามที่บ้านเกิดของเขา เค้าไม่อยากโดดเดี่ยวในเมืองที่ใครหลายคนเข้าใจว่า มันอันตราย เมืองที่ใครๆก็ไม่อยากจะมา 

สำหรับสิ่งที่นำเสนอมาข้างต้นนี้ ไม่ใช่ทั้งหมดของเมืองเบตง รายละเอียดปลีกย่อย มุมเมืองน่ารักของอำเภอเล็กๆ ยังรอการไปเยือนของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ รอยยิ้มของผู้คน ความสดใส มีน้ำใจกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สภาพอากาศสดชื่นในยามเช้า มีเมฆหมอกปกคลุมในเวลาพลบค่ำตะวันยอแสง บรรยากาศสร้างความทรงจำที่งดงาม ทำให้ใครหลายคนที่เคยไปเยือนมาแล้ว อยากจะไปซ้ำอีกหลายๆ ครั้ง 

ด้านนายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ตัวท่านเองไม่ได้มีพื้นเพเป็นชาวปักษ์ใต้ แต่ได้รับราชการอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้หลายปี และรู้สึกมีความผูกพันกับจังหวัดยะลามากที่สุด ผู้คนที่นี่มีความน่ารัก ปัญหาในพื้นที่ที่เกิดจากการกระทำของชาวบ้านทั้งชาวไทย - มุสลิม เหตุอาชญากรรมต่างๆ แทบไม่มีเกิดขึ้นเลย เว้นแต่เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นบ้างในบางพื้นที่ 

"ครั้งแรกที่ผมได้ไปเยือนอำเภอเบตง จ.ยะลา มีความประทับใจ หลงรักในอำเภอเล็กๆ แห่งนี้เหมือนที่ทุกๆ คนหลงรัก ผมไม่ได้เยินยอจังหวัดที่ตัวเองเป็นผู้ว่าราชการอยู่ แต่มันคือความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงๆ และไม่ใช่เพียงแค่กับผมคนเดียว โดยเฉพาะอำเภอเบตง เป็นอำเภอที่มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี มีผังเมืองสวยงาม ประติมากรรมมากมายผสมผสานกันอย่างลงตัว จึงไม่น่าแปลกใจนัก ที่ใครๆ ต่างพูดถึงความงดงามของที่นี่ ในขณะที่หลายคนอาจไม่ทราบ และไม่รู้ หลายคนคิดว่าดินแดนแห่งนี้น่ากลัว ผมขอรับรองว่า ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด มาเที่ยวเถอะครับ มาชมบรรยากาศใต้สุดเมืองสยาม ความงามของอำเภอเบตง แล้วคุณจะรู้สึกเหมือนที่ทุกคนรู้สึก" ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าว

นายดลเดช กล่าวต่อว่า ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่แค่เพียงอำเภอเบตงที่ทรงคุณค่าความสวยงาม เพราะสถานที่ท่องเที่ยวในหลายอำเภอในเขตจังหวัดยะลา มีความโดดเด่นสวยงามแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น เขตพื้นที่ อ.ธารโต, อ.บันนังสตา, อ.รามัน, อ.ยะหา, อ.กรงปินัง, อ.กาบัง รวมไปถึง อำเภอเมือง ล้วนแล้วแต่มีความสวยงามที่ประวัติศาสตร์ รอให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชม 

"ผมยกตัวอย่างคร่าวๆ เพียงบางสถานที่ เช่น ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง, เขื่อนบางลาง, น้ำตกธารโต, ทะเลสาบป่าฮาลา-บาลา, คูหาภิมุข, สวนขวัญเมือง, น้ำตกบูเก๊ะปิโล, ถ้ำกระแชง, หมู่บ้านซาไก และด่านชายแดน ฯลฯ ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นความสวยงามที่ธรรมชาติสร้าง รอทุกๆ ท่านมาเช็กอินตลอดทั้งปี อย่าหวั่นว่าจะเกิดภัยอันตราย อย่าทำให้เหตุการณ์ความไม่สงบเป็นตัวชี้วัดแบ่งแยก ตัดพวกเราออกขาดจากจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศไทย มาเที่ยวเถอะครับ มาเยี่ยมชมความงามของด้ามขวานไทย ค่าครองชีพที่นี่ไม่สูง ที่พัก อาหาร ร้านค้า ทางจังหวัดได้มีการจัดอบรมผู้ประกอบการให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน" นายดลเดช กล่าว 


ขณะที่ นายกันต์พงษ์ ลิ่มกาญจนา ประธานหอการค้า จ.ยะลา ให้ข้อมูลด้านโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง จ.ยะลา ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอลงนามความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับผู้รับสัมปทานการก่อสร้าง หวังรัฐบาลเร่งผลักดันการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ ซึ่งขณะนี้หลายฝ่ายต้องการให้สนามบินเปิดให้บริการได้โดยเร็ว เพราะจะเป็นประโยชน์ด้านการค้า การลงทุน เนื่องจากขณะนี้ มีชาวมาเลเซียมาลงทุนในธุรกิจด้านการโรงแรมไว้รองรับนักท่องเที่ยวของมาเลเซีย ที่จะเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย

"นอกจากนี้ ในส่วนของนักลงทุนจากอินโดนีเซีย ก็สนใจมาลงทุนในธุรกิจด้านการเกษตรในไทยเช่นกัน แต่ยังติดขัดในข้อกฎหมาย และระเบียบต่างๆ ระหว่างกัน โดยยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ กงสุลอินโดนีเซีย ได้มาหารือเกี่ยวกับการขยายความร่วมมือด้านการค้า การลงทุนระหว่างไทยและอินโดนีเซียด้วย แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ทั้งนี้ หากสามารถเปิดใช้สนามบินเบตงได้ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3 แสนคน เป็น 6 - 7 แสนคนต่อปี" นายกันต์พงษ์ กล่าว


ขณะที่ นายสกุล เล็งลัคน์กุล รองประธานสภาหอการค้าจังหวัดยะลา กล่าวว่า อยากให้ภาครัฐเร่งผลักดันโครงการพัฒนาถนนสาย 410 ยะลา-เบตง เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะยางพาราที่เป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของเบตงไปยังท่าเรือปีนัง ซึ่งเส้นทางดังกล่าวมีระยะทางกว่า 80 กิโลเมตร เนื่องจากการส่งออกยางพาราของ อ.เบตง มีมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านบาทต่อปี ซึ่งหากสามารถผลักดันโครงการดังกล่าวได้สำเร็จ จะทำให้รถบรรทุกขนาดใหญ่สามารถผ่านเส้นทางเพื่อนำยางพาราไปส่งยังท่าเรือปีนังได้

"ขณะเดียวกันผู้ประกอบการยางพารา ทั้งจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดปัตตานี ไม่ต้องขนส่งสินค้าออกไปผ่านด่านสะเดา และสามารถขนส่งสินค้าผ่านทางด่านเบตงได้ ซึ่งจะสามารถช่วยลดระยะเวลาในการส่งออกได้ ผมอยากให้ภาครัฐอำนวยความสะดวกในส่วนของขั้นตอนและพิธีทางศุลกากร ให้กับผู้ประกอบการที่ขนส่งสินค้าและนักท่องเที่ยว เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ายังมีปัญหาในเรื่องความล่าช้า และขั้นตอนทางเอกสารที่ค่อนข้างยุ่งยาก ซึ่งหากสามารถลดขั้นตอนดังกล่าวได้ จะผลักดันให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในจังหวัดยะลาเจริญเติบโตและคล่องตัวมากขึ้น" นายสกุล กล่าว 

ทางผู้เขียนเอง มีความประทับใจในจังหวัดยะลา ตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเยือนเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว อำเภอเบตง จึงกลายเป็น สถานที่สุดประทับใจยาวนานจวบจนวันนี้ แม้กระทั่งคณะสื่อมวลชนบางท่านที่เคยไปเยือนเมืองยะลาเป็นครั้งแรก ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สวยงามตรึงใจ .... ไม่ว่าใครก็ตาม เป็นอันต้องมนต์ความงดงามเหนือชั้นประเทศดังๆ ในแถบเอเชียเกือบทุกประเทศ "ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ให้อยากไปเที่ยว"  "ไม่รู้จะพูดอย่างไร ให้หายพะวงเรื่องเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่"  เอาเป็นว่าขอฝากสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดยะลา ไว้เป็นตัวเลือกในการไปท่องเที่ยวสำหรับวันหยุดยาวของใครหลายๆ คนครั้งหน้า 

"ใต้สุดแดนสยาม ความงามของอำเภอเบตง" เที่ยวทั่วไทย ไม่ไปไม่รู้ แต่ถ้าได้มาเที่ยว "เบตง" สักครั้ง คุณจะรู้ว่า ทำไมใครๆ ถึงหลงรักปักใจ จนลืมไม่ลง... สำหรับในตอนต่อไป ผู้เขียนจะนำเสนอเรื่องราวแหล่งเศรษฐกิจ รายได้มหาศาลจากเกษตรกรส่งออกยางพารา สวนส้มปริญญาตรีเกษตรศาสตร์ และการผลักดันให้เกิดสนามบินเบตง ซึ่งทางรัฐบาลกำลังจะมีโครงการก่อสร้างในอนาคตอันใกล้นี้ 


ขอบคุณภาพประกอบข่าวบางส่วนจาก : ป๋า เรารักเบตง

ดั่งสวรรค์สร้าง! อ.เบตง ประกาศปลอดภัย นทท.ต่างชาติแห่เช็กอินทะลัก เม็ดเงินสะพัดพันกว่าล้านต่อปี ผู้ว่าฯ เปิดงานของดีผลไม้เมืองยะลา โชว์แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติรอบเมือง ประธานหอการค้าอ้อนรัฐฯ เร่งสร้างสนามบิน - ผลักดันถนน 410 20 ก.ย. 2559 07:38 ไทยรัฐ