วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.ท่องเที่ยวยันไม่จับ บ.ทัวร์ 386 แห่งที่ใช้บริการเครือโอเอทรานสปอร์ต

ตร.ท่องเที่ยวยืนยันไม่จับบริษัททัวร์ 386 บริษัท ตามที่มีข่าวลือ ขอเพียงให้ทำธุรกิจถูกกฎหมาย ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว เสียภาษีถูกต้อง ไม่ใช่ทำธุรกิจพันล้านเสียภาษีแสนเดียว เผยเคยมีบริษัทนอมินีขนเงินออกนอกประเทศไป 200 ล้านบาท อายัดได้ทัน 187 ล้านบาท ชี้เงินออกไปแล้วไม่เคยกลับมาไทย ส่วนการสอบสวนขยายผลเครือบริษัทโอเอ ขอเวลาอีก 2 สัปดาห์

เมื่อวันที่ 19 ก.ย.59 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเจ้าภาพจัดเสวนาระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมจัดการปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญและสร้างความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัล เวิล์ด โดยมีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว (ผบ.ทท.) น.ส.วรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (แอตต้า) นายรณรงค์ ชีวินสิริอำนวย นายกสมาคมท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน และผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวอีกจำนวน 200 คนเข้าร่วม

สำหรับประเด็นใหญ่ที่หารือกันครั้งนี้ คือเรื่องของความหวาดกลัวของบริษัททัวร์ที่เคยใช้บริการเช่ารถบัสของบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด และนำนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการร้านขายสินค้าต่างๆ ของเครือโอเอ จะถูกพ่วงความผิดด้วยหรือไม่ เนื่องจากมีข่าวระบุออกมาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมดำเนินการกับอีก 386 บริษัท ที่เป็นเครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญในเรื่องนี้

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ได้ชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกันว่า ไม่ทราบว่าข่าวนี้ออกมาจากที่ไหน ข้อเท็จจริงในขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำไปตามหลักฐานที่มี โดยปัจจุบัน ได้ดำเนินคดีและแจ้งข้อกล่าวหากับ 5-6 บริษัทไปแล้ว ได้แก่ บริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด บริษัท ซินหยวน ทราเวล จำกัด บริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด และบริษัทในเครืออีก 4 แห่ง ซึ่งจะมีการขยายผลต่อไป โดยสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา หากขยายผลไปแล้วพบว่ามีบริษัทใดผิดในเรื่องของการฟอกเงิน หรือเป็นนอมินี หรือผิดตามฐานกฎหมายอื่น ก็ต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด คาดว่าในอีก 2 สัปดาห์กว่าจะได้ข้อสรุป และขอย้ำว่ายังไม่มีการจับกุมไปมากกว่านี้ และไม่เกี่ยวข้องกับ 386 บริษัททัวร์ ที่ไปใช้บริการบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต ส่วนที่บริษัททัวร์สงสัยกันว่าทำธุรกิจแบบไหนถูกแบบไหนผิด ตนได้ให้เบอร์โทรศัพท์มือถือของตนเองไปแล้ว ให้สอบถามได้โดยตรงจะได้ไม่มีปัญหาพูดไม่เหมือนกันหรือเข้าใจผิดอีก

"ขอให้บริษัททัวร์ทำธุรกิจไปได้ตามปกติ ขายทัวร์ในราคาสมเหตุสมผล ไม่ต่ำกว่าต้นทุน ไม่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ไม่ฉวยโอกาส ซึ่งในทางปฏิบัตินั้นความจริงแล้วบริษัททัวร์ย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าการปฏิบัติแบบไหนเป็นไปตามกฎหมาย ขณะที่การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่เรียกมาแนะนำ ให้มีการปรับปรุง หากไม่ทำตามถึงจะจับกุมดำเนินคดี จึงขอให้เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ไม่ต้องกังวลว่าตำรวจท่องเที่ยวจะจับโดยไม่มีความผิด ทุกอย่างต้องอยู่บนหลัก ของกฎหมาย และไม่ต้องกังวล ขอเพียงทำธุรกิจให้ถูกต้อง มีการเสียภาษีถูกต้อง ไม่ใช่ทำธุรกิจกันเป็นพันล้าน แต่เสียภาษีแค่ปีละ 1 แสนบาท เท่ากับเป็นกระบวนการฟอกเงิน ซึ่งที่ผ่านมาเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ผมไม่อยากเอ่ยชื่อบริษัทที่เป็นนอมินีใช้ชื่อของคนไทยจดทะเบียน แต่ไม่มีคนไทยทำงานเลย มีเงินอยู่ 300 กว่าล้านบาท ขนเงินหนีออกนอกประเทศไป 200 ล้านบาท อายัดได้ทัน 187 ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ชี้ให้เห็นชัดว่าเงินที่ออกไปแล้วไม่เคยกลับมาประเทศไทยเลย"

ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า การปฏิบัติงานในระยะต่อไป จะตั้งคณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อดูแลราคาขายและการประกอบการให้เป็นไปตามนโยบายภาครัฐที่ว่าด้วยการห้ามขายทัวร์ต่ำกว่าราคาทุน หากผู้ประกอบการใดยังดำเนินการนอกเหนือจากกรอบที่ตกลง จะเชิญมาเพื่อแสดงหลักฐานในการดำเนินการว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ หากผิดกฎหมายจะให้ฝ่ายปราบปรามดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ทางภาครัฐจะมองข้ามอดีตและเริ่มต้นด้วยการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการทุกท่านจะต้องให้สัญญาว่าจะไม่กลับไปทำทัวร์ที่ไม่มีคุณภาพอีกต่อไป และเข้าสู่ระบบภาษีที่โปร่งใสตรวจสอบได้ตามกฎหมายภาษีอากร และภาครัฐจะเปิดหลักสูตรเร่งรัดผู้ประกอบการทุกฝ่ายแบบเร่งด่วนในการดำเนินตามกฎหมายภาษีอากรในการทำระบบบัญชีในธุรกิจนำเที่ยวและที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ผู้ประกอบการจะต้องใช้มัคคุเทศก์ที่มีบัตรถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น นอกจากนี้ มาตรการด้านการตลาด เพื่อสร้างแบรนด์และราคาในการจดจำภาพลักษณ์ใหม่ของมาตรฐานทัวร์ไทย กรมการท่องเที่ยวจะร่วมกับสายการบินและโรงแรม พร้อมเอเย่นต์ทำแพ็กเกจทัวร์คุณภาพ โดยใช้กลไกของกรมการท่องเที่ยวตราช้างชูงวง เข้ามาวางแผน กำกับมาตรฐานการบริการที่มีคุณภาพและราคา

น.ส.วรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ อยู่ระหว่างการต้อนรับนายเผิง จื้อไค ผู้อำนวยการทั่วไปองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติจีน (ซีเอ็นทีเอ) ที่เดินทางมาพร้อมคณะเพื่อร่วมลงนามในเอ็มโอยูกับไทย และระหว่างนี้ได้ถือโอกาสตรวจเยี่ยมแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมเมื่อเดินทางมาไทย และได้รับคำยืนยันจากซีเอ็นทีเอว่า เห็นด้วยกับรัฐบาลไทยที่วางมาตรการการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ

ทั้งนี้เพราะเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับแนวคิดของรัฐบาลจีนที่ดำเนินการก่อนหน้านี้ และจนถึงปัจจุบันมีการขึ้นบัญชีดำ (แบล็คลิสต์) บริษัทนำเที่ยวที่ทำธุรกิจไม่ถูกต้องและมีปัญหาด้านบริการคุณภาพแล้วกว่า 3,500 ราย ซึ่งรายชื่อดังกล่าวสามารถตรวจสอบได้ทางเว็บไซต์ เพื่อเป็นข้อมูลให้กับคู่ค้าบริษัทในไทยได้รับทราบ และต่อไปเมื่อการตรวจสอบของไทยมีความคืบหน้า ก็จะจัดทำเป็นบัญชีข้อมูลให้กับจีนทราบถึงบริษัทที่ดำเนินการอย่างไม่ถูกต้องเช่นกัน.

ตร.ท่องเที่ยวยืนยันไม่จับบริษัททัวร์ 386 บริษัท ตามที่มีข่าวลือ ขอเพียงให้ทำธุรกิจถูกกฎหมาย ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว เสียภาษีถูกต้อง ไม่ใช่ทำธุรกิจพันล้านเสียภาษีแสนเดียว 19 ก.ย. 2559 20:11 19 ก.ย. 2559 21:04 ไทยรัฐ