วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผีผสมธรรมส่ง อาปัติ ชิงออสการ์

เริ่มคึกคัก รอลุ้นได้ หนังไทยจะพุ่งไกลในเวทีระดับโลกได้หรือไม่ ในที่สุด สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ก็ได้พิจารณาคัดเลือกเรื่อง อาปัติ หนังสยองมีธรรมกระตุกต่อมคิดสำนึกผิดชอบชั่วดี เป็นตัวแทนหนังไทย เพื่อไปชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 89 ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม (Best Foreign Language Film Award) ปีนี้มีคณะกรรมการแต่งตั้งจำนวน 8 ท่าน โดยมีหนังที่เข้าชิงรอบสุดท้ายอีก 4 เรื่องคือ เทริด, มหาสมุทรและสุสาน, ธุดงควัตร, Snap แค่...ได้คิดถึง ซึ่ง อาปัติได้รับคะแนนเป็นเสียงข้างมากชนะไปได้

อาจารย์เอ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะกรรมการคัดเลือกในครั้งนี้ กล่าวกับบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ "คณะกรรมการของเราประชุมพิจารณา จากเงื่อนไขของออสการ์ ที่ต้องการเห็นหนังภาษาต่างประเทศที่สามารถแสดงเรื่องราววัฒนธรรมวิถีชีวิตของประเทศต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ มีศิลปะของการภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าศึกษา ประธานพิจารณาออสการ์สาขานี้ มักมาจากนักเขียนบทชื่อดังซึ่งแน่นอนว่า บทประเภทย่อยง่ายหรือตลาดๆ ดาดๆ คงไม่ใช่สิ่งที่เค้าค้นหา และหนังที่ส่งเข้าไปชิง ต้องเข้าฉายระหว่างตุลาที่แล้วถึงตุลานี้ ซึ่งจะต่างจากเงื่อนเวลาของรางวัลออสการ์หนังฝรั่งสาขาปกติ ที่จะใช้ปีปฏิทินกำหนด คือหนังที่เข้าฉาย 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ของแต่ละปี

"ดังนั้นด้วยเงื่อนเวลาดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการคัดเลือกฝ่ายไทย ก็ต้องเอาหนังไทยตามเงื่อนเวลาข้างต้นมาดูและอภิปรายค้นหาจุดเด่นของหนัง ที่น่าจะเข้าตากรรมการของออสการ์สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศ โดยค่อยๆ อภิปรายทำรายชื่อหนังจนเหลือ 10 เรื่อง และ 5 เรื่อง และจนเหลือ 2 เรื่องสุดท้าย

"หนังเรื่องอาปัติ มีพล็อตเรื่องที่ไม่จำเจ สะท้อนแง่มุมและวิถีทางความคิดทั้งมุมที่คนไทย และชาวต่างประเทศพอจะรู้จักอยู่บ้าง กับบางสิ่งที่คาดไม่ถึง แปลว่ามีรสชาติ ได้อรรถรสแบบหนังที่น่าติดตาม การถ่ายทำประณีต ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ถึง 6 สาขาจาก 16 สาขา ตั้งแต่ลำดับภาพ เทคนิคถ่ายทำ บันทึกเสียง แต่งหน้า นักแสดงประกอบหญิง นักแสดงนำหญิง และเป็นหนึ่งในห้าเรื่องสุดท้าย ที่เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของสุพรรณหงส์ในปีที่ผ่านมา

"แม้หนังเรื่องนี้จะถูกวิพากษ์ก่อนเข้าฉาย ว่าอาจมีฉากที่อ่อนไหว แต่เมื่อผ่านการออกฉายไปแล้ว ก็พบว่าเสียงที่เคยห่วงใยก็เปลี่ยนเป็นเข้าใจ เพราะเมื่อได้ดูตลอดครบจนจบทั้งเรื่องแล้ว กลับได้คุณค่าที่น่าจดจำประทับใจ โดยส่วนตัวแล้วผม ก็เห็นพ้องกับกรรมการที่พิจารณาครับ เวลาดูหนังวิจารณ์หนัง 1.ควรดูให้จบเรื่องก่อน อย่าเอาสิ่งที่เขาใช้ทำฉากโฆษณาเพียงบางฉากบางตอนมาตัดสินหนังทั้งเรื่องทั้งที่ยังไม่ได้ดูจนจบ 2.เปิดใจกว้างๆ ให้ลองได้สัมผัสซึมซับสาระใหญ่น้อย ที่ผู้สร้างผู้กำกับ ผู้แสดงกำลังบอกเล่า ว่าเขาเล่าได้น่าสนใจไหม และอาจดูด้วยว่าตอนจบ คนทำกรรมก็รับกรรมอย่างไร เพราะอะไร ซึ่งวิธีค้นหาแบบอันหลังนี้ ดูจะแนวสังคมเอเชียหน่อยๆ นะครับ

"ส่วนเรื่องที่ว่าหนังของไทยรอบนี้ จะได้เข้ารอบ 1 ใน 5 ที่ออสการ์หรือไม่นั้น คงยังเร็วไปที่จะคาด เพราะยังไม่มีใครในโลกนี้ ที่จะทราบหนังทั้งหมด ว่าประเทศใดจะส่งหนังเรื่องไหนไปเข้าประกวด จึงไม่รู้ว่าคู่แข่งคู่เทียบมีเรื่องอะไรบ้าง แต่เชื่อว่าหนังเรา อาปัติเรื่องนี้ไม่น้อยหน้าใคร มีความโดดเด่นน่าค้นหา มีเสน่ห์ทีเดียวครับ หนังต่างประเทศที่เราดูๆ กันและเห็นว่ายิ่งใหญ่ก็มีมุมที่คมคายต่อการค้นหา ทั้งต่อจิตวิญญาณและศรัทธา ต่อความรู้ประวัติศาสตร์ ต่ออำนาจของสังคมของเขามามากมายหลายต่อหลายเรื่อง แต่หนังที่ดีต้องทำให้คนดูรู้คิด รู้เปรียบเทียบและรู้ธรรมตามสมควร

"เรามาช่วยกันติดตามดูว่า หนังเรื่องอาปัตินี้ จะช่วยทำให้วงการสากลรู้จักหนังไทยในมิติใหม่ๆ ได้เพิ่มอีกสักแค่ไหน และหนังเรื่องนี้จะช่วยให้เราวิเคราะห์ตัวเราเองได้เรื่อยๆ ด้วยว่า เราจะมีพัฒนาการในการแยกแยะสิ่งต่างๆ ได้ละเอียดและละเมียดขึ้นอีกได้อย่างไร น่าจะยิ่งเป็นประโยชน์ดีครับ เพราะหนังที่ดี ไม่ได้มีเพียงการทำให้หัวเราะร้องไห้ สะใจ หรือขนลุกเท่านั้น แต่ให้มุมคิดต่อชีวิตที่เราจะสามารถทบทวนได้เสมอด้วย".

ชาวต่างประเทศพอจะรู้จักอยู่บ้าง กับบางสิ่งที่คาดไม่ถึง แปลว่ามีรสชาติ ได้อรรถรสแบบหนังที่น่าติดตาม การถ่ายทำประณีต ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ถึง 6 สาขาจาก 16 สาขา ตั้งแต่ 19 ก.ย. 2559 18:18 19 ก.ย. 2559 22:08 ไทยรัฐ