วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เก่าจริง เจดีย์อัฐิ ‘พระราชมนู’ ทหารคู่ใจพระนเรศวร บวชตายในผ้าเหลือง

เผยเจดีย์อัฐิ ‘พระราชมนู’ ขุนศึกคู่พระทัยสมเด็จพระนเรศวรฯ ที่วัดช้างให้ อ่างทอง มีมาแต่เดิม พงศาวดารบันทึกไว้หลังสิ้นแผ่นดินได้บวชไม่สึก เป็นผู้กล้าขัดรับสั่งด้วยคำพูด "การรบกำลังติดพัน กลัวว่าถอยแล้วจะเป็นเหตุให้ข้าศึกตามตี"...

วันที่ 19 ก.ย. ภายหลังมีข่าวฮือฮา พบเจดีย์บรรจุอัฐิทหารเอกของสมเด็จพระนเรศวรฯ ‘พระราชมนู’ นายกองทัพหน้า หรือท่ีรู้จักในภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในชื่อบุญทิ้ง หรือไอ้ทิ้ง นายกองเลือดเดือด ตั้งอยู่ในวัดช้าง (ช้างให้) ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง เป็นเจดีย์รูปทรงกลม (ระฆังคว่ำ) สมัยอยุธยาตอนปลาย บรรจุอัฐิพระราชมนูทหารเอกคู่ใจสมเด็จพระนเรศวรฯ พร้อมด้วยเจดีย์บรรจุอัฐิภรรยาพระราชมนู

จากการที่ผู้สื่อข่าวได้ไปนมัสการสอบถาม พระครูสุวัฒน์วรกิจ เจ้าอาวาส วัดช้าง (ช้างให้) ได้กล่าวถึงประวัติศาสตร์ในเรื่องนี้ว่า ในสมัยอยุธยา พ.ศ.2128 มีการรบที่ทุ่งบางแก้ว พระราชมนู แม่กองระวังหน้า ได้ใช้วัดช้างเป็นที่ตั้งทับ 10,000 นาย โดยส่งกองทหารออกลาดตระเวนดูกองกำลังของกองทัพพระเจ้าเชียงใหม่ ที่เป็นแม่ทัพหน้าพม่า ซึ่งการรบครั้งนี้ เป็นการรบแบบกองโจรครั้งแรกของประวัติศาสตร์ชาติไทย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช นำกองทัพไทยได้รับชัยชนะ และทรงโปรดเกล้าฯ ให้นำพระราชทรัพย์ มาปฏิสังขรณ์ วัดช้าง (ช้างให้) โดย พระราชมนู (เพชร) ให้พ่อครูดาบพลอย ใช้เรือกระแชงนำไปขนทองคำและพัสดุที่จำเป็นจากกรุงศรีอยุธยามาช่วยบูรณะ หลังจากเปลี่ยนแผ่นดินพระราชมนูได้ลาออกจากราชการในตำแหน่งพระสมุหกลาโหม แล้วบวชอยู่ที่วัดช้างให้ จนสิ้นอายุขัย ทางคณะศิษย์และชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างเจดีย์บรรจุอัฐิ พระราชมนู รูปทรงกลม (ระฆังคว่ำ) ตั้งไว้จนมาถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม เจดีย์ดังกล่าว สร้างอยู่ในวัดช้างให้แห่งนี้มาตั้งแต่เดิม มีผู้คนมากราบไหว้ถวายเครื่องสักการะ โดยทางวัดได้ติดป้ายบอกว่า "เจดีย์บรรจุอัฐิ เจ้าพระยาอัครมหาเสนาบดี พระราชมนู (หลวงพ่อเพ็ชร)" ตั้งอยู่ด้านหลังวิหารเก่า 

สำหรับพระราชมนู หรือ ต่อมาคือ เจ้าพระยาอัครมหาเสนาธิบดี เป็นขุนศึกและสมุหพระกลาโหมคนสำคัญในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระราชมนู เกิดเมื่อไรและมีชื่อใดไม่ปรากฏ แต่ได้ติดตาม สมเด็จพระนเรศวรมหาราชคราวประกาศอิสรภาพ จึงสันนิษฐานว่าครอบครัวของพระราชมนูอาจถูกกวาดต้อนคราวเสียกรุงฯครั้งที่ 1 ได้มีการกล่าวไว้ในพงศาวดารว่าพระราชมนูเป็นทหารที่เก่งกล้าและมีความสามารถ นอกจากนั้นยังเป็นทหารคู่พระทัยของสมเด็จพระนเรศวรอีกด้วย ซึ่งพระราชมนูมักออกศึกเคียงคู่พระนเรศวรในการตีเมืองต่างๆ เสมอ และสามารถชนะกลับมาได้เกือบทุกครั้ง รวมถึงศึกยุทธหัตถีที่ตำบลหนองสาหร่ายอีกด้วย

ภายหลังพระราชมนูได้รับการโปรดเกล้าฯ จากสมเด็จพระนเรศวรให้เป็นออกญาพระสมุหกลาโหม แต่ประวัติของพระราชมนูมีอยู่น้อยมาก เพราะมีการกล่าวถึงในพงศาวดารไม่กี่เล่ม

พระราชมนูนั้น เคยรับพระราชบัญชาให้ไปตีเมืองๆหนึ่ง (ปัจจุบันอยู่ในเขตพม่า) ซึ่งถือเป็นเมืองใหญ่ ในครั้งยังมียศเป็นคุณพระ ตอนนั้นองค์ดำเกรงว่าทัพน้อยของพระราชมนูจะไม่อาจเอาชัย จึงส่งทัพหลวงออกตามไปช่วย ปรากฏว่าเมื่อทัพหลวงไปถึง เมืองนี้ก็แตกเสียแล้ว ทัพหลวงไม่ต้องเข้าช่วยแต่อย่างใด

นอกจากนี้ พระราชมนูยังมีความบ้าบิ่นอย่างที่ใครๆ ในยุคนั้นไม่กล้า คือการขัดรับสั่งของพระนเรศวรในคราวตามเสด็จศึกพระเจ้าเชียงใหม่ ซึ่งพระราชมนูขัดรับสั่งถอนทัพโดยกล่าวว่า 

"การรบกำลังติดพัน กลัวว่าถอยแล้วจะเป็นเหตุให้ข้าศึกตามตี"

เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้เสด็จขึ้นครองราชย์สืบต่อจากสมเด็จพระมหาธรรมราชา พระองค์จึงได้ปูนบำเหน็จให้พระราชมนูขึ้นเป็น เจ้าพระยาอัครมหาเสนาธิบดี ที่สมุหพระกลาโหม พระราชทานพานทอง น้ำเต้าทอง เจียดทองซ้ายขวา กระบี่ ฝวักทองและเครื่องอุปโภคต่างๆ.

เผยเจดีย์อัฐิ ‘พระราชมนู’ ขุนศึกคู่พระทัยสมเด็จพระนเรศวรฯ ที่วัดช้างให้ อ่างทอง มีมาแต่เติม พงศาวดารบันทึกไว้ หลังสิ้นแผ่นดินได้บวชไม่สึก เป็นผู้กล้าขัดรับสั่งด้วยคำพูด"การรบกำลังติดพัน กลัวว่าถอยแล้วจะเป็นเหตุให้ข้าศึกตามตี" 19 ก.ย. 2559 15:16 ไทยรัฐ