วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

7 เยาวชนชาย-หญิง ที่รุมทำร้ายหนุ่มพิการยังให้การปฏิเสธในชั้นศาล

7 เยาวชนชายหญิงที่ร่วมกันทำร้ายชายพิการ ยังคงให้การปฏิเสธในชั้นศาล ขณะที่ทนายจำเลยขอเลื่อนนัดพร้อมตรวจหลักฐานไปก่อน ส่วนทนายผู้เสียหายเสนอแม่ผู้ตายเป็นโจทก์ร่วมในคดี ศาลอนุมัติพร้อมจะนัดตรวจหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ 

เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 19 ก.ย.59 ที่ห้องพิจารณาคดี 903 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีดำ อ.2186/2559 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 9 ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง 7 เยาวชนชายหญิงที่เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธและร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 1 พ.ค.59 พวกจำเลยได้บุกเข้าไปในบ้านพักของนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ อายุ 35 ปี ชายพิการอาชีพส่งขนมปังร้านปังหอม ในซอยโชคชัย 4 แล้วใช้อาวุธมีดแทงฟันนายสมเกียรติ เป็นบาดแผลหลายแห่งจนถึงแก่ความตาย ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ ( มาใหม่! เผยอีกคลิป หลักฐาน 6 โจ๋รุมฟันชายพิการ ร้านขนมปัง , ทนาย-ญาติ ชายพิการเสียชีวิต ยื่นหลักฐานเพิ่ม เอาผิดฐานฆ่าโดยไตร่ตรอง , บารมีลูกตำรวจ วัดใจคดี 6 โจ๋รุมฆ่าชายพิการ พยานผวาหดหาย! , ญาติชายพิการ ร้อง ผบ.ตร. เอาผิด 7 วัยรุ่น ฆ่าโดยไตร่ตรอง ) 

ทั้งนี้นางทองคำ ศรีจันทร์ มารดาของนายสมเกียรติ เดินทางมาพร้อมนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ และญาติกว่า 10 คน ขณะที่ศาลเบิกตัวจำเลยทั้งเจ็ดมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อร่วมกระบวนพิจารณาคดี ซึ่งศาลได้อธิบายคำฟ้องโดยสรุปให้จำเลยทั้งหมดฟังแล้วสอบคำให้การ จำเลยทั้งหมดขอให้การปฏิเสธ

ขณะที่ทนายความจำเลยขอเลื่อนนัดพร้อมตรวจหลักฐานออกไปก่อน เพื่อจะขอสอบข้อเท็จจริงทางคดีให้ชัดเจน ก่อนศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนและเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี จึงให้นัดพร้อมและตรวจหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ เวลา 13.30 น.

ส่วนที่นางทองคำ มารดาของผู้เสียชีวิต ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมด้วยนั้น ศาลได้สอบถามอัยการและฝ่ายจำเลยแล้วไม่คัดค้าน ซึ่งนางทองคำ เป็นมารดา จึงมีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ในส่วนที่ได้รับความเสียหาย ศาลจึงอนุญาตให้เป็นโจทก์ร่วมได้ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

นายอนันต์ชัย ทนายความโจทก์ กล่าวว่า วันนี้ศาลได้นัดตรวจหลักฐาน ซึ่งฝ่ายโจทก์ได้ยื่นบัญชีพยานไว้ 37 อันดับ แต่มีการตัดพยานออกไปเหลือประมาณ 17-18 อันดับ และศาลยังอนุญาตให้ มารดาผู้ตาย เข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ตามที่ขอ ขณะที่ศาลได้อ่านคำฟ้องให้จำเลยฟัง จำเลยปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งศาลให้โอกาสจำเลยทบทวนใหม่

ทั้งนี้เนื่องจากแผลที่ผู้ตายถูกทำร้าย 10 แห่งสามารถทำให้ถึงตายได้ทั้งนั้น หากจำเลยจะต่อสู้ว่าบันดาลโทสะหรือป้องกันตัวก็เชื่อได้ยาก แต่ถ้ายอมรับสารภาพโทษก็จะเบาลง เพราะจำเลยยังอยู่ในวัยที่เป็นเยาวชน ในส่วนญาติผู้ตายก็ให้ว่ากันไปตามกระบวนการกฎหมาย เราไม่สามารถฝืนหรือวิจารณ์การลงโทษของศาลได้ แต่ถ้าฝ่ายเรายังติดใจโทษก็สามารถยื่นอุทธรณ์ได้

“ศาลได้ปรานีจำเลยให้กลับเนื้อกลับตัว และทางญาติจำเลยก็ไม่ได้มาประกันตัว อาจจะเพราะสำนึกผิดในสิ่งที่พวกจำเลยทำ แต่ก็ยังไม่มาขอโทษผู้เสียหาย ทางเราก็ไม่ได้ใจร้ายจะเอาให้ถึงตาย เพราะทั้ง 7 คนก็ถือเป็นเยาวชน ความคิดอาจบกพร่องไปบ้างก็ให้อภัยได้ และเรื่องก็เกิดขึ้นนานแล้วญาติทำใจได้บ้าง อยากให้จำเลยสำนึกผิดเข้ามาขอโทษและเยียวยาผู้เสียหาย โทษหนักจะได้เบา ทางญาติผู้เสียหายก็ได้ยื่นขอให้พวกจำเลยร่วมชดใช้ค่าเสียหาย 2 ล้านบาท”

เมื่อถามว่า หนักใจประเด็นสารเสพติดที่พบในร่างกายผู้ตายหรือไม่ นายอนันต์ชัย กล่าวเพียงว่า การกระทำที่เป็นการทำร้ายผู้ตายเป็นความผิดอยู่แล้วตามกฎหมาย

ด้านนายคมเพชร จันทร์ปุ่ม ทนายจำเลย กล่าวว่า ยังไม่ได้หารือกับจำเลยว่าจะรับสารภาพหรือไม่ แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามสื่อ จำเลยก็ไม่ได้กระทำผิดขนาดที่โจทก์กล่าวหา แต่ผู้ตายกลับไปนำมีดมาทำร้ายกลุ่มจำเลยก่อน ซึ่งไม่ใช่มีดตัดขนมปัง จนจำเลยที่ 1 ได้รับบาดเจ็บที่แขน กลุ่มจำเลยจึงตอบโต้กลับ ถือเป็นการทะเลาะวิวาท ส่วนประเด็นการตรวจพบสารเสพติดในร่างกายผู้ตาย ก็จะหยิบยกมาเป็นข้อต่อสู้ด้วยเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะอยู่ในห้องพิจารณาคดี ระหว่างที่ศาลได้อ่านคำฟ้องให้พวกจำเลยฟัง นางทองคำ มารดาผู้ตายได้เผลอร้องไห้ออกมา.

7 เยาวชนชายหญิงที่ร่วมกันทำร้ายชายพิการ ยังคงให้การปฏิเสธในชั้นศาล ขณะที่ทนายจำเลยขอเลื่อนนัดพร้อมตรวจหลักฐานไปก่อน ส่วนทนายผู้เสียหายเสนอแม่ผู้ตายเป็นโจทก์ร่วมในคดี ศาลอนุมัติพร้อมจะนัดตรวจหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ 19 ก.ย. 2559 15:03 19 ก.ย. 2559 17:28 ไทยรัฐ