วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เดินหน้าผนึกกำลังปั้นไทยศูนย์กลางเมืองนวัตกรรมอาหารโลก

เดินหน้าผนึกกำลังปั้นไทยศูนย์กลางเมืองนวัตกรรมอาหารโลก

  • Share:

สิงห์ ผนึก 3 หน่วยงานรัฐ ผุด โครงการ "World Food Valley Thailand" ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย ขานรับนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 เดินหน้าปั้นไทยศูนย์กลางเมืองนวัตกรรมอาหารโลก ...

วันที่ 19 ก.ย.59 นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยถึงการร่วมกับ 3 หน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วย กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสถาบันอาหาร (สอห.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือพัฒนาโครงการ "World Food Valley Thailand" เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย ว่า โครงการดังกล่าว เป็นการขานรับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศไทย และเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม หรือ ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งครอบคลุมถึงอุตสาหกรรมอาหาร ที่ต้องการผลักดันและส่งเสริมให้เกิดการจัดตั้งเมืองนวัตกรรมอาหารขึ้นด้วย

โครงการนี้ ทางสิงห์จะพัฒนาให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมอาหารครบวงจรภายใต้แนวคิดอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Industrial Estate) มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตและแปรรูปอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม การพัฒนาธุรกิจ การลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ ตลอดจนสร้างเครือข่ายธุรกิจ ซึ่งคาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถให้กับผู้ผลิตอาหารไทยยิ่งขึ้น

นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยยุค 4.0 ควรให้ความสำคัญใน 3 เรื่อง ได้แก่ 1. การเพิ่มความสามารถในการปรับตัวและการแข่งขันของผู้ประกอบการอาหารไทยให้เข้าสู่ยุค 4.0 หรือให้เป็นนักรบรุ่นใหม่ 2. การจัดระบบการพัฒนาปัจจัยเอื้อต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยเป็นครัวของโลก และ 3. การพัฒนาตลาดอุตสาหกรรมอาหารอนาคต และช่องทางการค้าในเวทีสากล เพื่อให้เอสเอ็มอีมีโอกาสเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโลก

นางอรรชกา กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ควรมีการกำหนดทิศทางและเป้าหมายในการขับเคลื่อนในระยะ 20 ปีข้างหน้าให้ชัดเจน ประกอบด้วย 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1. การเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการ S Curve ในสาขาอาหารให้สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และการสร้างผู้ประกอบการอุตสาหกรรมใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยในเวทีโลก โดยรวมน่าจะต้องมีกว่า 20,000 ราย 2. การเพิ่มมูลค่าและผลิตภาพให้มีอัตราการขยายตัวให้ได้ร้อยละ 2 ต่อปี และ 3. การสนับสนุนผู้ประกอบให้สามารถค้าขาย ส่งออกได้บนพื้นฐานของสินค้าที่มีคุณภาพและมีมูลค่าเพิ่มในตลาดเดิมและตลาดใหม่จนทำให้มีอัตราเฉลี่ยร้อยละ 8 ต่อปี

ด้าน นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ทางสถาบันได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยมีการพัฒนาพื้นที่ของ สิงห์ คอร์ปอเรชั่น ที่จังหวัดอ่างทอง เนื้อที่ประมาณ 1,300 ไร่ ให้เป็นเมืองนวัตกรรมอาหารอนาคตครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

ส่วน นายสุรชัย กำพลานนท์วัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เผยว่า ธนาคารจะให้ความช่วยเหลือในด้านการบริการทางการเงินให้กับผู้ประกอบการที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในโครงการ รวมทั้งให้การช่วยเหลือและสนับสนุนในปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ด้วย ทีาจะนำไปสู่การเพิ่มความสามารถการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารของไทย

ขณะที่ นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จำนวนมากกว่า 2.9 ล้านราย และเป็นฟันเฟืองที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย สร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจในสัดส่วนกว่า 40%

ทั้งนี้ สสว. จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยแข็งแกร่ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้