วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หุ้นไทยภาคเช้าปิดบวก 5.12 จุด โบรกฯ แนะ 'รอขึ้นเล่นตาม-ซื้อหากพักตัว'

หุ้นไทยภาคเช้าปิดบวก 5.12 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,484.19 จุด โบรกฯ แนะจับตาดูการประชุม BOJ และ FOMC ในวันที่ 20-21 นี้ หุ้นไทยอาจเป็นบวกใน 2 วันสุดท้ายของสัปดาห์ หาก Fed ไม่ขึ้นดอกเบี้ยแนะกลยุทธ์ 'รอหุ้นขึ้นแล้วเล่นตาม' หรือ 'รอซื้อหากพักตัว'

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันที่ 19 ก.ย.59 รอบเช้าพบว่า หุ้นไทย 5.12 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,484.19 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 28,839.57 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

โบรกฯ แนะสัปดาห์นี้จับตาการประชุม BOJ และ FOMC

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ (19-23 ส.ค.) ภาพของตลาดหุ้นจะแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ วันจันทร์ ดัชนีฯ อาจลดลงจากที่ปิดตัวขึ้นไปมากเมื่อวันศุกร์ วันอังคารเป็นต้นไปตลาดจะเหมือนกับตลาดประเทศอื่นๆ คือชะลอเพื่อดูผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯ (FOMC)

ทั้งนี้ทิศทางตลาดจะเคลื่อนไหวในลักษณะออกด้านข้าง (sideway) แต่ด้วยโมเมนตัมหรือแรงซื้อที่ยังมีต่อจะทำให้ดัชนีฯ สูงขึ้นได้ และช่วงสุดท้ายคือหลังทราบผลการประชุม BOJ และ FOMC แล้วนั้น ตลาดสองวันสุดท้ายของสัปดาห์นี้ อาจเป็นได้ทั้งบวกและลบ แต่ บล.KTBST ประเมินว่าจะไปในทางบวกมากกว่าถ้า FOMC ไม่ขึ้นดอกเบี้ย

สำหรับตัวแปรสำคัญๆ ของตลาดหุ้นทั่วโลกจะคล้ายๆ กัน คือชะลอการลงทุนเพื่อรอดูผลการประชุมของ 2 ธนาคารกลางในวันที่ 20-21 ก.ย. แต่แรงขายหุ้นในตลาดต่างๆ จะน้อยลง เพราะโอกาสที่สหรัฐฯ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยมีน้อยลง (Fed Fund Rate Implied Probability เดือน ก.ย.= 15%) อีกทั้ง BOJ นั้นอาจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างใดอย่างหนึ่งออกมาและปรับเพิ่ม QE จากเดิม 80 ล้านล้านเยนต่อปี (BOJ Total Assets ณ 10 ก.ย. เพิ่มขึ้น 73 ล้านล้านเยน จากปลายปีก่อน) ซึ่งผลการประชุมของธนาคารกลางทั้งสองแห่งแม้เราประเมินว่าน่าจะไปในทางบวกมากกว่า แต่คณะกรรมการของทั้งสองธนาคารอาจไม่ทำตามกระแสคาดการณ์ของนักลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ก็ได้

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบการประชุมกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันทั้ง OPEC กับ ประเทศผู้ผลิตอื่นๆ ที่กำหนดอย่างไม่เป็นทางการ 27 ก.ย. จะมีการให้ข่าวที่จะมีผลต่อราคาน้ำมันในแต่ละวัน ซึ่งจับตาดูว่าการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นในหลายประเทศของ OPEC จะมีผลให้การประชุมครั้งนี้อย่างไร อย่างไรก็ตามแม้จะมีการประชุมจริง แต่ผลอาจแค่พยุงราคาน้ำมันไว้ให้แกว่งในกรอบ $40-50 เหรียญเท่านั้น ไม่ขึ้นไกลกว่านี้เพราะปริมาณน้ำมันที่มีอยู่ (Supply) ไม่ได้ลดลงจากระดับปัจจุบัน จึงไม่คาดหวังอะไรกับการประชุมครั้งนี้ ดังนั้นหุ้นกลุ่มนำมัน-ปิโตรเคมี จะแกว่งตัวตามข่าวในแต่ละวัน

ส่วนกรณีที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ ธนาคาร Deutsche Bank จ่ายค่าปรับเป็นเงิน $1.4 หมื่นล้านเหรียญ เพื่อยุติการสอบสวนในคดีที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายหลักทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกัน (mortgage-backed securities ; MBS) ซึ่งเป็นต้นเหตุของวิกฤติการเงินโลกปี 2008 กรณีนี้อาจมีผลต่อตลาดหุ้นทั่วโลกได้

ด้านยอดขายรถยนต์ในประเทศ เดือน ส.ค. คาดกันว่าจะทรงตัว (เดือนก่อน 60,635 คัน -0.4% YoY) จากเงินลงทุนจากภาครัฐ สถานการณ์ภัยแล้งเริ่มมีสัญญาณคลี่คลาย รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่จากค่ายรถยนต์ต่างๆ

ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนสัปดาห์นี้ ทิศทางตลาดอาจจะจับจังหวะเล่นยากกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา หากวันจันทร์หุ้นปิดบวกหรือลบเล็กน้อยแนะนำถือหุ้นต่อ การเข้าลงทุนอาจรอให้หุ้นขึ้นแล้วค่อยเล่นตามหรือรอจังหวะซื้อหากมีการพักตัว โดยมองว่าหุ้นใหญ่น่าจะเคลื่อนไหวน้อยกว่าหุ้นขนาดกลาง-เล็ก จึงควรเน้นลงทุนที่หุ้นกลุ่มหลังไว้ก่อนหรือหุ้นที่นักลงทุนไทยเล่นกันเอง

"หุ้นที่แนะนำในสัปดาห์นี้ ได้แก่ หุ้นที่คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลดี สม่ำเสมอ และได้ประโยชน์หาก Fed ชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปคือ DIF, JASIF , EGCO หุ้นกลุ่มส่งออกหรือมีรายได้อ้างอิงกับดอลลาร์ ได้แก่ KCE, TOG, BANPU หุ้นที่ระดับราคาปรับลงมาจนน่าสนใจ ได้แก่ TSE, PIMO, WICE, BCH, FSMART และหุ้นที่นักลงทุนต่างประเทศขายมากในปีนี้อย่าง DELTA, INTUCH, MAJOR กรอบดัชนีในสัปดาห์ มองแนวรับอยู่ที่ 1,464-1,451 ส่วนแนวต้านจะเป็น 1,500-1,521 จุด และมีจุด cut loss สำหรับคนเล่นสั้นอยู่ที่ 1,464 จุด"

หุ้นไทยภาคเช้าปิดบวก 5.12 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,484.19 จุด โบรกฯ แนะจับตาดูการประชุม BOJ และ FOMC ในวันที่ 20-21 นี้ หุ้นไทยอาจเป็นบวกใน 2 วันสุดท้ายของสัปดาห์ หาก Fed ไม่ขึ้นดอกเบี้ย 19 ก.ย. 2559 12:42 19 ก.ย. 2559 12:58 ไทยรัฐ