วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขัดหลักนิติธรรม โต้คสช.! บังคับยึดทรัพย์

เรืองไกร-ขู่ฟ้อง ศรีสุวรรณชงลุย ‘แม่ผ่อง-บิ๊กติ๊ก’

ทนาย “ปู” โวยคำสั่งหัวหน้า คสช. บังคับยึดทรัพย์คดีจำนำข้าว ชี้ตัด ตอนเลือกปฏิบัติ ค้านหัวชนฝา ขัดหลักนิติธรรม “เรืองไกร” เตือน จนท.มีเสียวระวังถูกฟ้อง ย้อนสมัยรัฐบาล “มาร์ค” ก็ทำแต่ทำไมเงียบ จ่อยื่น “บิ๊กตู่” ทำให้รอบคอบ “ยิ่งลักษณ์” พักยกดูลูกชายซ้อมบอล “นิพิฏฐ์” เย้ยอดีต 30 ส.ส.พท. ดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมมีสิทธิพาเหรดเข้าคุก “ไก่อู” ไล่แกนนำ นปช.กลับไปดูตัวเอง โต้รัฐบาล-คสช.ไม่คิดล้างบางฝั่งเพื่อไทย “ศรีสุวรรณ” เกาะติดฝาย “แม่ผ่องพรรณ” จ่อยื่น ป.ป.ช.สอบพ่วงไปถึง “บิ๊กติ๊ก” ขัด พ.ร.บ.ป.ป.ช. “ศุภชัย” นำทีมแจง กรธ.หลักการยกร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง โฆษก กรธ.เมิน สปท.บ่นที่มา ส.ว. เชื่อบล็อกโหวตยากต้นทุนสูง “นิพิฏฐ์” เหน็บความรู้สึกช้าไปแก้อะไรไม่ได้แล้ว “ประยุทธ์” เซ็นตั้ง “อุตตม” นั่งที่ปรึกษานายกฯ

ประเด็นการเรียกค่าเสียหายจากคดีทุจริตขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ยังคงมีความสับสน เมื่อ รมว.พาณิชย์และปลัดกระทรวงพาณิชย์ ยังคงโยนกันไปมา แม้จะมีคำสั่งหัวหน้า คสช. ออกมาให้ความคุ้มครองหลายฉบับแล้วก็ตาม ขณะที่ฝั่งอดีตรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยมองว่าเป็นการตั้งธงเพื่อไล่ล่าเอาผิดนั้น

ทนาย “ปู” โวยตัดตอนเลือกปฏิบัติ

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. นายนพดล หลาวทอง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่งที่ 56/2559 ให้อำนาจกรมบังคับคดีในการบังคับทางปกครอง ยึดทรัพย์ผู้ต้องรับผิดในโครงการรับจำนำข้าว ว่า เป็นการออกคำสั่งที่ไม่ ถูกต้องและไม่เป็นธรรม ดังนี้ 1.เป็นการรวบรัดหลีกเลี่ยงที่จะไม่ใช้กระบวนการพิจารณาโดยศาลยุติธรรมปกติ ตัดตอนใช้วิธีคำสั่งทางปกครองให้รับผิดทันทีแทนการฟ้องคดีต่อศาล 2.เป็นการชี้นำการพิจารณาคดีอาญา ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล และคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ที่ยังพิจารณาไม่เสร็จ 3.ฝ่าฝืนกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ที่ควรกระทำโดยเสมอกันหรือเสมอภาค โดยกระบวนการยุติธรรมทางศาลเช่นเดียวกัน จะเลือกปฏิบัติบางรายผ่านศาล บางรายไม่ผ่านศาล ไม่ได้

ค้านหัวชนฝาขัดหลักนิติธรรม

นายนพดลกล่าวต่อว่า 4.เป็นคำสั่งที่ไม่มีความจำเป็น ข้ามขั้นตอนและเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นอย่างมาก เพราะการดำเนินการเรื่องนี้ได้กำหนดแนวทางการใช้มาตรการบังคับทางปกครองอยู่แล้ว 5.อำนาจหน้าที่ของกรมบังคับคดี ถูกบัญญัติไว้โดยกฎหมายอย่างชัดเจนแล้ว ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินการในฐานะเจ้าพนักงานของศาล เพื่อดำเนินการตามคำสั่งของศาล การออกคำสั่งนี้จึงมีลักษณะเป็นการก้าวล่วง และก้าวก่ายไปใช้อำนาจหน้าที่ของกรมบังคับคดีที่เป็นอำนาจสั่งการของศาลยุติธรรม จึงไม่ชอบด้วยหลักนิติธรรมเป็นอย่างยิ่ง จึงไม่เห็นด้วย และขอคัดค้านการออกคำสั่งดังกล่าว

“เรืองไกร” เตือน จนท.อาจถูกฟ้อง

ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 56/2559 เจ้าหน้าที่รัฐอาจไม่รู้ที่มาที่ไป อาจคิดว่าคำสั่งดังกล่าวคุ้มครองได้ แต่ข้อเท็จจริงตามกฎหมายไม่ได้เป็นเช่นนั้น จึงเป็นห่วงว่าอาจถูกฟ้องร้องได้ จึงต้องแจ้งไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ว่าการคิดค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวต้องมีที่มาจากตัวเลขทางบัญชีที่ถูกต้อง แต่จากหลักฐานพบว่าตัวเลขที่นำมาอ้างอิงเรื่องผลขาดทุนและความเสียหายยังไม่ถูกต้องและสับสนอยู่ เพราะยังไม่จัดทำบัญชี การปิดบัญชี การตรวจทานสต๊อกข้าวยังไม่แล้วเสร็จ ที่สำคัญยังไม่ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีความพยายามเอาผิดเฉพาะสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เท่านั้น แต่กับนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ดำเนินโครงการรับจำนำข้าวในราคาสูงกว่าราคาตลาดมาก่อน ไม่มีการตั้งเรื่องสอบ

จ่อยื่นหนังสือ “บิ๊กตู่” อย่าตั้งธง

นายเรืองไกรกล่าวว่า จึงต้องต่อสู้คดีว่ามีการกระทำที่ไม่สุจริต เลือกปฏิบัติ ตั้งธงเอาผิดเฉพาะบางกลุ่มโดยไม่คำนึงถึงความยุติธรรม จำเป็นต้องแจ้งนายกฯให้ทราบ เพื่อให้พิจารณาให้รอบคอบ และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ก่อนจะรีบเร่งปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้า คสช. โดยจะไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ 19 ก.ย.เวลา 09.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ส่วนการที่นายกฯมอบอำนาจให้ รมว.พาณิชย์ ลงนามคำสั่งทางปกครองเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหายการขายข้าวแบบจีทูจี แล้ว รมว.พาณิชย์ ไม่ยอมลงนาม มอบหมายให้ปลัดกระทรวงลงนามแทน เป็นเพราะรู้ว่าข้อมูลทางบัญชีเกี่ยวกับผลขาดทุน และค่าเสียหาย ยังไม่ถูกต้อง ลงนามไปอาจมีผลย้อนหลังส่งผลเสียถึงตัวเองได้ จึงต่างโยนกลองปัดความรับผิดชอบให้ข้าราชการประจำ ดังนั้น หากเห็นอะไรที่ยังไม่สมบูรณ์ฝ่ายการเมืองควรทำให้เสร็จ แล้วค่อยยึดทรัพย์เพราะคดีมีอายุความอยู่ถึงเดือน ก.พ.60

เรียกชดใช้ค่าเสียหายให้รอศาล

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่สืบพยานกันอยู่ การจะดำเนินการเรียกชดใช้ค่าเสียหายถือเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับคดีอาญา จึงอยากให้รอการพิจารณาตรงนั้นให้เสร็จสิ้นก่อน อย่าเพิ่งรีบดำเนินการ ส่วนกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เร่งออกคำสั่งทางปกครอง ก็อยากให้รอการพิจารณาของศาลเช่นกัน ไม่สมควรออกมาพูดอะไรอีก เพราะตอนนี้ทุกฝ่ายต่างต้องการความปรองดอง การโจมตีกันทางการเมืองเช่นนี้ไม่เป็นผลดีต่อใครทั้งสิ้น

“ยิ่งลักษณ์” พักยกดูลูกซ้อมบอล

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้เวลาเดินสายทำบุญไหว้พระ และพักผ่อนกับครอบครัวตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ จ.เชียงใหม่ และเพิ่งเดินทางกลับถึง ทม. เมื่อวันที่ 16 ก.ย. วันเดียวกันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้ช่วงวันหยุดชมการซ้อมฟุตบอลของ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปก์ บุตรชายที่สนามฟุตบอลย่านประชาชื่น

ปชป.เย้ยอดีต 30 ส.ส.ได้นอนคุก

ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานเเนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุว่า คิวต่อไปที่จะถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ถอดถอนคือ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่า เชื่อว่าต่อจากนี้วงจรถอดถอนอาจถึงที่สุดในหลายเรื่อง ทำใจได้เลยอีก 12 เดือน อาจมีอดีต ส.ส.พาเหรดเข้าคุกประมาณ 30 คน เราเป็นนักกฎหมาย มักทำนายหรือดูจังหวะ รู้ว่าศาลจะตัดสินคดีไหน เมื่อไหร่ เมื่อถามว่าเเต่นายจตุพรบอกว่าคิวต่อไปคืออดีต ส.ส. 40 คนของพรรคเพื่อไทย แกนนำเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม นายนิพิฏฐ์ตอบว่า เรื่องกดบัตรเเทนกันของอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เห็นอยู่ว่ามีหลักฐานระดับหนึ่งอาจถูกถอดถอนได้ แต่ในคดีอื่นยังไม่เห็นว่าจะมีประเด็นที่นำไปสู่การถอดถอน

“ไก่อู” ไล่แกนนำ นปช.ไปดูตัวเอง

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้แกนนำ นปช. ที่ระบุว่าทหารแสดงบทบาทต่อรัฐบาลเพื่อไทย และรัฐบาลประชาธิปัตย์แตกต่างกัน ว่า ไม่ว่าสมัยใดทหารจะรักษาความเป็นกลาง เลือกอยู่ข้างประเทศและความถูกต้อง การแสดงออกทางการเมือง เช่น การประท้วง เดินขบวน ถ้าอยู่ในกรอบกฎหมาย ทหารจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ทหารนิ่งเฉยหรือสนับสนุนผู้มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อความมั่นคง ดังนั้น ก่อนจะมากล่าวหาทหาร ควรย้อนกลับไปดูการกระทำของตนเองและพวกพ้องว่าถูกต้องหรือไม่ รัฐบาลและ คสช.ไม่มีความคิดจะล้างบางนักการเมืองพรรคเพื่อไทย ใครจะต้องโทษ ถูกดำเนินคดี ถอดถอน ยึดทรัพย์ จำคุก ล้วนเป็นไปตามเหตุแห่งกรรม รัฐบาลมีหน้าที่เพียงบังคับใช้กฎหมายให้มีความศักดิ์สิทธิ์ ผู้สุจริตประพฤติชอบทั้งหลายจะไม่เดือดร้อนจากกระบวนการยุติธรรม

เวทีเสื้อแดงรำลึกปฏิวัติ 49 ล่ม

ช่วงสาย ที่ห้องประกอบหุตะสิงห์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) นำโดยนายรังสิมันต์ โรม นศ.ปริญญาโทนิติศาสตร์ มธ. ร่วมกับกลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย (แอลแอลทีดี) จัดงานรำลึก 10 ปี รัฐประหาร 19 ก.ย.2549 พร้อม นิทรรศการย้อนรอยเหตุการณ์รัฐประหาร รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เพื่อสะท้อนต้นตอการแตกแยกในสังคมไทย โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงกว่าร้อยคนเข้าร่วม ไฮไลต์สำคัญคือการบรรยายหัวข้อ “ย่ำหยุดอยู่กับที่ 10 ปี สังคมไทย” ระหว่างแกนนำกลุ่มการเมืองสองสี คือนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด กับนายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด หลังกลุ่มคนเสื้อแดงไม่พอใจที่นำนายแทนคุณมาร่วมเวที จนสถานการณ์เกือบจะบานปลาย กลุ่มผู้จัดงานจึงตัดสินใจประกาศยุติการเสวนา

คสช.รอดูท่าที “บิ๊กจิ๋ว” เคลื่อนไหว

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงกระแสข่าว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมแถลงเปิดตัวคณะกู้วิกฤติชาติ เพื่อกู้วิกฤติประชาธิปไตย ที่บ้านพักในซอยปิ่นประภาคม จ.นนทบุรี วันที่ 19 ก.ย. ว่า ต้องรอดูท่าที พล.อ.ชวลิตก่อน เพราะถือว่าเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง คสช.เชื่อว่า พล.อ.ชวลิตมีความคิดและความปรารถนาดี ต้องรอฟังรายละเอียดก่อนว่าจะมีแนวความคิดช่วยบ้านเมืองอย่างไร เป็นถึงอดีตนายกฯ อดีตผู้นำกองทัพ สามารถเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในกระบวนการเพื่อทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปในทางที่ดีได้ เรามองในแง่ดีไว้ก่อน ส่วนรายละเอียดต้องติดตามต่อไปว่าสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลหรือไม่

“ศรีสุวรรณ” เกาะติดฝาย “แม่ผ่อง”

อีกเรื่อง นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดียถึงพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม กรณีการจัดทำฝาย “แม่ผ่องพรรณพัฒนา” ใน จ. เชียงใหม่ มีการขึ้นป้ายแสดงผลงานของนางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ภรรยา พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ชัดเจน มีการจัดทำภาชนะบรรจุน้ำให้กับหน่วยทหารโดยมีชื่อของนางผ่องพรรณ เป็นผู้มอบให้ด้วย รวมทั้งการกระทำอื่นอีกมากมายนั้น กรณีดังกล่าวเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของสังคมมากว่า นางผ่องพรรณซึ่งไม่ได้เป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม แต่เหตุใดจึงใช้บุคลากรและหรืองบประมาณแผ่นดินของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมไปดำเนินการดังกล่าวได้

จ่อยื่น ป.ป.ช.สอบพ่วงถึง “บิ๊กติ๊ก”

นายศรีสุวรรณกล่าวต่อว่า เพื่อให้เกิดความชัดเจน โปร่งใสถึงการกระทำในลักษณะที่อาจเกี่ยวข้องกับการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ และหรือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานราชการในสังกัดสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจะนำกรณียื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันที่ 19 ก.ย. เวลา 11.00 น. ให้ดำเนินการไต่สวน ตรวจสอบการกระทำของนางผ่องพรรณ และผู้บังคับหน่วยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง พล.อ.ปรีชา ว่ามีพฤติกรรมที่ขัดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือไม่ อย่างไร

“ศุภชัย” นำทีมแจง พ.ร.บ.เลือกตั้ง

วันเดียวกัน นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า วันที่ 19 ก.ย.เวลา 13.30 น. จะนำคณะเข้าชี้แจงอธิบายแนวคิดการยกร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ต่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เน้นประเด็นสำคัญโดยเฉพาะเนื้อหาที่ กกต.ยกร่างขึ้นมาใหม่ ว่ามีสิ่งใดที่แตกต่างไปจากเดิม ส่วนข้อเสนอของนางสดศรี สัตยธรรม อดีต กกต. ระบุให้เขียนโทษใบดำการเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งให้ชัดเจนนั้น เป็นอำนาจของ กรธ.จะพิจารณา เราเป็นเพียงผู้เสนอร่างฯให้ กรธ.นำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาเท่านั้น ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เหลืออีก 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. จะเร่งพิจารณาให้เสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้

ชงให้ กกต.ชุดเดิมอยู่ครบวาระ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จะเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของ กกต. ต่อการจัดการเลือกตั้ง และพรรคการเมือง มีทั้งสิ้น 6 หมวด และบทเฉพาะกาล ส่วนที่เกี่ยวกับที่มาและการพ้นจากตำแหน่งของ กกต. บัญญัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญเหมือนเดิม แต่กำหนดในบทเฉพาะกาลว่าให้ กกต.ชุดนี้ ดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ เมื่อ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ให้สรรหา กกต.ที่ยังขาดอีก 2 คนให้เสร็จภายใน 30 วัน ตามบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 222 วรรคหนึ่ง (2) ที่ให้มา จากการคัดเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ส่วน กกต.จังหวัดกำหนดให้มีไม่น้อยกว่า 3 คน แต่ไม่เกิน 5 คน แล้วแต่ขนาดพื้นที่และภารกิจ และให้สรรหาใหม่เมื่อร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวบังคับใช้

อำนาจล้นตรวจค้น–ยึดอายัด–จับ

สำหรับงานด้านการสืบสวน หรือไต่สวน ที่ กกต.สามารถมอบให้ กกต.แต่ละคนดำเนินการหรือมอบคณะบุคคลดำเนินการภายใต้การกำกับของ กกต. ถ้าพบว่ามีการกระทำที่สงสัยว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม กกต.แต่ละคนมีอำนาจสั่งระงับยับยั้งการเลือกตั้ง การลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งนั้นได้ และช่วงที่มีการเลือกตั้ง ให้ สตง. ปปง. หรือผู้สอบบัญชี ดำเนินการตามที่ กกต.คนใดคนหนึ่งหรือหลายคน ซึ่งได้รับมอบหมายจาก กกต. ร้องขอ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น และยังกำหนดให้ กกต. เลขาธิการ กกต. ผอ. กกต.จังหวัด พนักงานสืบสวน หรือกรรมการไต่สวนของ กกต. เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่มีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา สามารถออกหมายเรียก ตรวจค้น ยึด อายัด จับกุมซึ่งหน้าได้ รวมถึงมีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง อาญา โดยอาจให้พนักงาน กกต.เป็นผู้ดำเนินคดีและว่าความในศาลได้ ไม่ต้องแจ้งตำรวจ หรือพึ่งพาอัยการดำเนินการเหมือนอดีต

ขรก.ไม่หนุนฟันวินัยร้ายแรง

ส่วนข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หน่วยงานของรัฐ ที่ กกต.มีคำสั่งให้ช่วยเหลือสนับสนุนงานเลือกตั้ง หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่มีเหตุอันสมควร จนเป็นผลให้เกิดความเสียหาย ให้ถือว่าทำผิดวินัยร้ายแรง ต้องรับโทษทางอาญาจำคุก 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท นอกจากนี้ยังกำหนดให้จัดตั้งกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตการเลือกตั้ง ใช้สำหรับป้องกันปราบปรามการทุจริตเลือกตั้ง จ่ายสินบนนำจับแก่ผู้แจ้งเบาะแส มีคณะกรรมการบริหารกองทุนรวม 10 คน มีประธาน กกต.เป็นประธาน โดยการจ่ายสินบนจ่ายให้กับผู้แจ้งเบาะแส ถ้าเป็นเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. ผู้บริหารท้องถิ่น จะได้ 50,000-100,000 บาท สมาชิกสภาท้องถิ่นได้ 30,000-80,000 บาท

โฆษก กรธ.เมิน สปท.บ่นที่มา ส.ว.

ด้านนายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวถึงกรณีกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. วิจารณ์เรื่องที่มา ส.ว. ว่า ไม่อยากไปตอบโต้ เดี๋ยวประชาชนจะสับสน ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ เรากำหนดหลักการไว้ แต่ในรายละเอียดวิธีการเลือกต้องไปเขียนไว้ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. กรธ.ยังพิจารณาไม่ถึงตรงนี้ ขณะนี้กำลังเร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรค การเมือง และร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. ที่ กกต.ส่งมาก่อน เพราะพรรคการเมืองต้องไปเตรียมความพร้อมก่อนการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นพรรคเก่าหรือพรรคใหม่ ส่วน สปท.จะแสดงความคิดเห็น หรือส่งข้อเสนออะไรมา สามารถส่งมาได้

เชื่อบล็อกโหวตยากต้นทุนสูง

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรธ. กล่าวว่า การเลือกตั้งแบบไขว้ ที่ กรธ.คิดไว้ เป็นวิธีการที่ทำให้การบล็อกโหวตเกิดขึ้นได้ยาก เพราะต้องลงทุนสูง ต้องเริ่มกระบวนการตั้งแต่ระดับอำเภอ ไปจนถึงระดับชาติ แถมการจัดการเลือก ส.ว. รัฐยังไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากด้วย การที่ ส.ว.ไม่มีอำนาจถอดถอนเหมือนอดีต แค่กลั่นกรองกฎหมาย ทำงานปฏิรูป และเห็นชอบให้บุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งเท่านั้น ทำให้คนคงไม่ลงทุนที่สูงขนาดนั้น และการเลือกไขว้แบบข้ามกลุ่ม ทำให้ได้ ส.ว.ระดับชาติ ไม่ใช่แค่รู้จักเฉพาะในวงการของเขา แต่คนในวงการอื่นๆรู้ว่า คนที่เขาเลือกนั้นเก่งและดีจริง ได้รับการยอมรับจากทุกวงการ แต่หากใครมีข้อเสนอที่ดีกว่า และคิดว่าจะทำให้การบล็อกโหวตไม่เกิดขึ้นได้ก็เสนอเข้ามา

“องอาจ” ชม กกต.–กรธ.ไอเดียบรรเจิด

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากข้อเสนอ กกต. และ สปท. ในร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และกฎหมายพรรคการเมือง ต่อ กรธ. เชื่อว่าทั้ง 2 องค์กรเจตนาดี มีไอเดียบรรเจิดมากมายหลายเรื่อง เป็นเรื่องที่ดีจะได้ถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ ทำให้ กรธ.มีข้อมูลหลากหลาย แต่ควรคำนึงถึงประสิทธิภาพ ประโยชน์ที่ประเทศชาติและประชาชนจะได้รับ ภายใต้หลักการ คือ 1.ไม่ขัดหรือแย้ง ไม่ควรซ้ำซ้อนกับที่บัญญัติไว้ชัดเจนแล้วในร่างรัฐธรรมนูญ 2.กลบจุดอ่อนของการเมืองแบบเก่า ก่อให้เกิดการเมืองใหม่ได้ 3.ช่วยให้เกิดความเสมอภาค สุจริต เที่ยงธรรม 4.ไม่ควรเป็นไปเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ใครคนใดคนหนึ่ง หรือทำลายพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเป็นการเฉพาะ 5.สร้างกลไกที่จะขจัดระบอบธนาธิปไตย

“นิพิฏฐ์” เหน็บความรู้สึกช้าไป

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อท้วงติงของ กมธ.ด้านการเมือง สปท. ประเด็นการเลือกไขว้ ส.ว. ว่า เคยบอกแล้วว่า การเลือกไขว้ ส.ว. ที่ กรธ.เขียนไว้ จะเกิดปัญหาบล็อกกันได้ อาจทำให้จังหวัดเดียวมี ส.ว.ถึง 7-8 คน แต่บางจังหวัดอาจไม่มี ส.ว.เลย ส่วนหลักการที่ไม่ให้สาขาอาชีพเดียวกัน เลือกกันเอง แต่ให้เลือกกลุ่มอื่นนั้น จะเกิดการตกลงแลกคะแนนข้ามกลุ่มง่ายๆแบบไม่ต้องเกรงใจกัน เพราะไหนๆไม่รู้จักกันอยู่แล้ว คนที่มีชื่อเสียงในกลุ่มฐานอาชีพจะได้เปรียบ สุดท้ายได้แต่แกนนำมาเป็น ส.ว. เคยเตือน กรธ.แต่ไม่ฟัง ให้ไว้ใจประชาชนเลือกตั้ง ส.ว.จังหวัดละ 1 คน ที่เหลือให้ตั้งคณะกรรมการสรรหาที่มีความน่าเชื่อถือ มาคัดสรรสัดส่วนที่เหลือจากทุกสาขาอาชีพ แต่เสนออะไรไปก็ถูกด่า วันนี้ กรธ.หรือ สปท. จะมาทำเป็นความรู้สึกช้า คงทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจเลยตามเลย เพราะผ่านประชามติไปแล้ว

“อุเทน” หนุน มท.คุมเลือกตั้งแทน

ด้านนายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า สนับสนุนข้อเสนอของ กมธ.ด้านการเมือง สปท. ให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาจัดการเลือกตั้งแทน กกต.เหมือนในอดีต เพราะตั้งแต่มี กกต. การจัดเลือกตั้งแต่ละครั้ง ต้องไปขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นอยู่ดี แม้ กกต.มีอำนาจตามกฎหมาย แต่ยังขาดเครื่องมือหรือเจ้าหน้าที่ที่จะจัดการเลือกตั้งอย่างมีประสิทธิภาพ หลายครั้ง กกต.ที่ควรเป็นผู้กำกับดูแลให้เกิดความเรียบร้อย กลับเป็นคนสร้างปัญหาขึ้นเสียเอง จนถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง ก่อปัญหาจนต้องเข้าคุกเข้าตารางมาแล้ว อีกทั้งการใช้ดุลพินิจของ กกต.ที่ผ่านมา ถูกตั้งคำถามมาตลอดในเรื่องมาตรฐานการวินิจฉัย และความโปร่งใส จึงไม่เหมาะที่จะให้คนเพียง 5 หรือ 7 คนมาตัดสินอนาคตชาติบ้านเมือง หรือมีอำนาจเหนือคะแนนเสียงที่ผู้สมัครได้รับเลือกจากประชาชน จึงเสนอให้ กรธ.ใช้โอกาสในการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญขณะนี้ ตัดกลไกในส่วนของ กกต. ออกไปจากวงจรการเมืองไทยเสียเลย อย่างน้อยประหยัดงบประมาณได้อีกมาก

“ยะใส” ไม่เอาหวั่นซ้ำรอยเดิม

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่จะแก้ปัญหาโดยกลับไปใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทย ให้ กกต.เป็นแค่ผู้กำกับเท่านั้น แนวคิดนี้แก้ปัญหาแบบมักง่าย สะท้อนว่าเราไม่สามารถออกแบบ กลไกการจัดการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม ที่มีทางเลือกมากกว่า กกต. หรือมหาดไทย ไม่ปฏิเสธว่าการจัดการเลือกตั้งโดย กกต. ที่ผ่านมามีปัญหา แต่ต้องยอมรับว่าการจัดการโดยกระทรวงมหาดไทยก็มีปัญหาไม่น้อยไปกว่ากัน หรืออาจมากกว่าด้วยซ้ำ ที่สำคัญถ้าประเมินผลงาน กกต.ในชุดแรกๆ ทำไมได้รับการยอมรับสูงกว่าชุดหลัง นี่ต่างหากที่ต้องวิเคราะห์และทบทวน เพื่อปรับปรุงการทำงานของ กกต.

ตั้ง “อุตตม” นั่งที่ปรึกษานายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 202/2559 เรื่องแต่งตั้งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ และการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารด้านดิจิทัลมาใช้ในทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขั้นของประเทศ จึงแต่งตั้งให้ นายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นที่ปรึกษานายกฯ เพื่อสนับสนุนการบริหารราชการด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. เป็นต้นไป

“วิลาศ” บี้ใช้ ม.44 ยึดที่ป่าสงวนคืน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ใช้มาตรา 44 จัดการผู้บุกรุกพื้นที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ เพราะปัจจุบันที่ใช้มาตรา 44 ดำเนินการกับผู้บุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. จำนวน 500 ไร่ขึ้นไป ทั้งประเทศมีเพียง 20 แปลง จึงอยากให้ดำเนินที่ดินแปลงที่ครอบครองโดยนักการเมือง ข้าราชการผู้ใหญ่ ผู้มีอิทธิพลที่มีพื้นที่ไม่ถึง 500 ไร่ด้วย เช่นที่ดิน ส.ป.ก. ใน จ.ชัยภูมิ ที่ครอบครองโดยอดีตนักการเมืองชื่อดัง รวมทั้ง ขอให้เร่งจัดการกับกรมการท่องเที่ยว ส.ป.ก. และ ผอ.สวนรุกขชาติน้ำผุดทับลาว โดยเฉพาะกรมการท่องเที่ยวที่จัดงบประมาณไม่น่าจะตรงกับภารกิจ คือ จัดงบ 36 ล้านบาท มีการสร้างรีสอร์ต 8 หลังในสวนรุกขชาติ โดยให้มูลนิธิน้ำผุดทับลาวซึ่งมีอดีตนักการเมืองชื่อดังเป็นผู้ก่อตั้งจดทะเบียนด้วย

โพลหนุนระบบไพรมารีโหวต

อีกด้าน นิด้าโพลเปิดผลสำรวจความเห็นเรื่อง “พ.ร.บ.พรรคการเมือง” จากประชาชน 1,250 ตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 29.04 ระบุว่า การจัดตั้งพรรคการเมืองควรทำได้ค่อนข้างยาก แต่ส่วนใหญ่ร้อยละ 53.36 ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดให้เสียค่าสมาชิกพรรคเป็นรายปี เพื่อให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง โดยในจำนวนนี้เห็นว่าจำนวนเงินค่าสมาชิกรายปี ควรให้แต่ละพรรคกำหนดเอง เมื่อถามถึงการกำหนดให้รัฐต้องจ่ายเงินสมทบให้พรรคการเมือง ตามจำนวนเงินที่แต่ละพรรคได้รับจากค่าสมาชิกพรรค ร้อยละ 67.52 ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ยังเห็นด้วยว่า การกำหนดให้ผู้ที่จะสมัคร ส.ส. ในนามพรรคการเมืองใด ต้องได้รับความเห็นชอบจากตัวแทนของพรรค หรือสมาชิกพรรคจำนวนหนึ่งในเขตเลือกตั้งนั้นก่อน

ผลงานด้านความมั่นคงเข้าตาสุด

ขณะที่สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดผลสำรวจ เรื่องผลงานรัฐบาลรอบ 2 ปี จากประชาชน 1,237 ตัวอย่าง โดยคะแนนเต็ม 10 พบว่า ด้านการเมืองและความมั่นคงได้ 9.23 คะแนน ด้านสังคม 8.45 คะแนน ด้านเศรษฐกิจ 6.29 คะแนน เมื่อให้จัดอันดับรัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมา พอใจรัฐบาลใดมากที่สุด อันดับที่ 1 รัฐบาลและ คสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ร้อยละ 63.5 อันดับที่ 2 รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 11.3 อันดับ 3 รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 10.7 และอันดับ 4 รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร้อยละ 5.5 ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรี ส่วนใหญ่เห็นว่าควรปรับเล็กเท่าที่จำเป็น สำหรับกระทรวงที่ประชาชนเห็นผลงาน อันดับ 1 กระทรวงกลาโหม อันดับ 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อันดับ 3 กระทรวงมหาดไทย และสิ่งที่อยากให้รัฐบาล และคสช.ทำงานเพื่อประชาชน ส่วนใหญ่ระบุว่าคนไทยต้องมีงานทำ ทักษะดี เงินดี มีสุขอย่างพอเพียง

พอใจชิ้นโบแดงปราบคอร์รัปชัน

ด้านสวนดุสิตโพล เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน จำนวน 1,167 คน เรื่อง ควันหลงการแถลงผลงาน 2 ปี โดยส่วนใหญ่เห็นว่าทำให้ประชาชนได้รับรู้และเข้าใจการทำงานของรัฐบาลมากขึ้น อยากให้รัฐบาลตั้งใจทำงานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน สิ่งที่ประชาชน “สมหวัง” กับ 2 ปี รัฐบาล คือด้านการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน และผู้มีอิทธิพลมากที่สุด รองลงมา คือการควบคุมดูแลความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง แต่สิ่งที่ประชาชน “ผิดหวัง” มากที่สุดคือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ รองลงมาเป็นปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร การปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น และสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นในปีที่ 3 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ คือเศรษฐกิจดีขึ้น บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และบ้านเมืองสงบ เป็นระเบียบ ไม่มีการชุมนุม

“เรืองไกร” เตือน จนท.มีเสียวระวังถูกฟ้อง ย้อนสมัยรัฐบาล “มาร์ค” ก็ทำแต่ทำไมเงียบ จ่อยื่น “บิ๊กตู่” ทำให้รอบคอบ “ยิ่งลักษณ์” พักยกดูลูกชายซ้อมบอล “นิพิฏฐ์” เย้ยอดีต 30 ส.ส.พท. ดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมมีสิทธิพาเหรดเข้าคุก 19 ก.ย. 2559 08:17 19 ก.ย. 2559 08:23 ไทยรัฐ