วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอสซีบีทุ่ม 2 หมื่น ล.ปรับองค์กรครั้งใหญ่ รับกระแส "ฟินเทค" แข่งดุ

“ไทยพาณิชย์” ยกเครื่องครั้งใหญ่ ทุ่มเงิน 2 หมื่น ล. ปรับระบบไอทีใหม่ หวังแข่งกับฟินเทค พร้อมแบไต๋อินเตอร์แบงก์-โมบายแบงก์มาแรง จ่อคิดปรับลดสาขา โยกพนักงานไปเซลขายผลิตภัณฑ์การเงิน

นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีบี เปิดเผยว่า ธนาคารกำลังเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงองค์กรครั้งใหญ่ โดยจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำว่า 20,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงด้านเทคโนโลยี (ไอที) ของธนาคารใน 2-3 ปีข้างหน้า ให้มีความพร้อมรับมือกับกระแสเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) และพฤติกรรมการใช้บริการของลูกค้าที่กำลังเข้ามา รวมถึงการพัฒนาบุคลากร และกระบวนการทำงานให้รวดเร็ว ที่กำลังเปลี่ยนแปลง

“ตั้งแต่ต้นปีมาไทยพาณิชย์มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะหลังจากธุรกิจแบงก์แข่งกันปล่อยสินเชื่อแรงๆกันมานาน ก็ถึงยุคที่ต้องปรับเปลี่ยน เพราะการจะคงความสามารถการแข่งขันไว้แบบเดิมๆทำได้ยาก เนื่องจากวันนี้โลกผันผวนไปเร็ว แถมมีฟินเทคคู่แข่งทางการเงินใหม่ๆ ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมจากผู้กำกับดูแลของธนาคารเข้ามาแข่งอีก ดังนั้นธนาคารจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงให้กระฉับกระเฉง แข็งแรง เพื่อรักษาการเติบโตอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ ธนาคารได้ลงทุนไอทีก้อนแรกไปแล้ว 6,500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15% ของกำไร เพิ่มจากปกติที่ใช้กำไรเพียง 6-7% สำหรับใช้วางระบบจัดการฐานข้อมูลลูกค้า หรือบิสซิเนส อินเทลลิเจนท์ ใช้ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟ 365 แอพพลิเคชั่น มาเชื่อมโยงเข้ากับระบบฐานข้อมูลซึ่งเสร็จในปีนี้ รวมถึงกำลังปรับปรุงแอพพลิเคชั่นเอสซีบี อีซี โฉมใหม่เปิดใช้ได้ต้นปีหน้า และปีต่อไปธนาคารจะลงทุนด้านไอทีสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการลงทุนระดับสูงเช่นนี้อาจทำให้กำไรธนาคารลดบ้างก็ต้องยอม ดีกว่าไม่ลงทุนในวันนี้ และวันต่อไปอยู่ได้ลำบาก

“การเปลี่ยนแปลงในระยะสั้นอาจกระทบรายได้ค่าธรรมเนียมลดลงบ้าง แต่ในด้านรายจ่ายที่เป็นต้นทุนการบริหารเงินสดสาขาก็ลดลงตาม หักลบกันแล้วอาจมีกำไรเพิ่มก็ได้ แต่สิ่งสำคัญจะไม่ตั้งเป้าหมายโดยมองแค่กำไรสูงสุด ขนาดสินทรัพย์สูงสุด สาขาเยอะสุด หรือรายได้มากสุด แต่จะมุ่งสู่เป็นธนาคารแห่งความน่าชื่นชมสูงสุด หรือ เดอะ โมสต์ แอดไมร์ เติบโตแบบยั่งยืนโดยยึดประโยชน์ต่อพนักงาน ลูกค้า ผู้ถือหุ้น หน่วยงานกำกับดูแล และสังคม”

นายอาทิตย์กล่าวอีกว่า ขณะนี้ธนาคารกำลังปรับให้ลูกค้าหันไปทำธุรกรรมทางการเงินทางอินเตอร์เน็ต หรือโทรศัพท์เพิ่มขึ้น และทยอยลดจำนวนสาขาลงจากปัจจุบันที่มีกว่า 1,200 สาขา รวมถึงการปรับพนักงานประจำสาขาไปทำหน้าที่ฝ่ายขายแทน แต่จะปิดมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมลูกค้า แต่ถึงอย่างไรไทยพาณิชย์ไม่มีแผนลดพนักงาน แต่จะให้เกษียณไปตามฤดูกาลปกติ เพราะจำนวนพนักงานระดับนี้ถือว่าเหมาะสม

นอกจากนี้ ธนาคารยังได้มีการจัดแบ่งกลุ่มลูกค้าใหม่ เพื่อให้ง่ายต่อการนำเสนอบริการทางการเงิน ช่องทางการบริการ รวมถึงบริการเสริมเพิ่มเติมอื่นๆให้แก่ลูกค้า โดยแบ่งเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลูกค้าบุคคลทั่วไป เช่น ลูกค้าบัญชีเงินฝาก สินเชื่อบ้าน สินเชื่อบุคคล บัตรเครดิต ลูกค้าบุคคลที่ร่ำรวย (เวลธ์) จะนำเสนอบริการการลงทุน การวางแผนจัดการทรัพย์สิน กลุ่มเอสเอ็มอีขนาดเล็ก กลุ่มเอสเอ็มอีขนาดใหญ่ กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ และกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่ทำธุรกิจหลากหลายรูปแบบ และขยายสาขาไปต่างประเทศ

“ตั้งแต่ปีหน้าการให้บริการลูกค้าทั้ง 6 กลุ่ม จะแยกผลิตภัณฑ์ช่องทางอย่างชัดเจน เน้นการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเวลธ์ที่เห็นว่ามีศักยภาพ รวมถึงกลุ่มลูกค้าสินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่ ที่ปัจจุบันเรายังมีน้อยเพียง 1,000 ราย แต่ภายใน 2-3 ปีข้างหน้าต้องเพิ่มเป็น 3,000 ราย มีส่วนแบ่งตลาดให้ได้ 20-25%”.

“ไทยพาณิชย์” ยกเครื่องครั้งใหญ่ ทุ่มเงิน 2 หมื่น ล. ปรับระบบไอทีใหม่ หวังแข่งกับฟินเทค พร้อมแบไต๋อินเตอร์แบงก์-โมบายแบงก์มาแรง จ่อคิดปรับลดสาขา โยกพนักงานไปเซลขายผลิตภัณฑ์การเงิน 19 ก.ย. 2559 03:53 19 ก.ย. 2559 03:53 ไทยรัฐ