วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รอง ผวจ.ตรัง ลั่น เอาศักดิ์ศรีชีวิตราชการเป็นเดิมพัน ถวายฎีกา ชนะลาออก

รองผู้ว่าฯ ตรัง ลั่น เอาศักดิ์ศรีและชีวิตราชการเป็นเดิมพัน ถวายฎีกา ถ้าสู้ชนะขอลาออก ถ้าแพ้ขออยู่ต่อให้ตั้งกรรมการสอบสวนความผิด ย้ำชัดต้องใช้ระบบคุณธรรมสรรหาแต่งตั้ง ไม่ใช่ระบบพรรคพวก 

ผู้สื่อข่าว จ.ตรัง รายงานข่าวคืบหน้า ตามที่ นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รอง ผวจ.ตรัง พากันให้ความสนใจข้อความที่ นายสายัณห์ เขียนส่งทางไลน์กลุ่มข้าราชการ และลงในเฟซบุ๊กของตัวเอง ด้วยใจความสำคัญว่า จะยื่นถวายฎีกา และฟ้องศาลปกครอง กรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่อง การแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูง ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ของกระทรวงมหาดไทย และพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เป็นธรรมการพิจารณาโยกย้ายตำแหน่งของกระทรวงมหาดไทย ว่ายังนำระบบพรรคพวกและระบบอุปถัมภ์มาพิจารณามากกว่าจะนำระบบคุณธรรมมาใช้ พร้อมทั้งสนับสนุนและให้กำลังใจ นายสายัณห์ กันเป็นจำนวนมาก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ข่าวคืบหน้าล่าสุด เมื่อเช้าวันนี้ 18 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รอง ผวจ.ตรัง โดยกล่าวยอมรับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง และที่ตนตัดสินใจทำหนังสือถวายฎีกาในครั้งนี้ เนื่องจากคิดว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะตนมีความอาวุโสมากที่สุดอันดับ 1 ของประเทศไทย รับราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาตั้งแต่ปี 2547 ต่อสู้มาตลอด ปี 2555 ได้ขึ้นเป็นรอง ผวจ.ยะลา ตอนนี้มีอายุราชการ 8 ปี 6 เดือน สำหรับการเป็นรองผู้ว่าฯ แต่ปรากฏว่ายังไม่ได้รับการแต่งตั้ง แต่ปรากฏว่าคนที่เป็นรองผู้ว่าฯ 1 ปีกว่า-2 ปี ได้ขึ้นเป็นผู้ว่าฯ เยอะเลย

ผมขอเรียนเบื้องต้นว่า ถ้าผมชนะในครั้งนี้ ผมจะยื่นขอลาออกทันที ให้ได้รู้ว่าผมไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง แต่ผมขอต่อสู้เพื่อระบบของกระทรวงมหาดไทย มีผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นอดีตผู้ว่าฯ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย โทรมาสนับสนุนมากว่า “กระทรวงมหาดไทย เดี๋ยวนี้เละเทะมาก” ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาต่อสู้ วันนี้ผมขอเอาชีวิตข้าราชการของผมเข้าไปสู้ ถ้าผมชนะ ผมลาออกให้เห็นว่าผมไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ถ้าผมแพ้ ผมไม่ลาออก ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยผมว่ามีความบกพร่องอะไรในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ อยากได้คำชี้แจง

กรณีการขอถวายฎีกานั้น เนื่องจากข้าราชการระดับผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้ที่ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นมันต้องใช้ระบบคุณธรรมเข้ามาในการสรรหาแต่งตั้ง ไม่ใช่ระบบพรรคพวก หรือระบบที่ต้องใช้สินบาตรคาดสินบนกัน ต้องใช้ระบบคุณธรรมถึงจะมาดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ผมก็จะถวายฎีกาให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบเรื่องนี้ เพราะตำแหน่งผู้ว่าฯ ต้องทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทูลเกล้าฯ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งแต่งตั้ง อย่างน้อยผู้ที่กลั่นกรองเรื่องนี้จะได้รู้ว่า การแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดของกระทรวงมหาดไทยในยุคนี้ ยุคที่คิดว่าเป็นความโปร่งใส ยุค คสช. ทุกคนมีความคาดหวังว่ามันน่าจะมีความโปร่งใส มีความยุติธรรม แต่มันไม่มีครับ

นายสายัณห์ กล่าวย้ำว่า ผมจะยื่นถวายฎีกา ในวันที่ 20 ก.ย.2559 กำลังรวบรวมเอกสารข้อมูลทั้งหมดของผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งทั้งหมดแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร ว่าทำงานเป็นรองผู้ว่าฯ มาแล้วกี่ปี ซึ่งปีกว่าก็มี 2 ปีก็มี ผมทำงานเป็นรองผู้ว่าฯ มาแล้ว 8 ปี 6 เดือน แล้วสำคัญที่สุดก็คือ เขาย้ายผมออกมาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงเดือน ก.ย.2558 ทั้งที่ตอนนั้นผมอาวุโสที่จะได้ขึ้นเป็นผู้ว่าฯ ตามทำเนียมปฏิบัติที่เขายึดถือกันมา แต่เขาเอาคนของเขาไป แล้วก็ย้ายผมออกมาซะ และก็รับปากกับผมว่า ปีนี้จะจัดการให้ ผมอยากจะให้หน่วยงานไหนก็ได้ไปตรวจสอบในพื้นที่ยะลา นราธิวาส และ จ.ตรัง ที่มาอยู่ 1 ปี ดูว่าคนอย่างผมมีความบกพร่องต่อหน้าที่ตรงไหนบ้าง ทุจริตคอร์รัปชันตรงไหนบ้าง มีปัญหากับคนกลุ่มไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพี่น้องมุสลิม ให้ไปตรวจสอบ ตั้งคนที่เป็นกลางไปตรวจสอบ แล้วถ้าผมมีความผิดถือว่ามีความเหมาะสม แต่ถ้าผมไม่มีความบกพร่องในเรื่องราวเหล่านั้น ผมต้องได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งตามลำดับอาวุโสตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้ แต่ถ้าเขาชี้ว่าผมมีความบกพร่องตรงนั้นตรงนี้ไม่สมควร ก็มาสู้กันในศาล

ผมได้เรียนท่านกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้วครับ ว่าท่านครับเกิดอะไรขึ้นกับผม ท่านได้สัญญากับผมแล้วว่า ปีนี้ปีสุดท้ายแล้วผมจะเกษียณอายุราชการ ท่านบอกว่า ท่านเสนอแล้ว แต่ไม่ผ่านบอร์ดของคณะรัฐมนตรี ไม่ผ่านบอร์ดของกระทรวง ท่านบอกท่านเสนอแล้ว ผมจึงอยากจะรู้ว่าบอร์ดของกระทรวงนี่เอาอะไรมาตัดสินว่า คนนี้จะได้หรือไม่ได้ ผมอยากเห็นข้อบกพร่องในตัวผมจะได้ยอมรับ แต่ถ้าเท่าที่ทุกคนประเมินวันนี้คือ ระบบพรรคพวก ระบบอุปถัมภ์ ไม่ใช่ระบบคุณธรรม นายสายัณห์กล่าวทิ้งท้าย

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ประชาชนจังหวัดตรัง ได้มีการตั้งข้อสังเกตเหมือนกันว่า เพราะเหตุผลใด ที่ทางกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งย้าย นายเดชรัฐ สิมศิริ ผวจ.ตรัง เข้ากรุไปนั่งในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ทั้งๆ ที่นายเดชรัฐเพิ่งย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ ผวจ.ตรัง ได้เพียงแค่ 1 ปี และจะเกษียณราชการในปี 2560 มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เป็นที่เคารพรักของเพื่อนข้าราชการ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน และแม้ว่าทางสภาอุตสาหกรรม จ.ตรัง จะทำหนังสือขอให้ทบทวนคำสั่งไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ กระทั่งคำสั่งล่าสุดให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการย้ายเข้ากรุดังกล่าว.

รองผู้ว่าฯ ตรัง ลั่น เอาศักดิ์ศรีและชีวิตราชการเป็นเดิมพัน ถวายฎีกา ถ้าสู้ชนะขอลาออก ถ้าแพ้ขออยู่ต่อให้ตั้งกรรมการสอบสวนความผิด ย้ำชัดต้องใช้ระบบคุณธรรมสรรหาแต่งตั้ง ไม่ใช่ระบบพรรคพวก 18 ก.ย. 2559 15:34 18 ก.ย. 2559 19:36 ไทยรัฐ