วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตำรวจ โสเภณี

กฎหมายลักษณะผัวเมียออกสมัยพระเจ้าอู่ทอง สถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ยืนยันว่าอาชีพโสเภณีมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยในรัชกาลที่ 4 แรกดำริสร้างถนนสายแรกในกรุงเทพฯ ก็เริ่มให้มีการจดทะเบียนเพื่อเก็บภาษีโสเภณีหารายได้ เรียกในสมัยนั้นว่า ภาษีบำรุงถนน

(รักในมุมลับแห่งสยาม โรม บุนนาค สำนักพิมพ์ สยามบันทึก พ.ศ.2555)

สมัยรัชกาลที่ 5 สยามเปิดประตูรับอารยธรรมต่างประเทศ เปิดช่องให้โสเภณี รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี จีน ญวน ญี่ปุ่น เข้ามาเปิดบริการแข่งกับโสเภณีไทย

ผลที่ตามมา ชายไทยในกรุงเทพฯที่เห่อโสเภณีต่างชาติ ป่วยเป็นโรคบุรุษกันมากมาย สมัยนั้นยาฝรั่งยังไม่มี ต้องกินยาไทยต้มกันเป็นหม้อๆ

คณะเสนาบดีห่วงชายไทยจะสูญพันธุ์ จึงได้ตรา พ.ร.บ.ป้องกันสัญจรโรค ใช้เมื่อปี 2451

จุดมุ่งของกฎหมาย ก็เพื่อให้จดทะเบียนหญิงโสเภณี เพื่อควบคุมดูแลและตรวจโรค และจดทะเบียนสำนักหญิงนครโสเภณี กำหนดให้ปกปิดมิดชิด สะอาดเรียบร้อย

หน้าโรงต้องมีโคมแขวน โดยไม่ได้กำหนดสี เจ้าหน้าที่เอาโคมกระจกสีเขียวเป็นรูปพัดด้ามจิ๋วเป็นตัวอย่าง มีคนทำออกขายใช้เหมือนกัน เป็นที่มาสำนักโคมเขียว

ค่าจดทะเบียนโสเภณี 12 บาท กำหนด 3 เดือน ค่าใบอนุญาตโรงโสเภณี 30 บาท ต่อ 3 เดือน

ตอนนั้นค่าขึ้นห้องโสเภณี 2 สลึงถึง 1 บาท “ของนอก” ญี่ปุ่นหรือฝรั่งครั้งละ 2 บาท เหมาทั้งคืน 4 บาท ถูกแพงแค่ไหน เทียบได้กับราคาข้าวสาร ถังละ 2 สลึงถึง 1 บาท

โสเภณีต่างชาติถูกร้องเรียน สร้างความรำคาญให้มหาชน กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงนครบาล กราบบังคับทูลขอพระบรมราชานุญาต ไล่หญิงชั่วชาวรัสเซีย 4 คน อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี ชาติละ 1 คน

แม้มีกฎหมาย แต่ธุรกิจโรงโสเภณีก็มีเล่ห์เหลี่ยมที่ต้องตามไล่เช่น เมื่อเจ้าหน้าที่ส่งหมอไปตรวจ โสเภณีบางพวกก็ไม่ยอมให้ตรวจ โรงผู้หญิงกวางตุ้งถึงกับปิดโรงหนี โรงน้ำชาค้าประเวณีเอาคนในบังคับต่างชาติ

ญี่ปุ่น ฮอลันดา โปรตุเกส ที่ได้รับสิทธิสภาพนอกอาณาเขต ไม่ต้องขึ้นศาลไทย ใส่ชื่อเป็นเจ้าของ

โสเภณีจีนที่ไม่ได้จดทะเบียนมากกว่าชาติไหน เป็นชาวกวางตุ้ง ช่วงเวลานั้น สยามเป็นศูนย์กลาง ส่งไปมาเลเซีย สิงคโปร์ หนังสือพิมพ์สิงคโปร์ ประณามเป็นการค้าอันน่าอดสู เรียกร้องให้สยามช่วยระงับ ยับยั้ง

ปัญหาโสเภณีมีเรื่อยมาจน พ.ศ.2503 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ออก พ.ร.บ.ปราบการค้าประเวณี ถือว่าโสเภณีเป็นอาชีพผิดกฎหมายต่อมา พ.ศ.2539 กฎหมายฉบับนี้ได้ปรับปรุง เป็น ป้องกันและปราบปราม

กฎหมายที่ชายไทยพึงรู้มาตราที่ว่า ผู้ใดกระทำชำเรา เพื่อสำเร็จความใคร่ของตนเองและผู้อื่น แก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ในสถานการค้าประเวณี โดยบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม

ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสามปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหกหมื่นบาท

มีชายไทยติดคุกข้อหานี้ไปแล้วมากมาย ที่ดังมากกว่าใครคือป๋าเหลิม

ระหว่างอาชีพโสเภณีกับอาชีพตำรวจ หลักฐานโบราณ โสเภณีมีมาก่อน ตั้งแต่สมัยพุทธกาลกว่า 2500 ปี ส่วนตำรวจมีหลักฐาน สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ กษัตริย์อยุธยา ทรงเอาแบบมาจากเขมร เมื่อ 500 ปีมานี่เอง

อาชีพใดก่อนหลังคงไม่สำคัญ ทั้งโสเภณีกับตำรวจ รู้ตื้นลึกหนาบางกันดี ในการปฏิรูปตำรวจที่กำลังคืบหน้า ผมเสนอว่าน่าจะให้โสเภณีมีส่วนช่วย

และเมื่อได้ตำรวจดีๆที่เกิดจากการปฏิรูปแล้ว ก็เอาตำรวจนั่นแหละ มาปฏิรูประบบโสเภณี ฟ้าเมืองไทยที่มืดมัว เพราะปัญหาค้ามนุษย์ ค้าโสเภณีกันมานานแสนนาน จะได้สว่าง แจ้งจางปางเสียที.

กิเลน ประลองเชิง

18 ก.ย. 2559 14:21 18 ก.ย. 2559 14:21 ไทยรัฐ