วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สกุลไทยรายสัปดาห์ อีก 1 เพื่อนเก่าที่จากไป

โดย ซูม

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีข่าวเล็กๆข่าวหนึ่งบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์หลายฉบับ แต่เป็นข่าวใหญ่พาดหัวยักษ์ ของคนรักหนังสือ และ ชอบอ่านหนังสือหนังหาหลายล้านคนทั่วประเทศไทย

นั่นก็คือข่าวการแถลงปิดตัวเองของนิตยสาร “สกุลไทย” รายสัปดาห์ ที่ยืนหยัดเคียงคู่สังคมไทยมาถึง 61 ปี โดยได้ลงจดหมายเปิดผนึกถึงผู้อ่านในเฟซบุ๊กแฟนเพจสกุลไทยรายสัปดาห์ มีใจความตอนหนึ่งว่า...

“เนื่องด้วยสภาพเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และเอเย่นต์จัดจำหน่ายที่ลดลง ทำให้นิตยสารกระดาษค่อยๆลดบทบาทลงในยุคของสื่อดิจิตอลเช่นทุกวันนี้”

“สกุลไทยจำเป็นอย่างที่สุดที่จะต้องแจ้งต่อท่านผู้อ่านว่า คณะผู้บริหารนิตยสารสกุลไทยได้มีมติให้ยุติการจัดทำ โดยฉบับที่ 3237 ซึ่งจะวางจำหน่ายวันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม 2559 จะเป็นฉบับสุดท้าย”

“นิตยสารสกุลไทยขอกราบขอบพระคุณในน้ำใจไมตรีของผู้อ่านที่ได้ให้ความกรุณาสนับสนุนสกุลไทยมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานบนถนนสายนี้ น้ำใจของท่านคณะผู้บริหาร กองบรรณาธิการ พนักงานบริษัทอักษรโสภณ จำกัด ขอรับไว้ด้วยความซาบซึ้ง ด้วยเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนว่าถนนสายนี้มิได้โดดเดี่ยว แต่งดงามและอบอุ่นด้วยน้ำใจ”

นับเป็นนิตยสารรายสัปดาห์ระดับที่เรียกกันว่ายักษ์ใหญ่ฉบับที่ 2 ที่ตัดสินใจปิดตัวเองอำลาแผงในปี 2559 นี้ หลังจากที่นิตยสาร บางกอก รายสัปดาห์ ประกาศปิดตัวไปก่อนเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน

ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่านิตยสารบางกอกจะปิดตัวเองตั้งแต่ พ.ศ.2557 โน่นแล้ว ผมยังหยิบมาเขียนอำลาอาลัยผ่านคอลัมน์นี้ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2557 แต่ปรากฏว่าคณะผู้บริหารเปลี่ยนใจ หันมากัดฟันสู้ต่อจนในที่สุด บางกอกรายสัปดาห์ ก็อยู่มาได้อีก 2 ปีเศษดังกล่าว

สำหรับนิตยสาร สกุลไทย นั้น แทบไม่มีข่าวคราวหรือเบาะแสใดๆ เลยว่าจะเจอสถานการณ์หนักหน่วงจนถึงขั้นจะปิดตัวเอง

จู่ๆก็มีจดหมายเปิดผนึกอำลาแผงออกมาทันที ทำให้แฟนๆและสมาชิกตลอดจนผู้ที่รู้จักคุ้นเคยแม้จะมิใช่สมาชิก รู้สึกช็อกไปตามๆกัน

คงต้องกราบเรียนท่านผู้อ่านว่าความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นกับผมเมื่อทราบข่าวการจากไปของ สกุลไทย ก็เป็นเช่นเดียวกับที่ผมเขียนไว้อาลัย “บางกอกรายสัปดาห์” (ล่วงหน้า 2 ปี) นั่นแหละครับ

คือรู้สึกใจหาย อาลัยอาวรณ์ แม้จะตระหนักดีถึงการเกิดขึ้นและการดับไปอันเป็นสัจธรรมของโลกดังที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนไว้ แต่ผมก็อดเสียดายมิได้ที่เพื่อนเก่าและครูเก่าของผมคนหนึ่งกำลังจะจากไป

ผมถือว่า บางกอก รายสัปดาห์เป็น “เพื่อนเก่า” เพราะติดตามอ่านมาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยม และถือเป็น “ครูเก่า” ด้วย ก็เพราะนักเขียนหลายๆท่านเปรียบเสมือนครูบาอาจารย์ที่ผมอ่านแล้วก็จดจำสำบัดสำนวนมาใช้เขียนหนังสือในภายหลัง

แต่สำหรับ สกุลไทย รายสัปดาห์นั้น นอกจากจะเป็น เพื่อนเก่า และ ครูเก่า ของผมเช่นกันแล้ว ยังเป็น “สนามแจ้งเกิด” สนามแรกๆ ในการเขียนหนังสือของผมด้วย

ประมาณปี 2499 ผมกำลังเรียนอยู่มัธยม 5 ที่ปากน้ำโพ เคยส่งบทกลอนมาประกวดได้รางวัลชนะเลิศประจำสัปดาห์ พร้อมเงินตอบแทน 50 บาท ยังจำได้ดีถึงทุกวันนี้

ในปีเดียวกัน สกุลไทย มีหน้าสำหรับแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ อยู่ 2 หน้าเต็มๆ ใช้ชื่อว่า “อุดมทัศนีย์” ซึ่งผมก็ส่งมาร่วมสนุกด้วย และได้ลงตีพิมพ์บ่อยๆ แม้จะไม่มีเงินรางวัลตอบแทนให้ แต่ก็ทำให้คนได้ลงดังพอสมควร เพราะสกุลไทยจะพิมพ์รูปคนเขียนประกอบไว้ด้วย

ผมเลือกรูปที่หล่อมากมาลง ยังจำได้ว่ามีคนเขียนจดหมายมาสมัครเป็นมิตรกว่าร้อยฉบับ จนบุรุษไปรษณีย์ที่นำจดหมายมาส่งสัพยอกว่าไอ้น้องคนนี้ดังที่สุดในปากน้ำโพ เพราะมีคนส่งจดหมายมาถึงมากที่สุด

แม้เมื่อเติบใหญ่ขึ้นความสนใจของผมที่มีต่อนวนิยายจะลดน้อยลงเพราะหันไปอ่านหนังสือหลากรสมากขึ้น ทำให้ห่างเหินสกุลไทยไปนาน

แต่ก็ยังอ่านคอลัมน์ต่างๆ โดยเฉพาะคอลัมน์สังคมหรือบทความที่เกี่ยวกับเจ้านายของเราที่เป็นสัญลักษณ์ของนิตยสารฉบับนี้เวลาไปรอพบหมอตามโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งมักจะมีนิตยสารเก่าๆมาวางให้อ่านฆ่าเวลา และเกือบทุกโรงพยาบาลจะมีสกุลไทยรวมอยู่ด้วย

ขอแสดงความรักความอาลัยอย่างจริงใจต่อการจากไปของเพื่อนเก่า ครูเก่า และสนามแจ้งเกิดแห่งแรกๆของผม...“สกุลไทยรายสัปดาห์” ไว้ ณ ที่นี้.

“ซูม”

18 ก.ย. 2559 13:05 ไทยรัฐ