วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าติดกับข่าวลือ! ส่องสูตรหุ้น ฉบับรวยแน่ การันตีสัปดาห์นี้ไม่เป็นแมลงเม่า

ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนตื่นตระหนกอกสั่นไปกับปมข่าวลือภายในประเทศ คอหุ้นต่างพร้อมใจกันเทขายออกมาอย่างหนักจนดัชนีร่วงนับร้อยจุด จากนั้นพวกหัวหมออยู่มานานก็อาศัยจังหวะนี้ เข้าเก็บหุ้นราคาต่ำๆ แล้วเอามาปล่อยขายในราคาสูงๆ เสร็จแล้วก็มานั่งเลียปากฟันกำไรเหนาะๆ สบายใจเฉิบ...

หากจะว่าด้วยปัจจัยในประเทศก็ขึ้นๆ ลงๆ นักลงทุนแสนงงเอ๊ะอย่างไร จะว่าด้วยปัจจัยนอกประเทศ นักลงทุนก็เอ๊ะ เฟดจะเอาอย่างไร เพราะฉะนั้น ในสภาวการณ์เช่นนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอเอาใจเหล่านักลงทุนทั่วราชอาณาจักร ด้วยการเสิร์ฟวิทยายุทธ(ฉบับรวยแน่) จาก 2 เซียนหุ้นระดับตัวพ่อของเมืองไทย เซียนเขาว่าอย่างไร ต้องติดตาม!

อย่าติดกับข่าวลือ! เชื่อ = แพ้

เริ่มกันที่ นายสุเชษฐ์ สุขแท้ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ โบรกเกอร์มือทองวิเคราะห์เกมว่า ณ วินาทีนี้ เหตุการณ์สำคัญที่มีผลต่อตลาดหุ้นทั่วทั้งโลก ก็คือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 20-21 กันยายนนี้ แต่คณะกรรมการของเฟดบางท่าน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ท้ายที่สุดแล้ว เฟดอาจจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งคำสัมภาษณ์ข้างต้นนี้ อาจมีความเป็นไปได้ว่า เฟดจะยังไม่รับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังอ่อนแอและเปราะบางอยู่

โดย สุเชษฐ์ โบรกเกอร์แห่ง บล.ไทยพาณิชย์ ชี้ให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า ในวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 ก.ย.59) มูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยนั้น อยู่ที่ 3 หมื่นกว่าล้านบาท แต่พอใกล้ปิดตลาด มูลค่าการซื้อขายได้กระชากขึ้นสูงถึง 8.3 หมื่นล้านบาท ด้วยเหตุนี้ สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนมีความมั่นใจในระดับหนึ่งแล้วว่า เฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นักลงทุนจึงตัดสินใจกลับเข้ามาซื้อหุ้นอีกครั้ง

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทุนขายสุทธิออกมาอย่างหนัก ซึ่งสุเชษฐ์ กล่าวว่า ในขณะที่ กองทุนขาย แต่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อ เพราะฉะนั้น ประเด็นที่ทางกองทุนกำลังกังวล นักลงทุนต่างชาติกลับไม่ได้กังวล ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ดัชนีปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น

“ในแง่ของข่าวลือที่เป็นปัจจัยภายในประเทศนั้น ไม่ได้น่ากลัว หรือน่ากังวลเทียบเท่ากับการลงทุนของต่างชาติ ถ้าต่างชาติเขาเทขายทิ้งกันตูมๆ อย่างนี้ถึงจะเรียกว่า น่ากลัว แต่ถ้าตราบใดที่ไม่เป็นเช่นนั้น และต่างชาติซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วคุณกลับไปกังวลในข่าวลือต่างๆ ที่ไม่มีผลต่อผลประกอบการ จนรู้สึกว่าตัวเองอยากขายทิ้ง แล้วค่อยไปซื้อกลับมาใหม่ ถ้าคุณคิดเช่นนี้ คุณกำลังคิดผิด คุณกำลังจะแพ้ สุเชษฐ์ โบรกเกอร์ชื่อดัง เตือนนักลงทุนไม่ให้ติดกับ

ขณะนี้ นักลงทุนต่างชาติสามารถดึงดัชนีจากที่ยืนอยู่ในระดับ 1,410 จุด ให้ขึ้นมาในระดับ 1,479 จุดได้แล้ว หากนักลงทุนต่างชาติสามารถถึงดัชนีขึ้นไปแตะในระดับ 1,500 จุดได้ ย่อมเท่ากับว่า ร้อยจุดที่เคยทุบลงไป จะถูกดันกลับขึ้นมา

“ในเรื่องของปัจจัยภายในประเทศ พอมีข่าวลือในทิศทางไม่ค่อยดีออกมา นักลงทุนต่างก็ตกอกตกใจขวัญหนีดีฝ่อ รีบเทขาย ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ เป็นเรื่องของการปล่อยข่าวในเชิงจิตวิทยา เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดสถานการณ์เช่นนี้อีก ต้องมีสติ และใช้เวลาพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ให้รอบด้านเสียก่อน โดยในรอบ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา นักลงทุนหลายต่อหลายท่าน เขาจะใช้นักลงทุนต่างชาติเป็นตัวชี้วัด ซึ่งพบว่า ต่างชาติซื้อสุทธิค่อนข้างมาก ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้นักลงทุนมั่นใจมากขึ้น” สุเชษฐ์ สุขแท้ แนะด้วยความเป็นห่วง

สุเชษฐ์ จาก บล.ไทยพาณิชย์ แนะนำนักลงทุนทั่วราชอาณาจักรว่า สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่เพิ่งเริ่มเล่น หากมีเงินลงทุนจำนวนหนึ่ง แนะว่าแบ่งออกมาประมาณ 50% แล้วลงเล่นในกลุ่มหุ้นที่เป็นปัจจัยพื้นฐาน, กลุ่มอุตสาหกรรม, กลุ่มรถไฟฟ้า, กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มโรงแรม

ส่วนนักลงทุนที่เล่นมาได้แล้วสักพักหนึ่งแล้ว แนะนำว่าควรหาความรู้ทางเทคนิคเพิ่มเติม แต่ไม่ควรเน้นสัญญาณทางเทคนิคที่เป็นรายนาที ซึ่งหลังจากเดือนกันยายนไปแล้วนั้น สุเชษฐ์แนะว่า นักลงทุนควรรออีกประมาณ 10 วัน เพื่อรอให้เฟดมีความชัดเจน รอให้ตลาดหุ้นปรับฐานให้แน่นเต็มที่ รอให้ตลาดหุ้นไปยืนที่ระดับ 1,500 จุด จากนั้น นักลงทุนค่อยปรับพอร์ต แต่ในกรณีที่ตลาดหุ้นยังผันผวนอยู่ นักลงทุนควรรออีกนิด เพราะอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม ผลประกอบการธนาคารจะประกาศออกมา ถึงเวลานั้น ค่อยเริ่มลงทุน

ส่วนหุ้นที่ สุเชษฐ์ ให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ หุ้นที่มีเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้าได้ดี เช่น หุ้นธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK, บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG

ส่วนหุ้นขนาดกลาง แนะนำ หุ้นบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ส่วนหุ้นพาณิชย์แนะนำ หุ้นบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP ALL

ส่วนหุ้นเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร แนะนำ หุ้นบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF, บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT เนื่องจากยอดขายไก่ในช่วงปลายปี ค่อนข้างไปได้สวย

โบรกฯ ชื่อดัง แนะจับตาเฟดขึ้นดอกเบี้ย เตือน นลท.หน้าใหม่ ศึกษาเกมไปก่อน

นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการเงินทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) แนะให้จับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (เฟด) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 20-21 กันยายนนี้ โดยส่วนตัว คาดว่า เฟด จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

หากผลการประชุมออกมา ปรากฏว่า เฟดยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ปัจจัยนี้จะส่งผลให้ตลาดหุ้นไทย ซึมออกข้างๆ ไม่ปรับตัวขึ้นมากนัก เนื่องจากตลาดฟิวเจอร์ทราบกันอยู่แล้วว่า เฟดอาจจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพราะฉะนั้น ผมแนะนำว่าให้ขายเลย แต่ในกรณีที่เฟดตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หุ้นจะลง ให้รอรับดัชนีที่ต่ำกว่า 15 เท่า PE คือ 1,390 จุด” เผดิมภพ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย อ่านเกมหุ้น

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ชื่อดังจากกสิกรไทย ยังแนะให้จับตาปัจจัยภายนอกอันเป็นเหตุการณ์สำคัญของโลกอีกว่า ในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ จะมีเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งนักลงทุนต่างมีความกังวลว่า หากโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง และได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อาจทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลง

โดยสัปดาห์หน้า (19-23 ก.ย.) เผดิมภพ คาดการณ์ว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะนิ่ง มีบวกลบเพียงเล็กน้อย โดยให้กรอบแนวรับอยู่ที่ 1,460 และ 1,430 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,487 และ 1,505 จุด ตามลำดับ พร้อมแนะนำว่า นักลงทุนควรซื้อหุ้นในกลุ่มที่ไม่อิงกับเศรษฐกิจ ซึ่งหุ้นประเภทนี้จะปลอดภัยในช่วงที่ดัชนีตลาดหุ้นกำลังทรงๆ

ขณะที่ นักวิเคราะห์จาก บล.กสิกรไทย แนะนำหุ้นกลุ่มการแพทย์ อาทิ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH, บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG, บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ส่วนอีกกลุ่มก็คือ หุ้นกลุ่มประกันภัยและประกันชีวิต เพราะถ้าแนวโน้มดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น กลุ่มประกันชีวิตจะได้ประโยชน์ ดังนั้น จึงแนะนำ หุ้นบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA 

อย่างไรก็ตาม เผดิมภพ ให้คำแนะนำแก่นักลงทุนที่เพิ่งลงสนามว่า “นักลงทุนหน้าใหม่อย่าเพิ่งทำอะไร เนื่องจากสถานการณ์ดอกเบี้ยกำลังจะปรับตัวขึ้น ดังนั้น ควรเตรียมตัวศึกษาหาข้อมูลไปก่อน หากจะซื้อหุ้นตอนนี้ เชื่อว่า ยังไม่เหมาะ ควรรอให้ index ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อน และรอให้สถานการณ์ดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ขึ้นอีกทีหนึ่งแล้วค่อยว่ากัน”

เอาชนะข่าวลือ และผู้ไม่หวังดี ด้วยสติ
สติมา สตางค์จะเกิด!


  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ 

reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ
พวกหัวหมออยู่มานานก็อาศัยจังหวะนี้ เข้าเก็บหุ้นราคาต่ำๆ แล้วเอามาปล่อยขายในราคาสูงๆ เสร็จแล้วก็มานั่งเลียปากฟันกำไรเหนาะๆ สบายใจเฉิบ... 17 ก.ย. 2559 18:22 ไทยรัฐ