วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ดี...อร่อย...ปราศจากสารเคมี ผลผลิตจากความภูมิใจเกษตรกรชาวเขา

จากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงต้องการช่วยเหลือชาวเขาให้มีอาชีพที่มั่นคงทดแทนการปลูกฝิ่น พร้อมกับส่งเสริมสภาพแวดล้อมธรรมชาติให้คืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ ได้เป็นจุดกำเนิดของ “มูลนิธิโครงการหลวง” โครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ช่วยสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน และมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่เกษตรกรชาวเขาในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคเหนือ โดยมีผลลัพธ์เป็นผลิตผลคุณภาพจากยอดดอย ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของลูกหลานเกษตรกร ที่ส่ง ต่อจากรุ่นสู่รุ่น

ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของโครงการหลวง เมื่อราว 50 ปีก่อน ประเทศไทยได้ประกาศให้เลิกค้าและเลิกสูบฝิ่นอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้การปลูกและค้าฝิ่นของชาวเขาเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ด้วยพระวิสัยทัศน์อันยาวไกล พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้สร้างอาชีพใหม่แก่ชาวเขา เพื่อชดเชยรายได้หลักที่ขาดหายไปจากการปลูกฝิ่น ขณะเดียวกัน ก็เพิ่มความมั่นคงปลอดภัยของชีวิตให้พสกนิกรบนดอยสูง

สืบเนื่องมาจากการเสด็จฯแปรพระราชฐานไปยังพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลจากสถานีวิจัยดอยปุย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีโอกาสทอดพระเนตรการทดลองปลูกพืชเมืองหนาว ที่นำพันธุ์มาจากต่างประเทศ เช่น พีช, บ๊วย, พลับ ทรงค้นพบว่า พืชผลเหล่านี้สามารถสร้างรายได้จากการขายผลผลิตได้สูงพอๆกับรายได้จากการขายฝิ่นของชาวเขา ด้วยเหตุนี้จึงทรงมีพระบรมราชโองการให้จัดตั้ง “โครงการหลวงพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา” เมื่อปี 2512 โดยพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ พร้อมกับทรงมอบหมายให้ “หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี” เป็นผู้อำนวยการโครงการเพื่อพัฒนาให้ชาวเขาหันมาปลูกพืชพันธุ์เมืองหนาวทดแทนการปลูกฝิ่น โดยให้มีการริเริ่มครั้งแรกที่ดอยปุย ต่อมาได้ขยายไปยังดอยอ่างขาง ซึ่งเป็นพื้นที่ราบในหุบเขาบนที่สูง ประมาณ 1,400 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีอากาศหนาวเย็น จึงเหมาะอย่างยิ่งกับการปลูกพืชเมืองหนาว

พืชชนิดแรกที่ทดสอบปลูกและได้ผลดีคือ พีช หรือลูกท้อ โดยทำการทดลองปลูกกระทั่งเก็บเกี่ยวได้ จากนั้นจึงนำพันธุ์พืชไปเผยแพร่ส่งเสริมให้ชาวเขาได้ปลูกขาย ภายใต้แนวพระราชดำริว่า ลดขั้นตอน-เร็วๆเข้า-ช่วยเขาให้ช่วยตัวเอง-ปิดทองหลังพระ หมายถึงการทำงานให้เร็วไม่ต้องมีขั้นตอนการดำเนินงานมากเหมือนราชการ เพื่อสามารถช่วยเหลือชาวเขาได้เร็วที่สุด ขณะที่มีการวิจัยสนับสนุนเบื้องหลัง เพื่อให้ความรู้ความยั่งยืนของอาชีพเกษตรกรรม

ตัวอย่างผลิตผลสำคัญของโครงการหลวงที่สร้างรายได้ให้อย่างน่าพึงพอใจ ก็มีอาทิ “เห็ดหอม” เพาะสำเร็จครั้งแรกในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2514 ถือเป็นหนึ่งในงานวิจัยของโครงการหลวง ซึ่งทำให้คนไทยมีเห็ดหอมสดบริโภคในราคาสมเหตุสมผล จากเดิมที่ต้องนำเข้าเห็ดหอมแห้งจากประเทศจีนมาปรุงอาหาร อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ดาวเด่นของโครงการหลวง ต้องยกให้ “สตรอเบอร์รี่ พันธุ์พระราชทาน 80” เกิดจากการวิจัยและทดลองปลูกที่สถานีวิจัยดอยปุย และสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

นอกจากนี้ โครงการหลวงยังทำการวิจัยและทดลองปลูกพืชผลทางการเกษตรอีกหลายประเภท ทั้งไม้ผลไม้ดอก พืชผัก พืชไร่ ไปจนถึงปศุสัตว์ ทำให้พื้นที่ทำการวิจัยของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ไม่สามารถรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงมีการขยายไปยังพื้นที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ สถานีเกษตรหลวงปางดะ และสถานีวิจัยโครงการหลวงแม่หลอด

นอกจากสถานีวิจัยหลักทั้ง 4 ยังมีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงอีก 38 แห่ง ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, พะเยา และลำพูน ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็มีความแตกต่างเชิงภูมิประเทศ ทั้งระดับความสูง ความลาดชัน อุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณน้ำ จึงปลูกพืชผลที่มีความหลากหลายขึ้น

โครงการหลวงสามารถปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญได้แตกต่างกันตามสภาพภูมิอากาศ ไม่ว่าจะเป็น สถานีเกษตรหลวง อ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่สูงอากาศเย็นตลอดปีเหมาะปลูกไม้ผลเมืองหนาว จำพวกพีช, สาลี่, สตรอเบอร์รี่, ไม้ดอก เมืองหนาว และเห็ดชนิดต่างๆ โดยมีเห็ดกระดุมสีน้ำตาล ขนาดใหญ่ 6 นิ้ว เป็นผลผลิตยอดนิยมในปัจจุบัน ขณะที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองเขียว อ.เชียงดาว มีสภาพพื้นที่เหมาะกับพืชกึ่งเขตร้อน เช่น อะโวคาโด จึงปลูกอะโวคาโดงาม ศูนย์นี้ยังปลูกพืชผลเมืองหนาวอีกหลายพันธุ์ รวมถึง “แฮส” ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง และเป็นที่ต้องการของตลาด ขณะที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแกน้อย ในเขต อ.เชียงดาว มีปริมาณน้ำไม่มาก แต่สามารถปลูกผักสดได้ตลอดปี และยังเหมาะจะปลูกธัญพืชยอดนิยม เช่น ถั่วแดงหลวง, ถั่วอะซูกิ, ถั่วขาว และบัควีท

เพื่อรองรับกับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เมื่อปี 2535 โครงการหลวงได้รับการจัดตั้งเป็น “มูลนิธิโครงการหลวง” เพื่อให้เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ที่ถาวรมั่นคง สามารถดำเนินการได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น โดยยังคงทำการวิจัย ทดลอง และสนับสนุนเกษตรกรชาวเขาอย่างมุ่งมั่นเช่นเดิมต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

นอกจากงานหลักๆในการส่งเสริมการวิจัยทดลอง จนเกิดผลิตผลคุณภาพมากมาย ทางมูลนิธิโครงการหลวงยังส่งเสริมงานด้านการตลาด เพื่อเผยแพร่ชื่อเสียงของผลผลิตคุณภาพจากชาวเขาให้เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ จากแรกเริ่มเมื่อปี 2523 ที่มียอดขายปีละไม่กี่แสนบาท ถึงวันนี้โครงการหลวงสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 1,200 ล้านบาทต่อปี นำรายได้ กลับคืนสู่เกษตรกรชาวเขา โดยกิจกรรมการตลาดที่สำคัญของโครงการหลวง จัดขึ้นครั้งแรก ที่สวนอัมพร ในปี 2523 ภายใต้ชื่อ “งานเกษตรหลวง” เป็นการนำผลิตผลจากบนดอยสูงกว่า 25,000 ครัว เรือน ลงมาขายให้ผู้บริโภคในเมืองหลวงได้สัมผัสถึงความสด สะอาด และปลอดภัย ตามมาตรฐานการเพาะปลูกที่ดี GAP ผลิตผลของโครงการหลวงยังเป็นที่ยอมรับจากองค์กรต่างๆ เช่น การบินไทยและโรงแรมใหญ่ๆ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ

ในปัจจุบันพืชผักและผลผลิตของโครงการหลวงได้พัฒนาไปหลายประเภทมาก มีทั้งกลุ่มพืชผัก เมืองหนาว ที่ส่งขายตลอดปี เช่น ผักกาดหอม, กะหล่ำดาว, รูบาร์บ, เอนไดว์, สมุนไพร, โรสแมรี่, เสจ, ทารากอน, ไทม์, ออริกาโน, จิงจู่ฉ่าย และเจียวกู้หลาน ส่วนกลุ่มเห็ด ก็เป็นผลิตผลยอดนิยม โดยโครงการหลวงได้เพาะเห็ดเมืองหนาวสำเร็จหลายพันธุ์ ทั้งเห็ด พ็อตโตเบลโล่, เห็ดหอม, เห็ดปุยฝ้าย, เห็ดนาเมโกะ, เห็ดนางรมดอยสีฟ้า และเห็ดนางนวลสีชมพู

ไม่เพียงแต่เฉพาะ อะโวคาโด, พีช, พลัม, บ๊วย และสตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 80-88 ที่เป็นดาวเด่นได้รับความนิยมอย่างสูง โครงการหลวงยังเป็นผู้นำในการผลิตไม้ดอกเขตหนาวและไม้ตัดใบ ตลอดจนไม้ดอกพันธุ์ต่างประเทศ เช่น เบญจมาศ, กุหลาบ, คาร์เนชั่น, เยบีร่า, ดอกหน้าวัว, ไฮเดรนเยีย และกลอริโอซ่า ขณะเดียวกัน ก็ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงพันธุ์ไก่, กระต่าย, แกะ, แพะ, ปลาเรนโบว์เทร้าท์, ปลาสเตอร์เจียน และกุ้งก้ามแดง ล่าสุด ยังสามารถเพาะเลี้ยงปูขนและผลิตคาเวียร์ ซึ่งเป็นผลิตผลราคาแพงระดับโลกด้วย

อีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการจัดจำหน่ายและส่งเสริมผลผลิตแห่งความภาคภูมิใจของเกษตรกรชาวเขา ยังรวมถึงการจัดงาน “รอยัล โปรเจกต์ มาร์เก็ต แอท สยามพารากอน” (Royal Project Market @Siam Paragon) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสยามพารากอน และมูลนิธิโครงการหลวง ซึ่งจัดต่อเนื่องทุกปี โดยปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-26 ก.ย.59 ณ พาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยสร้างสรรค์ในรูปแบบตลาดนัดร่วมสมัย พร้อมเมนูสุขภาพจากผลิตผลโครงการหลวงที่สร้างสรรค์ขึ้นเฉพาะ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

“ดร.ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์” ผู้อำนวยการฝ่ายตลาด มูลนิธิโครงการหลวง บอกเล่าว่า การยกตลาดโครงการหลวงมาไว้ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อเผยแพร่ผลงานของโครงการหลวงในการพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ๆแก่ผู้บริโภค นอกจากการจำหน่ายผลิตผลคุณภาพอย่างครบครันแล้ว ยังมีการแนะนำถึงคุณประโยชน์ของพืชพันธุ์ชนิดต่างๆ พร้อมนำผลผลิตของโครงการหลวงไปแปรรูปเป็นอาหารสุขภาพตามความนิยมคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นอาหารที่เรียกว่า “พรีเมียมฟู้ด” ให้ความสำคัญทั้งเรื่องโภชนาการและความสดสะอาด ปราศจากสารเคมี

นี่คือผลผลิตคุณภาพจากน้ำพระราชหฤทัยยิ่งใหญ่ของพ่อหลวง ที่สร้างอาชีพใหม่และรายได้อย่างยั่งยืนแก่เกษตรกรชาวเขา.

ทีมข่าวหน้าสตรี

จากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงต้องการช่วยเหลือชาวเขาให้มีอาชีพที่มั่นคงทดแทนการปลูกฝิ่น พร้อมกับส่งเสริมสภาพแวดล้อมธรรมชาติให้คืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ ได้เป็นจุดกำเนิดของ “มูลนิธิโครงการหลวง”... 17 ก.ย. 2559 14:09 17 ก.ย. 2559 14:15 ไทยรัฐ