วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โพล ชี้ เด็ก ม.ปลาย ส่วนใหญ่ หนุนเปลี่ยนรูปแบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย

กรุงเทพโพลล์ เผย นักเรียน ม.ปลาย ส่วนใหญ่ 71% เห็นด้วยต่อการเปลี่ยนรูปแบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย เชื่อลดความเหลื่อมล้ำ แต่กังวลว่าการสอบครั้งเดียว ทำให้ไม่มีโอกาสแก้ตัว โอกาสสอบติดน้อย ขณะที่ ร้อยละ 23.2 อยากให้การศึกษาไทยลดทฤษฎี เพิ่มปฏิบัติ นำไปใช้จริง...

วันที่ 17 ก.ย.59 กรุงเทพโพลล์ เผยผลสำรวจความคิดเห็นนักเรียน ม.ปลาย เรื่อง "นักเรียน ม.ปลาย คิดอย่างไรกับการเปลี่ยนรูปแบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยปี 2561" โดยสำรวจความเห็นเยาวชนที่เรียน ม.4-6 ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,218 คน พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ ร้อยละ 89.2 ทราบแล้วว่า มีการเปลี่ยนรูปแบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2561 แทนระบบแอดมิชชั่น ขณะที่ร้อยละ 10.8 ยังไม่ทราบ โดย นักเรียน ม.ปลาย ร้อยละ 71.8 เห็นด้วยว่า สามารถลดความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียมในการสอบ ระหว่างนักเรียนที่มีฐานะทางบ้านดีกับนักเรียนที่มีฐานะทางบ้านด้อยกว่าได้ รองลงมาร้อยละ 66.1 เห็นด้วยว่า สามารถแก้ปัญหาเรื่องการเสียค่าใช้จ่ายในการสอบหลายครั้ง และร้อยละ 63.0 เห็นด้วยว่า สามารถแก้ปัญหาเด็กเก่งสอบตรงติดหลายที่ทำให้ไปกันที่ของเด็กคนอื่นๆ

เมื่อถามว่า การปรับเปลี่ยนรูปแบบดังกล่าว มีผลต่อการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือไม่ พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ร้อยละ 53.5 ระบุว่ากระทบ เพราะทำให้ต้องวางแผนการอ่านหนังสือใหม่ทั้งหมด ไม่รู้แนวข้อสอบ ขณะที่ ร้อยละ 46.5 ระบุว่าไม่ส่งผลกระทบ เพราะมีเวลาเตรียมตัวทันอยู่แล้ว ทุกคนจะได้เท่าเทียมกัน ไม่ต้องสอบหลายครั้ง

ส่วนเรื่องที่กังวลมากที่สุด เมื่อเปลี่ยนรูปแบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยนั้น ร้อยละ 47.0 ระบุว่าไม่มีโอกาสสอบแก้ตัวเพราะสอบเพียงครั้งเดียว รองลงมา ร้อยละ 25.5 ระบุว่าโอกาส/ตัวเลือกในการสอบติดมหาวิทยาลัยของรัฐน้อยลง ร้อยละ 12.9 ระบุว่า ไม่ทราบสูตร/เกณฑ์การคิดคะแนนสอบของแต่ละมหาวิทยาลัย

เมื่อถามถึงหลักเกณฑ์ที่ใช้เลือกมหาวิทยาลัยที่จะศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของรัฐนักเรียนส่วนใหญ่ร้อยละ 66.7 ระบุว่า เลือกคณะที่ชอบและอยากเรียนเป็นหลัก รองลงมา ร้อยละ 20.4 ระบุว่า เลือกสถาบันที่ชอบเป็นหลัก และร้อยละ 6.5 ระบุว่า เลือกคณะใดก็ได้ที่มีคะแนนถึง สำหรับความเห็นต่อการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยด้วยระบบใหม่ ในปีการศึกษา 2561 ว่าจะนำไปสู่การพัฒนาระบบการเรียนการสอนของไทยได้หรือไม่ นั้น ร้อยละ 28.6 คิดว่าได้ ขณะที่ร้อยละ 23.2 คิดว่าไม่ได้ และมีถึงร้อยละ 48.2 ระบุว่าไม่แน่ใจ

สำหรับเรื่องที่คิดว่าการศึกษาไทยควรแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุด ส่วนใหญ่ร้อยละ 23.2 ระบุว่า ควรลดเนื้อหาที่ไม่จำเป็น ลดทฤษฎี เพิ่มการปฏิบัติและการนำไปใช้ได้จริง รองลงมา ร้อยละ 17.5 ประสิทธิภาพในการสอนผู้สอน การใช้สื่อและเทคนิคในการสอนของครูเพื่อสื่อให้นักเรียนเข้าใจ อันดับที่ 3 ร้อยละ 17.2 ควรสอบเท่าที่จำเป็น ออกข้อสอบถูกต้องมีมาตรฐาน ไม่ควรเกินจากหลักสูตรที่เรียน อันดับที่ 4 ร้อยละ 13.4 ควรให้มีมาตรฐานเหมือนกันทุกโรงเรียน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และอันดับที่ 5 ร้อยละ 8.5 ควรลดการบ้านและรายงาน เพื่อจะได้มีเวลาพักผ่อนและอ่านหนังสือสอบ

กรุงเทพโพลล์ เผย นักเรียน ม.ปลาย ส่วนใหญ่ 71% เห็นด้วยต่อการเปลี่ยนรูปแบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย เชื่อลดความเหลื่อมล้ำ แต่กังวลว่าการสอบครั้งเดียว ทำให้ไม่มีโอกาสแก้ตัว โอกาสสอบติดน้อย ... 17 ก.ย. 2559 12:23 ไทยรัฐ