วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิสูจน์ภาวะผู้นำ แทนคุณประชาชน

โรดแม็ปปีครึ่ง “ประยุทธ์” ถือดุลอำนาจพิเศษครบเครื่อง

ได้เวลาโลดแล่นบนเวทีระดับโลก

อีกคิวใหญ่ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ในการเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 71 ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 18-23 ก.ย.นี้

ในฐานะผู้นำประเทศไทย และประธานกลุ่มความร่วมมือประเทศกำลังพัฒนา หรือกลุ่มจี 77

ยืนเทียบเคียงกับผู้นำนานาชาติบนเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ

และต้องถือเป็นคิวร่วมเวทีนานาชาติครั้งที่ 3 ในรอบไม่ถึง 1 เดือน ถัดจากการประชุมผู้นำกลุ่มจี 20 ที่ประเทศจีน และประชุมสุดยอดอาเซียนที่ประเทศลาว

โดยตามโปรแกรมในการประชุมยูเอ็น “บิ๊กตู่” จะกล่าวถ้อยแถลงบนเวที ถึงท่าทีของประเทศไทย และทำให้ประชาคมระหว่างประเทศได้เห็นบทบาทของไทยในฐานะสมาชิกยูเอ็น และในฐานะประธานกลุ่ม จี 77

ไม่เท่านั้น ผู้นำของไทยยังได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมสุดยอดระดับผู้นำด้านผู้ลี้ภัยที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ริเริ่ม และมีนายบัน คีมูน เลขาธิการยูเอ็น เป็นเจ้าภาพร่วม

ได้รับเชิญโชว์ตัวบนเวทีโลกต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ก่อนร่วมวงยูเอ็น “บิ๊กตู่” เพิ่งจะออกคำสั่งหัวหน้า คสช. โดยใช้มาตรา 44 ยกเลิกการนำคดีความมั่นคง 4 ประเภทขึ้นศาลทหาร ดึงคดีกลับสู่ศาลปกติ

ก็น่าจะเป็นไปตามเหตุผล เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ ลดแรงกดดันจากนานาชาติ

ในประเด็นจับจ้องกระบวนการยุติธรรม และปมสิทธิมนุษยชนยุครัฐบาลท็อปบูต

ลดกฎเหล็กคุมเข้ม ห้วงที่ “บิ๊กตู่” กำลังอยู่ในจุดที่มีความมั่นใจสูง หลังจากคิวประชามติประชาชน 10 กว่าล้านเสียง เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และคำถามพ่วง เปิดช่อง ส.ว.สรรหาลงมติเลือกนายกฯ

เป็นแรงหนุนแนวทางตามสัญญาณ “อำนาจพิเศษ”

อีกมุมหนึ่ง ก็มองได้ว่าประชาชน 10 กว่าล้านเสียงเปิด “ไฟเขียว” ให้โอกาส “บิ๊กตู่” เดินหน้าต่อตาม

โรดแม็ป เอ่ยอ้างได้ถึงฉันทามติ โยงถึงประเด็นได้รับ “ความชอบธรรม”

“ดุลอำนาจ” ที่ไหลมาอยู่ในมือของ “บิ๊กตู่” เต็มๆ

จนผู้นำมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ในการใช้อำนาจในวาระต่างๆ ทั้งการจัดทำ “บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายของกองทัพ” ชื่อของ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ได้รับการโปรดเกล้าฯเป็น ผบ.ทบ. ขณะที่ พล.ท.อภิรัชต์ คง-สมพงษ์ แม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1

นายทหารสาย “นักรบหมวกแดง-รบพิเศษ” ได้จ่อเป็นจ่าฝูง ทบ.คนใหม่

ขณะที่ท็อปบูตสาย “วงศ์เทวัญ” ขึ้นเป็นขุนทัพคุมกำลังหลัก

โผพลิกจากสาย “บูรพาพยัคฆ์” ที่คาดว่าจะวางตัวสืบต่ออำนาจกันยาว

จุดสำคัญที่สะท้อนให้เห็นอำนาจและภาวะการนำของ “บิ๊กตู่” ในการพูดคุยเจรจาในหมู่พี่ๆน้องๆ คีย์แมนวงอำนาจพิเศษ รวมทั้ง ผบ.เหล่าทัพ

จนปรับพลิกโผ ตามเหตุผลและความต้องการ

เห็นได้จาก คิวที่บรรดานายทหารระดับสูงที่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็น ผบ.เหล่าทัพ ตบเท้าเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ที่ทำเนียบฯ พร้อมดอกไม้พวงมาลัยแสดงความขอบคุณ และรับนโยบายตรง

สะท้อนภาพ “ผู้ถือดุลอำนาจ” ตัวจริงเสียงจริง

ที่ต้องจับตา คิวต่อไปในการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับชั้นนายพลประจำปี คงไม่พ้น “บิ๊กตู่” คือส่วนสำคัญในการจัดทำโผบิ๊กสีกากี เช่นเดียวกันกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการพลเรือน

ในห้วงที่ “ถนนทุกสายมุ่งสู่ศูนย์กลางอำนาจ”

ผู้ถือดุลหลักอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ น่าจะคุมคิวได้หมด

เช่นเดียวกับแนวคิดการส่งรัฐมนตรีลงไปบูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อลดขั้นตอนกระบวนการตัดสินใจในพื้นที่ เสมือน “ครม.ส่วนหน้า” เชื่อมต่อ ครม.ส่วนกลาง รายงานตรงถึงผู้นำ

เป็นไปตามแนวคิดของ “บิ๊กตู่” ตั้งแต่ครั้งเป็น ผบ.ทบ.

ยังไม่รวมเรื่องที่ “บิ๊กตู่” โชว์ความเป็นผู้นำร่วมถือธงรณรงค์ “เปิดไฟไล่โกง-กรรมสนองโกง” ในวันต่อต้านคอร์รัปชัน ไปจนกระทั่งส่งสัญญาณแก้ปัญหาหมักหมมต่างๆ อาทิ ปมทัวร์ศูนย์เหรียญ ปัญหาจราจรใน กทม. ฯลฯ

แม้แต่ที่กำลังเสนอไอเดียฟุ้งกระจายในกระบวนการจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ เกี่ยวกับการเลือกตั้งตามโรดแม็ปปี 2560 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สปท.ปั้นสูตรหนึ่ง-กกต.ชงอีกสูตรหนึ่ง

สารพัดยาขมคุมเข้ม กลั่นกรองคนที่จะเข้าสู่การเมือง โยนหินถามทางเป็นรายวัน

เชื่อว่าบทสรุปไม่พ้น ต้องเป็นเรื่องที่แม่น้ำสายหลักอย่าง คสช.ตัดสินใจ

คิวสำคัญอยู่ที่ “บิ๊กตู่” จะ “เคาะ” ออกมาอย่างไร

และที่กำลังเพิ่มดีกรีตามลำดับ กับคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับล่าสุด เรื่องการคุ้มครองการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในการดูแลของรัฐ และการดำเนินการต่อผู้ต้องรับผิด

โดยสรุปคือการมอบอำนาจให้ “กรมบังคับคดี” ออกคำสั่งทางปกครองเรียกค่าสินไหมคดีโครงการรับจำนำข้าว พ่วงโครงการแทรกแซงมันสําปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

และยังคุ้มครองทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัยแก่เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ

เป็นการใช้อำนาจพิเศษของผู้นำ รองรับกระบวนการตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว ที่กำลังไล่บี้ปมความเสียหาย ในคดีความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ

สัญญาณ “ยึดทรัพย์” ไฮไลต์ช่วงซีรีส์จำนำข้าวใกล้ได้บทสรุป

สรุปโดยภาพรวม ผลงานของรัฐบาลในห้วงครบรอบ 2 ปี ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ นำทีมรองนายกฯแถลงต่อสื่อล่าสุด ก็คงไม่เกินเลยที่จะพูดว่า เป็นผลงานที่มาจากการนำของ พล.อ.ประยุทธ์เอง

โชว์ผลงาน 2 ปี ในการเรียกความเชื่อมั่น หยุดวิกฤติขัดแย้งแตกแยกในบ้านเมือง “คืนรอยยิ้มสยาม” บริหารประเทศ จนองค์กรระหว่างประเทศประเมินตัวเลขและจัดอันดับหลายๆด้านดีขึ้น

กระนั้นก็ดี “บิ๊กตู่” ระบุว่า ขณะนี้เข้าสู่ห้วงโรดแม็ป ระยะที่ 2 คือการเริ่มต้นปฏิรูปในเชิงโครงสร้าง ปฏิรูปการบริหารราชการ และการจัดทำแผนที่นำทางไปสู่อนาคต มีภารกิจสำคัญรออยู่อีกมาก

และต้องทำก่อนส่งไม้ต่อให้รัฐบาลชุดใหม่

รัฐบาลที่คาดหมายกันว่า “บิ๊กตู่” จะเดินสู่เส้นทาง “ผู้นำ” ในระบบ

ทั้งนี้ จากแต้มสนับสนุนจากประชาชนท่วมท้น

ผลโพลสำรวจความเห็นของประชาชน คะแนนนิยมส่วนตัวของ “บิ๊กตู่” พุ่งสุดขีด ในห้วงผ่านพ้น 2 ปีแรก

หน้าตักแต้มต่อเต็มพิกัด ชนิดทำได้ทุกอย่างที่อยากจะทำ

ได้เครื่องมือกรุยทางสู่ดวงดาว “ผู้นำสง่างาม” ครบครัน

และถือว่า 2 ปีที่ผ่านมา “บิ๊กตู่” ย่อมได้รับรู้รับปัญหา และอุปสรรคต่างๆ มีประสบการณ์ในการบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งในจังหวะที่กำลังได้แรงหนุนจากชาวบ้าน จนถือดุล “อำนาจเบ็ดเสร็จ”

ฉะนั้น ในห้วงเวลาตามโรดแม็ปเลือกตั้ง คืนอำนาจให้ประชาชนภายในปี 2560 นั่นก็เท่ากับว่าเหลือเวลาอีก 1 ปีกว่าๆ เป็นระยะเวลาที่จะพิสูจน์ พล.อ.ประยุทธ์เต็มๆ ว่าจะนำพารัฐบาล คสช.ไปสู่เป้าหมายการยึดอำนาจ ในการเข้ามาจัดระเบียบบ้านเมือง แก้ไขปัญหาด้านต่างๆได้มากน้อยแค่ไหน

“คืนความสุขให้ประชาชน” ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่

แน่นอน สำหรับตัว “บิ๊กตู่” ผู้คนอาจให้ความไว้วางใจ เชื่อว่าจะนำพาประเทศต่อไปได้ แต่สิ่งที่หลายเสียงเห็นสอดคล้อง ตั้งข้อสงสัยถึงทีมงานรัฐบาลที่จะรับภารกิจหนักในห้วงต่อไป ไหวหรือไม่

เพราะต้องยอมรับ รัฐมนตรีบางกระทรวงผลงานยังไม่เข้าตา หลายรายอยู่ในข่าย “โลกลืม”

ความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฏ ผลงานไม่ชัด จนผู้นำออกโรงแทนหลายเรื่อง

บางครั้งต้องงัดกระบองยักษ์มาเป็น “ตัวช่วย” ขับเคลื่อนงาน

ไม่เพียงเท่านั้น หลายจุดมีปมปัญหารัฐมนตรีขบเหลี่ยม ปีนเกลียว ทำงานไม่เข้าขา โดยเฉพาะในกระทรวงด้านเศรษฐกิจ มีอาการสะสมไข้ “เกาเหลา” เรื้อรังในรัฐบาล

กระแสข่าวที่ออกมา จุดหลักๆเป็นรัฐมนตรีในเครือข่าย “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีสายตรงผู้นำ ทั้ง “เพื่อนพ้องน้องพี่” ของ พล.อ.ประยุทธ์เอง

ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงคมนาคม มีกระแสข่าว “งัดข้อ” ออกมาเป็นระยะๆ

จนกระทั่งเกิดผลกระทบกับ “งาน” ทั้งการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การระบายสินค้าการเกษตร ความล่าช้าในโครงการลงทุนสาธารณูปโภคพื้นฐาน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่ประสานการทำงาน

ปมเกาเหลา ทำงานไม่เข้าขา ทำให้งานสะดุด

ทั้งหมดเป็นที่มาของคำถาม ภาพรวมการทำงานของรัฐมนตรีชุดนี้ มีศักยภาพเพียงพอหรือไม่ ถ้ามั่นใจเดินหน้าต่อไป ก็เป็นเดิมพันของ พล.อ.ประยุทธ์

หากผลงานไม่เข้าเป้า ล้มเหลว ก็เลี่ยงความรับผิดชอบไม่พ้น

เพราะฉันทามติ 10 กว่าล้านเสียง มาพร้อมกับความคาดหวัง มอบโอกาสให้ พล.อ.ประยุทธ์เดินหน้าขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาของประเทศ

ถึงแม้จะแลกกับการ “ถอยห่าง” จากประชาธิปไตยไปบ้าง

แต่อย่าลืมว่า จุดแข็งจากเสียงของประชาชนสนับสนุน จนดุลอำนาจ “เต็มมือ” ผู้นำนั้น คงไม่สามารถใช้ไปได้ตลอดกาล

เพราะ “แต้มต่อ” และ “ความชอบธรรม” ย่อมมีวันหมดอายุ

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ก็น่าจะรับรู้ และคงต้องพิสูจน์ภาวะผู้นำ โชว์ศักยภาพนายกฯอำนาจพิเศษ ในช่วง 1 ปีครึ่งนับจากนี้

นอกจากสร้างโอกาสให้กับตัวเอง บนเส้นทางสู่เก้าอี้ผู้นำหลังการเลือกตั้ง

ยังต้องเร่ง “ทดแทนคุณประชาชน”.

“ทีมการเมือง”

17 ก.ย. 2559 09:19 17 ก.ย. 2559 09:19 ไทยรัฐ