วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มติถอดถอน สอย ‘สุกําพล’

มติถอดถอน สอย ‘สุกําพล’

  • Share:

รมว.พณ.โยนปลัด เซ็นเรียก 2 หมื่นล. ค้าข้าว ‘จีทูจีปลอม’

มติ สนช.159 ต่อ 27 เสียงถอดถอน “สุกำพล” แทรกแซงแต่งตั้งปลัดกลาโหม โดนโทษแบนการเมือง 5 ปี “บิ๊กโอ๋” ไม่ยี่หระ แฉรู้ตัวมีใบสั่งล็อบบี้ล่วงหน้าแล้ว กกต.ชง ก.ม.เลือกตั้ง ส.ส.ถึงมือ กรธ. ถอยกรูดตัดทิ้งใบดำ เหลือ“ส้ม-เหลือง-แดง” โยน กรธ.จะ ตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไปใส่เอง พท.ซัด “ประยุทธ์” เลือกปฏิบัติงัดมาตรา 44 จ้องยึดทรัพย์ “ยิ่งลักษณ์” โวยคดีอาญายังคาชั้นไต่สวน ใช้ฐานความผิดอะไรรีดค่าเสียหายจำนำข้าว “ปู” ครวญไม่รู้ต้องเจออะไรอีก กระทรวงพาณิชย์โยนกลองกันวุ่น “อภิรดี” โบ้ยปลัด พณ.เซ็นเรียก 2 หมื่นล้าน แก๊งจีทูจี ด้าน “ชุติมา” ยื้อรอหนังสือมอบอำนาจ นายกฯลงใต้เปิดสนามบินภูเก็ต บ่นโชกเลือดเกือบทุกเรื่อง พท.-ปชป. ขย่มผลงาน 2 ปีรัฐบาล “จุรินทร์” จวกหนี้สินครัวเรือนพุ่งกระฉูดตอกหน้าแก้ ศก.เหลว “ปึ้ง” แขวะรีบหาจุดขายให้เจอสกัดนักลงทุนแห่หนี

จากกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ทยอยพิจารณาถอดถอนนักการเมือง ล่าสุดที่ประชุมสนช.ลงมติด้วยคะแนนเสียง 159 ต่อ 27 ถอดถอน พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหม ฐานใช้อำนาจหน้าที่ก้าวก่ายแทรกแซงแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหม ต้องโทษถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี

สนช.ลงมติคดีถอดถอน “สุกำพล”

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 16 ก.ย. ที่รัฐสภา มีประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.เป็นประธาน ได้พิจารณาการลงมติถอดถอน พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม ออกจากตำแหน่ง กรณีแทรกแซงก้าวก่ายการปฏิบัติราชการในการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ส่อว่าจงใจในการใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 268 ประกอบมาตรา 266 (1) และ (2) รวมถึงขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ.2551 ข้อ 15 โดยผู้ถูกถอดถอนจะต้องมีคะแนนเสียงถอดถอนไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของจำนวนสมาชิก สนช.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่คือ 217 คน หรือ 131 เสียง ซึ่งที่ประชุมได้ใช้วิธีลงคะแนนลับ

159 เสียงลงดาบสอย–เว้นวรรค 5 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ในที่สุดที่ประชุม สนช.ได้มีมติถอดถอน 159 คะแนน ไม่ถอดถอน 27 ไม่ออกเสียง 1 คะแนน และบัตรเสีย 1 ใบ รวมมีสมาชิก สนช.มาใช้สิทธิออกเสียง 188 คน ผลการลงมติถอดถอนดังกล่าวส่งผลให้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี โดยห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือรับตำแหน่งทางราชการ ทั้งนี้ ประธานที่ประชุมได้แจ้งว่าจะรายงานผลการลงมติดังกล่าวต่อ ครม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป

“บิ๊กโอ๋” ไม่แคร์แฉรู้ล็อบบี้ล่วงหน้า

เมื่อเวลา 13.00 น. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี สนช.มีมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง พร้อมตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี กรณีแทรกแซงการแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหมว่า เมื่อ สนช.ตัดสินออกมาเป็นแบบนี้ก็ต้องถือว่าจบไป การพิจารณาวันนี้ทราบมาว่ามีการสั่งการและล็อบบี้กันมา ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะประชาธิปไตยของประเทศไทยก็เป็นแบบนี้ ตนไม่ว่ากัน ซึ่งต้องรอดูกันต่อไป นอกจากนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานทางการเมือง เพราะไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ ส่วนอนาคตจะเล่นการเมืองต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในอนาคต เพราะเป็นเรื่องของอนาคตที่ยังอีกนาน ตอนนี้อายุ 65 ปี แต่สิ่งที่ ป.ป.ช.ระบุว่าเหตุผลของตนทำให้มีปัญหาประเด็นปลัดกระทรวงกลาโหมไม่ได้ขึ้นตรงกับ รมว.กลาโหมนั้น ตนมองว่ามันไม่เข้าท่า แต่ตอนนี้ก็ไม่อยากว่าอะไร ยืนยันว่าการทำงานครั้งนี้สอดรับกันหมด ตนอยู่เฉยๆมานานแล้ว อยากให้ออกก็ออก ไม่มีปัญหา

“จุรินทร์” ซัด รบ.สอบตกแก้ ศก.เหลว

วันเดียวกัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแถลงผลงานรัฐบาลครบรอบ 2 ปีว่า มีเรื่องใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไขคือปัญหาเศรษฐกิจ ยังแก้ไขปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำไม่ได้ ทั้งชาวสวนยางพาราและชาวนา รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย สะท้อนผ่านตัวเลขหนี้สินภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นจนน่าเป็นห่วง ยังไม่รวมถึงเศรษฐกิจมหภาค ทั้งยอดการส่งออกลดลง และการเพิ่มการลงทุนจากต่างชาติ ต้องเร่งแก้ไขด้วย ส่วนปัญหาด้านความมั่นคง ประชาชนคาดหวังว่ารัฐบาลจะเข้ามาดูแล แต่เกิดการวางระเบิดป่วนเมืองและวางเพลิง การสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ ขอให้รัฐบาลและฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว ส่วนการเดินหน้าตามโรดแม็ป ยังเชื่อมั่นและยังไม่เห็นว่าจะมีปัจจัยใดที่จะเป็นอุปสรรค

หยันผลงานไหลลื่นด้วย ม.44

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เพราะมีอำนาจพิเศษตามมาตรา 44 จึงทำให้ผลงานออกมา ส่วนรัฐธรรมนูญ ที่เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลนี้ยังไม่จบ ต้องร่างกฎหมายลูกให้ใช้ได้ในอนาคต วางกติกาที่หลายฝ่ายยอมรับได้ ไม่ใช่กลั่นแกล้งกัน เรื่องสำคัญรัฐบาลต้องเร่งทำคือ การปฏิรูปประเทศทุกด้าน ยังไม่มีการวางรากฐาน ถ้าสมัยนี้ยังทำไม่ได้ คงไม่ต้องพูดถึงสมัยหน้า

“ปึ้ง” แขวะหาจุดขายให้เจอ

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและอดีต รมว.ต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฟังนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจแถลงผลงานว่าเศรษฐกิจของไทยเราผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว แต่น่าห่วงการลงทุนต่างชาติกลับลดน้อยถอยลง ทั้งที่เป็นไทยแลนด์ 4.0 แล้ว และไม่สบายใจอย่างยิ่งกระทั่งบริษัทใหญ่ของไทยยังแห่กันไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก แล้วจะเอาอะไรไปดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน อะไรเป็นจุดขายของรัฐบาลชุดนี้ ต้องฝาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯนำไปคิดด้วย หวังว่าในเวทียูเอ็นนายกฯ ควรจะเชิญชวนให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน และควรฟังให้ดีด้วยว่านาย บัน คี มูน เลขาธิการยูเอ็น มีข้อห่วงใยในขบวนการประชาธิปไตยของเราประเด็นใดอีกบ้าง

“วัฒนา” จวก หน.คสช.ดีแต่โทษคนอื่น

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “สุนัขป่วนกัดผู้ใหญ่ในบ้านเมือง” ว่า อ่านข่าวการแถลงผลงานของรัฐบาลและคำพูดของนายกฯที่ตัดพ้อว่า ทำงานแทบตาย แต่ไม่เกิดประโยชน์ เพราะมีคนปั่นป่วน อยากให้บ้านเมืองสงบสุขต้องมีธรรมาภิบาล ทุกคนต้องทำตัวให้ดีไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่สร้างความขัดแย้ง เห็นว่านายกฯกำลังโทษคนอื่นโดยไม่ได้ดูว่า คสช.และรัฐบาลต่างหากที่เป็นผู้ใช้อำนาจรัฐและเป็นผู้ทำพฤติกรรมดังกล่าวเอง ตัวอย่างของการไม่เคารพกฎหมายและปฏิเสธความรับผิดชอบคือการนิรโทษกรรมหรือการล้างผิดให้กับพวกท่านตามมาตรา 279 ของรัฐธรรมนูญที่เพิ่งผ่านประชามติ หากต้องการเห็นธรรมาภิบาลจริงต้องเริ่มจากตัวนายกฯและรัฐบาล ตนและคนไทยทุกคนพร้อมจะร่วมมือเพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข หากรัฐบาลจะเริ่มธรรมาภิบาลด้วยการอภัยให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนที่ถูกตั้งข้อหาตามคำสั่งหรือประกาศ คสช. เพราะมีความเห็นทางการเมืองต่างกับรัฐบาลจะเป็นคุณูปการ สำหรับตนเป็นนักการเมืองไม่ขอรับสิทธิพิเศษใด

ชี้ไม่เหมาะฝายชื่อน้องสะใภ้นายกฯ

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพถ่าย “ฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนา” ฝายชะลอน้ำใน จ.เชียงใหม่ สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ แต่กลับตั้งชื่อฝายตามชื่อนางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ภริยา พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ขอตั้งคำถามถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ว่าสิ่งที่น้องสะใภ้กระทำเรียกว่ามีธรรมาภิบาลหรือไม่ ทำไมจึงไม่ตั้งชื่อในลักษณะเฉลิมพระเกียรติฯ หรือตั้งชื่อตามหน่วยงานเจ้าของงบประมาณ

“อมร” ปัด กรธ.ไม่มีธงเขียน ก.ม.ลูก

ส่วนความคืบหน้าในการยกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูกนั้น ที่รัฐสภา นายอมร วาณิชวิวัฒน์ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่าอยู่ในขั้นเตรียมรับฟังข้อเสนอจากส่วนต่างๆ ทั้งจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ทยอยส่งมาให้กรธ.ต้องรอดูการสัมมนาวันที่ 28 ก.ย. ว่าจะมีข้อเสนออย่างไรบ้าง ยืนยันว่าเรารับฟังข้อเสนอจริง อะไรเป็นข้อเสนอที่ดี มีประโยชน์กับประเทศ จะเขียนลงไป ไม่ได้มีธงจากใครทั้งสิ้น เชื่อว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองจะร่างได้เสร็จก่อนที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะประกาศใช้เสียอีก ส่วนการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของศาลรัฐธรรมนูญนั้น กรธ.ไม่กดดันอะไร หากศาลจะตีความออกมาอย่างไร จะให้ปรับแก้จุดไหน กรธ.พร้อมจะทำตาม

“นิกร” ห่วงเลือกไขว้ ส.ว.ปัญหาอื้อ

นายนิกร จำนง คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า วันที่ 20 ก.ย. กมธ.การเมืองจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คาดว่าจะได้ข้อสรุปกฎหมายว่าด้วย กกต. เนื้อหาเบื้องต้นจะยึดไปตามหลักการร่างฉบับเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเยอะ เพราะต้องเป็นไปตามร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ มีเพียงประเด็นเดียวที่ยังเป็นข้อถกเถียงกันคือ จะเสนอให้ยกเลิก กกต.จังหวัดหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่าไม่ควรยุบ เนื่องจาก กกต.จำเป็นต้องมีผู้ประสานงานกับ กกต.กลางทุกจังหวัด ส่วนกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ที่จะให้ใช้ระบบการเลือกไขว้ 20 กลุ่มสาขาวิชาชีพ เป็นเรื่องใหม่ จากการหารือใน กมธ.การเมือง นายวรรณธรรม กาญจนสุวรรณ เลขานุการ กมธ.การเมือง ที่มีประสบการณ์จากภาคประชาสังคม เคยใช้การเลือกตั้งแบบไขว้แล้ว แต่พบปัญหาการโยนคะแนนกันไปกันมา จะรวบรวมปัญหามาเสนอต่อที่ประชุมต่อไป ทั้งนี้ แม้รายงานข้อเสนอแนะร่างกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง ส.ส.ได้ส่งให้ กรธ. และ สนช.ไปแล้ว แต่หากร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. ถ้าจะเชิญ กมธ.การเมืองไปร่วมให้ความเห็นในชั้น กมธ.จะเป็นเรื่องดี

กกต.ชงกฎหมายเลือกตั้งถึง กรธ.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ผู้ทรงคุณวุฒิ กกต. แถลงว่า กกต.จะส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ให้ กรธ.ภายในวันที่ 16 ก.ย. สาระสำคัญคือ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งได้เอง เพิ่มค่าการรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต เพิ่มช่องทางรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ผู้สมัครต้องติดป้ายตามขนาดและในพื้นที่ที่ กกต.กำหนดเท่านั้น พรรค การเมืองที่เสนอชื่อนายกฯต้องดีเบตนโยบายต่อสาธารณะ ส่วนการคำนวณ ส.ส.แบบจัดสรรปันส่วนผสมจะยึดตามรัฐธรรมนูญกำหนด แต่จะมีปัญหาการปรับสัดส่วน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อให้อยู่ในกรอบ 150 คน ตามเจตนารมณ์ของ กรธ.ใช้วิธีการเทียบบัญญัติไตรยางค์ ทำให้จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่ออาจเปลี่ยนแปลง กรณี กกต.ยังไม่ประกาศผลร้อยละ 5 ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมดภายใน 1 ปี หากมาคำนวณภายหลังอาจทำให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งไปแล้วและอยู่ในลำดับท้ายๆ ต้องหลุดออกจากตำแหน่ง แต่ถ้าพ้นระยะเวลา 1 ปีไปแล้วจะไม่มีการคำนวณใหม่

ถอยตัดใบดำเหลือส้ม–เหลือง–แดง

พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ส่วนการดำเนินการกรณีการเลือกตั้งไม่สุจริต ยังคงมีใบส้ม ใบเหลืองและใบแดง ส่วนใบดำหรือการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ใส่ไว้ในร่างกฎหมายลูก เนื่องจากเห็นว่ามีการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว และยอมรับว่าควรจะมีบัญญัติไว้ในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว แต่เนื่องจาก กกต.เห็นว่า ยังมีความไม่ชัดเจนว่า กรธ.มีเจตนาที่จะให้หมายถึงความผิดลักษณะใดบ้าง จึงยังไม่มีการ กำหนดไว้ อีกทั้งการร่างกฎหมายลูกเป็นหน้าที่ของ กรธ. จึงจะมีข้อสังเกตเพื่อไปหารือกับ กรธ.ในวันที่ 19 ก.ย.ก่อน ถ้าจำเป็นต้องมีให้ กรธ.กำหนดฐานความผิดไว้ในกฎหมายลูกเอง ยอมรับว่าหากไม่มีการกำหนดไว้ ในทางปฏิบัติเมื่อเกิดการทุจริต กกต.ต้องเสนอศาลเพื่อให้ลงโทษ กกต.ต้องระบุว่า จะให้ศาลลงโทษเพิกถอนในความผิดใด ถ้าไม่ชัดเจนจะเกิดปัญหา

พท.โวยใช้ ม.44 เลือกปฏิบัติ

อีกเรื่องนายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้มาตรา 44 ให้อำนาจกรมบังคับคดียึดทรัพย์ในความรับผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าวว่า มีข้อสังเกต ดังนี้ 1.การยึดทรัพย์ของกรมบังคับคดี ปกติจะดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลภายใต้พระปรมาภิไธย การจะให้กรมบังคับคดีดำเนินการนอกเหนือจากนี้ควรหรือไม่ควร 2.รัฐธรรมนูญทุกฉบับบัญญัติให้ทุกคนย่อมได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายโดยเท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ แต่กรณีนี้เป็นการเลือกปฏิบัติกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯโดยเฉพาะหรือไม่ 3.การเรียกค่าเสียหายจากคดีดังกล่าวผู้ถูกกล่าวหาเรียกร้องให้ใช้วิธีฟ้องเป็นคดีแพ่งทางศาล เพราะจะได้รับความเชื่อถือมากกว่า แต่รัฐบาลกลับเลือกใช้วิธีออกคำสั่งทางปกครอง อย่างไรก็ตาม รมว.พาณิชย์ ยังไม่ได้ลงนามในคำสั่งทางปกครอง เป็นข้อพิรุธว่ากระบวนการในการตรวจสอบความเสียหาย มีมาตรฐานถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ อย่างไร

ใช้ฐานความผิดใดรีดค่าเสียหาย

นายชวลิตกล่าวว่า 4.ในคดีอาญายังอยู่ในชั้นไต่สวนพยาน ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดฐานทุจริตตามข้อกล่าวหา ฝ่ายบริหารจะใช้ฐานความผิดใดมาเรียกค่าเสียหายจากจำเลย จากข้อสังเกตดังกล่าว เห็นว่าการดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหาไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ไม่เป็นผลดีต่อการสร้างความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งหลาย ที่ต้องการเห็นมาตรฐานทางกฎหมายว่าประเทศไทยจะปฏิสัมพันธ์กับสากลเหมือนนานาอารยประเทศหรือไม่ อย่างไร จึงขอให้ผู้เกี่ยวข้องไตร่ตรองให้รอบคอบอีกครั้ง การดำเนินการตามกระบวนการยุติ– ธรรมปกติจะได้รับการยอมรับโดยทั่วไป เป็นผลดีต่อภาพพจน์ของประเทศไทยที่เป็นหนึ่งในประชาคมโลก

“ปู” โอดไม่รู้ต้องเจอกับอะไรอีก

บ่ายวันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนขึ้นเครื่องบินกลับถึง กทม.หลังได้เดินทางไปพักผ่อนและทำบุญที่ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.และหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.มีคำสั่งฉบับที่ 56/2559 ให้กรมบังคับคดีมีอำนาจหน้าที่ใช้มาตรการบังคับทางปกครองเรียกเก็บค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า “มาเชียงใหม่ครั้งนี้ได้พักผ่อน รู้สึกสดชื่น ผ่อนคลายค่ะ กลับ กทม.ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรอีกบ้าง” ทั้งนี้ คดีอาญา น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีนัดสืบพยานฝ่ายจำเลยคดีโครงการจำนำข้าวอีกครั้งในวันที่ 7 ต.ค.

“วิษณุ” ย้ำแก้ระเบียบไม่เกี่ยวคดีข้าว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการแก้ไขระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 เกี่ยวกับอายุความ จนถูกมองว่าจะส่งผลต่อคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า ยืนยันไม่เกี่ยวกับคดีจำนำข้าวแม้แต่นิดเดียว ไม่เป็นคุณและไม่เป็นโทษ ตนเห็นการชี้แจงของเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ใครอ่านต้องงง เพราะจะเกิดความรู้สึกว่าเป็นการขยายหรือลดอายุความ ไม่มีใครจะปล่อยเรื่องที่ส่งผลต่อคดีจำนำข้าวออกมาในช่วงนี้เด็ดขาด ตนจะชี้แจงราย ละเอียดอีกครั้ง การจะพูดเรื่องอายุความต้องนำไปเปรียบเทียบกับส่วนต่างๆ ด้วย เมื่อถามว่า กระทรวงคลัง ได้ส่งตัวเลขความเสียหายจำนำข้าวมาแล้วหรือยัง นายวิษณุตอบว่ายัง

“อภิรดี” โยนปลัดฯ เซ็นฟันจีทูจีแทน

ด้านนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการลงนามในหนังสือบังคับทางปกครองเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายนักการเมืองและข้าราชการ 6 ราย กรณีทุจริตขายข้าวในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) รวม 4 สัญญา ปริมาณ 6.2 ล้านตัน มูลค่าความเสียหาย 20,000 ล้านบาทว่า ตนได้รับมอบอำนาจจากนายกรัฐมนตรีในการลงนามใน หนังสือฯ แทน ตนได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ลงนามแทนในฐานะ รมว.พาณิชย์แล้ว ทั้งนี้ตนไม่ใช่นักการเมือง ทำงานอย่างตรงไปตรงมา เรื่องนี้ต้องลงรายละเอียดเยอะ และเป็นเรื่องซับซ้อน ต้องใช้เวลาทำงานให้รอบคอบ ไม่ตั้งใจกลั่น– แกล้งและลงโทษใคร ทุกอย่างเป็นไปตามเนื้อผ้าและเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามที่นายกฯมอบหมาย สำหรับขั้นตอนหลังจากลงนามแล้ว ฝ่ายกฎหมายจะส่งเรื่องไปยังผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 ราย เพื่อให้รับทราบ โดยมีกำหนดให้ตอบรับ หรือโต้แย้งต้องดำเนินการใน 30 วัน หากเพิกเฉยจะแจ้งเตือนรอบ 2 ต้องตอบกลับภายใน 15 วัน หากยังเพิกเฉยอีก จะส่งเรื่องไปยังกรมบังคับคดี เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป

ปลัด พณ.กั๊กรอหนังสือมอบอำนาจ

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า รมว.พาณิชย์ ได้หารือเรื่องการมอบอำนาจให้ปลัดกระทรวงลงนามแทนแล้ว ตนจะต้องลงนามด้วย โดย รมว.พาณิชย์ ต้องทำหนังสือมอบอำนาจมาให้ตนก่อน จึงจะลงนามแทนได้ เรื่องนี้สามารถดำเนินการได้ตามระเบียบ และเพื่อให้งานต่อเนื่อง เพราะตนทำเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น เพื่อให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็ว เพราะนายกฯทำหนังสือมอบอำนาจให้ รมว.พาณิชย์ ลงนามแทนตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้กระทรวงยังไม่ได้ส่งหนังสือดังกล่าว ไปยังผู้ที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหาย และนายกฯได้ทวงถามมาโดยตลอด เพราะคดีจะหมดอายุความเดือน ก.พ.60

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงกรณีที่หาก น.ส.ชุติมา เกษียณอายุราชการสิ้นเดือน ก.ย.นี้ แต่ไม่ลงนาม และทำให้ตนต้องเป็นผู้ลงนามว่า คงต้องพิจารณาในรายละเอียดก่อน เพราะการลงนาม หมายถึงต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ตนไม่รู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น น.ส.ชุติมาเป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก คิดว่าคงต้องทำให้เสร็จ ไม่ทิ้งเรื่องไว้แน่

“วรงค์” เฉ่ง รมว.พณ.ไร้ภาวะผู้นำ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้ข่าวมาว่า รมว.พาณิชย์ ขอให้มอบอำนาจการลงนามคำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหายจีทูจีให้กับปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ลงนามแทน ยิ่งสะท้อนการไร้ภาวะผู้นำ ความไม่กล้าคงอยู่เป็นรัฐมนตรีต่อไปไม่สง่างาม เป็นช่วงการปฏิรูปประเทศปราบปรามการทุจริต ต้องการคนกล้าเพื่อความถูกต้อง ขนาดมีมาตรา 44 คุ้มครองยังไม่กล้า อยู่ไปเสียดายภาษีประชาชน และยังได้ข่าวว่ารัฐบาลจะเปิดเผยตัวเลขความรับผิดทางแพ่งคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯภายใน 1-2 วันนี้ แต่ยืนตามที่คณะกรรมการรับผิดทางแพ่งลดจาก 2.86 แสนล้านบาท เหลือ 1.78 แสนล้านบาท และคิดเพียง 20% เหลือ 35,717 ล้านบาท ทำไมไม่เอาหนังสือของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ลงวันที่ 7 ต.ค.54 และ 30 เม.ย.55 กับที่ฝ่ายค้านอภิปรายท้วงติงตั้งแต่วันแถลงนโยบาย หัวหน้า คสช.อุตส่าห์ตั้งใจเอาจริงปราบปรามการทุจริตจนประชาชนพอใจ แต่คนเหล่านี้กลับคอยฉุดคะแนนลง

“บิ๊กตู่” เครื่องขัดข้องดีเลย์ลงภูเก็ต

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พร้อมด้วย พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ และ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯ ออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เพื่อไปปฏิบัติราชการที่ จ.ภูเก็ต ก่อนออกเดินทางเกิดเหตุขลุกขลักกับเครื่องบินแอมแบร์ (บ.ท.135) ของกองทัพบก เลขประจำเครื่อง 1084 ลำที่คณะจะใช้เดินทางไป จ.ภูเก็ต จอภาพวัดระดับความสูงขัดข้อง เจ้าหน้าที่กองการบิน ขส.ทบ.ต้องนำเครื่องบินแอมแบร์ เลขประจำเครื่อง 1124 ขึ้นบินแทน ทำให้ต้องเลื่อนกำหนดเดินทางออกไป 30 นาที

ฝนถล่มขึ้นรถแทน ฮ.เปิดสนามบิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยาน นานาชาติภูเก็ต คณะนายกฯ จะต้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์ (ฮ.ท.139) ไปเปิดงาน “Startup Thailand & Digital Thailand ภูมิภาค 2016” ที่ดวงจิตต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ แต่เนื่องจากฝนตก ลงมาอย่างหนักเลยต้องเปลี่ยนมาใช้รถโตโยต้า เวลไฟร์ เลขทะเบียน กธ 5522 ภูเก็ต เดินทางต่อไปยังพื้นที่จัดงาน ทำให้กำหนดการต้องล่าช้าประมาณ 1 ชั่วโมง

ลั่นท่าอากาศยานต้องปลอดมาเฟีย

ต่อมาเวลา 09.45 น. ที่ชานชาลา ชั้น 3 อาคาร ผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต จ.ภูเก็ต พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวระหว่างเป็น ประธานพิธีเปิดอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศของท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตที่ปรับปรุงใหม่ตอนหนึ่งว่า ขอชื่นชมการดำเนินการของท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต สิ่งสำคัญจะต้องมุ่งเน้นการท่องเที่ยว ต้องมองระบบสาธารณูปโภคที่จะรองรับนักท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่พอเพียงหรือไม่ เรื่องการรักษาความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ผู้มีอิทธิพลหรือมาเฟียต่างๆ จะต้องไม่เกิดขึ้น จะค่อยๆ แก้ไขปัญหาเพราะเรื่องผู้มีอิทธิพลไปทุกสนามบิน โดยเฉพาะแท็กซี่ไม่ว่าจะสีอะไรต้องไม่เกิดทั้งนั้น ต้องการสร้างความเข้าใจให้ทุกคน ทั้งหมดจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้อง พูดง่ายแต่ยอมรับว่าทำยาก คนไทยจะต้องปฏิรูปที่ใจตัวเองก่อนจะมาปฏิรูปประเทศ และถ้าไม่พูดก็ไม่เข้าใจ

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เยี่ยมชมอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยาน ทักทายนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเอง ระหว่างนั้นยังได้ถ่ายรูปกับ “ต่าย มงคล ปรีชาจารย์” ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ ชาวภูเก็ต ผู้เข้าประกวดไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 6 ที่ก๊อบปี้คาแรกเตอร์ศิลปินตลกชื่อดังนายโรแวน แอตกินสันหรือ “มิสเตอร์บีน” ด้วย

ติงคนไทยอย่ากลัวผีที่มองไม่เห็น

ต่อมาเวลา 11.20 น.ที่ดวงจิต รีสอร์ท แอนด์ สปา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานพิธีเปิดการจัดงาน “Startup Thailand & Digital Thailand ภูมิภาค 2016” หรือการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อร่วมขับเคลื่อนและพัฒนาธุรกิจวิสาหกิจเริ่มต้น (สตาร์ทอัพ) โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การส่งเสริมภูเก็ตสู่ศูนย์กลางธุรกิจสตาร์ทอัพและเมืองอัจฉริยะ” ว่า รัฐบาลเข้ามา

สร้างสะพานเชื่อมโยงการบูรณาการทุกภาคส่วนโดยใช้กลไกประชารัฐ ประชาชนต้องได้รับสิทธิเท่าเทียมกันตามกติกาสากล ที่รัฐบาลใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงเพื่อความสงบเรียบร้อย การจัดระเบียบอาจทำให้บางคนเดือดร้อน แต่ทำเพื่อคนไทยทั้ง 70 ล้านคน และต่างประเทศที่เป็นมิตรกับเรา จะหวาดระแวงกันไม่ได้ ประเทศไทยมีศักยภาพทุกเรื่องอย่าไปกลัวผีที่มองไม่เห็น ต้องทำตัวเองให้เข้มแข็งไหว้พระก็จะปลอดภัย และขออย่าฝันกลางฤดูฝนว่าจะเป็นนั่นเป็นนี่ รัฐบาลมีนโยบายที่จะทำให้สอดคล้องกับความต้องการของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่ดูแลเฉพาะพื้นที่ สร้างความเข้มแข็งเป็นภูมิภาคและกลุ่มจังหวัดเชื่อมโยงกัน

พ้อโชกเลือดเกือบทุกเรื่อง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ดีใจที่มาภูเก็ตแล้วมีคนมาต้อนรับ ขอร้องอย่างเดียวอย่าไปกะเกณฑ์ให้มา ถ้าไม่อยากมาปล่อยเขา ไม่ต้องมีดอกไม้ อย่าให้เห็นว่ามีดอกกุหลาบมาให้ ไม่ต้องการเพราะรู้อยู่แล้วเป็นกุหลาบที่มาจากร้านเดียวกัน และไม่รู้เป็นอะไรตนโชกเลือดเกือบทุกเรื่อง ขนาดแค่เรื่องกางร่มหรือไม่กางร่มยังโดนด่า สรุปต้องโชกโชนทุกเรื่องเลยหรืออย่างไร ขอย้ำว่าวันนี้อำนาจเป็นของประชาชน ถ้าเลือกผิดจะผิดต่อไป ถ้าเลือกคนดีจะดีต่ออนาคตมาสานต่อนโยบายดีๆที่วางไว้ อำนาจทั้งหมดอยู่ที่มือประชาชนทุกคนว่าต้องการให้ประเทศก้าวหน้าและมีอนาคตต่อไปหรือไม่ ฟังแล้วคิดว่าเห็นอนาคตหรือไม่ อนาคตของตนกับนโยบายการเมืองมันคนละเรื่อง อยู่ที่ประชาชนจะเลือกแบบไหน สำหรับการแต่งตั้งผู้ที่จะมาเป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไม่ว่าจะเป็นใครก็เหมือนกัน เพราะต้องทำตามนโยบายรัฐบาล โดยฝ่ายเศรษฐกิจได้วางไว้แล้ว ขออย่ากังวล

เห็นชอบโครงการพัฒนากลุ่มอันดามัน

ต่อมาเวลา 15.30 น. ที่ห้องประชุมอาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 4 มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมการ กรอ.ส่วนกลางและคณะกรรมการ กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ภูเก็ต พังงา ระนอง กระบี่ ตรัง) ให้ความเห็นชอบในหลักการโครงการการยกระดับเมืองสปาน้ำพุร้อนเค็ม และพัฒนาเส้นทางอันดามันโรแมนติกโรด อ.คลองท่อม จ.กระบี่ และโครงการสนับสนุนโครงการยกระดับเส้นทางเชื่อมโยงท่องเที่ยว อันดามัน ได้แก่ เร่งรัดปรับปรุงเส้นทางสาย 4 (เพชรเกษม) เป็น 4 ช่องจราจร และเร่งรัดปรับปรุงเส้นทางสาย 4027 เป็น 4 ช่องจราจร สำหรับ จ.ภูเก็ต เสนอโครงการ Phuket Smart City โดย พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นเจ้าภาพบูรณาการแผนปฏิบัติการ Phuket Smart City เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งชาติ ร่วมกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) นอกจากนี้ เห็นชอบตามที่ จ.พังงาเสนอขอโครงการเคลือบผิวจราจรลดการลื่นไถลเส้นทางหมายเลข 4 และ 4311

ไล่ออก ขรก.ปลอมเอกสารสิทธิ

กระทั่งเวลา 16.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ลงมาให้สัมภาษณ์ โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนว่า “ไม่ตอบคำถามเรื่องการเมือง ขอคำถามที่สร้างสรรค์” ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดระเบียบการออกเอกสารสิทธิที่ดินผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในจ.ภูเก็ต ว่า กำลังดำเนินการต้องให้เวลาและการบังคับใช้กฎหมายเต็มที่ แต่ปัญหาบางอย่างมีผลกระทบต่อประชาชนต้องหาทางเยียวยา หากพบว่ามีข้าราชการมีส่วนเข้าไปเอื้อประโยชน์หรือเกี่ยวข้องกับขบวนการปลอมแปลงเอกสารสิทธิ โทษสูงสุดต้องไล่ออกจากข้าราชการ แต่หากเป็นนายทุนต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ ส่วนกรณีชาวเลราไวย์ ขอความเป็นธรรมเร่งรัดให้รัฐบาลช่วยเยียวยาและซื้อที่ดิน ได้รับทราบปัญหาทั้งหมดมาตลอด แต่ยังมีปัญหาการถือครองกรรมสิทธิต่างฝ่ายอ้างว่าเข้ามาทำกินในพื้นที่ ต้องตรวจสอบต่อไป สำหรับปัญหาผู้มีอิทธิพลหรือมาเฟีย กลุ่มนายทุนที่มาทำธุรกิจท่องเที่ยวผิดกฎหมายทัวร์ศูนย์เหรียญใน จ.ภูเก็ตได้สั่งการให้จับกุมไปแล้ว ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่าเชื่อมโยงใครบ้าง ไม่เฉพาะ จ.ภูเก็ต รวมถึงพื้นที่อื่นด้วย

นายกฯบินสหรัฐฯยันยึดโรดแม็ป

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.มีกำหนดการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 71 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 18-25 ก.ย.โดยจะร่วมกล่าวถ้อยแถลงในการอภิปรายทั่วไปในหัวข้อ “The Sustainable Development Goals : the Universal push to transform our world” ว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในการเปลี่ยนแปลงโลก และเป็นประธานการประชุม จี 77 พร้อมหารือกับผู้นำประเทศ ภาคเอกชนชั้นนำของสหรัฐฯ และชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกาด้วย และนายกฯยังจะใช้โอกาสนี้ ยืนยันรัฐบาลเดินหน้าตามแผนโรดแม็ปเพื่อประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล

รองผู้ว่าฯยื่นฎีกาแต่งตั้งไม่เป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รอง ผวจ.ตรัง เผยแพร่ข้อความผ่านไลน์ของข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ว่า วันที่ 20 ก.ย.นี้ตนจะไปยื่นถวายฎีกา และยื่นฟ้องศาล ปกครองเกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้ง ผวจ.ครั้งล่าสุด เนื่องจากรับราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่ปี 2547-2558 เป็นเวลา 12 ปี ดำรงตำแหน่งรอง ผวจ.ยะลา ตั้งแต่ ม.ค.2555-ก.ย.2558 เป็นเวลา 3 ปี 8 เดือน หากนำอายุราชการทวีคูณมาคิดคำนวณด้วย ตนได้อายุราชการในตำแหน่งรอง ผวจ. 7 ปี 4 เดือน และดำรงตำแหน่งรอง ผวจ.ตรัง อีก 1 ปี รวม 8 ปี 4 เดือน อาวุโสที่สุดในประเทศไทย ดำรงตำแหน่งรอง ผวจ.มาไม่เคยทุจริตคิดชั่ว ไม่เคยกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา ไม่เคยมีปัญหาในพื้นที่ ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ตั้งหน้าตั้งตาทำงานโดยไม่เลือกงาน ทำทุกงานวันหยุดไม่มี แต่การแต่งตั้ง ผวจ.ที่ผ่านมา คนที่เป็นรอง ผวจ.มา 2 ปี และไม่ถึง 2 ปี ได้รับการแต่งตั้งหลายคนตนจะเกษียณปี 2560 อาวุโสอันดับ 1 ไต่เต้ามาด้วยงานอย่างเดียว จึงได้ถามนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทยว่าตนมีปัญหาอะไร นายกฤษฎาระบุว่าไม่มีปัญหาอะไร เสนอแล้วตามหลักอาวุโส แต่ไม่ผ่านบอร์ด จึงได้ปรึกษาผู้ใหญ่แนะนำให้ฟ้องศาลปกครองและถวายฎีกาไปพร้อมกัน เพราะการแต่งตั้ง ผวจ.ต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

“นิพิฏฐ์” ออกตัวหนุน ขรก.สู้ทวงสิทธิ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมของนายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รอง ผวจ.ตรัง ที่จะยื่นถวายฎีกาและร้องศาลปกครองที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้ง ผวจ.ว่า ตนรู้จักนายสายัณห์มาตั้งแต่เป็นข้าราชการซี 3 ถือเป็นคนดีไม่วิ่งเต้น ไม่มีเส้นสายการเมือง โดยนายสายัณห์เป็นรอง ผวจ.อาวุโสสูงสุด ต้องขึ้นเป็น ผวจ.ในพื้นที่จังหวัดชายแดน ใต้ แต่มีการแต่งตั้งคนอื่นมาแทน นายสายัณห์จึงต้องถูกย้ายมาเป็นรอง ผวจ.ตรังแทน และคิดว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย คงจะไม่รู้จักข้าราชการทั้งหมด แต่มีคนชงหรือคนคัดกรองข้อมูลที่น่าจะไม่ให้ความเป็นธรรมต่อนายสายัณห์ เพราะไม่ใช่นักวิ่ง ขอสนับสนุนให้ใช้ทุกช่องทางตามกฎหมายต่อสู้เพื่อสิทธิของตัวเอง เช่นเดียวกับกรณีนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาฯสมช.สู้ชนะมาแล้ว ข้อมูลเหล่านี้คนในมหาดไทยจะรู้ดีที่สุดว่า ยุคนี้มีการใช้เส้นสายวิ่งเต้นหรือไม่

ปลัด มท.แจงผ่านบอร์ดกรอง 2 ชุด

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขอชี้แจงว่าการเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผวจ.ได้ทำตามขั้นตอน พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน และ พ.ร.บ.ระเบียบ ข้าราชการพลเรือน โดยตั้งคณะกรรมการพิจารณา 2 ชุด ชุดแรกกลั่นกรองจากวิสัยทัศน์และผลงาน รวมทั้งประวัติการรับราชการ แล้วประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสัมภาษณ์ จากนั้นมีคณะกรรมการชุดที่ 2 เป็นผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกกระทรวงที่ อกพ.กระทรวงมหาดไทยคัดเลือกมา 3 คน รองปลัดกระทรวงมหาดไทยฝ่ายบริหารและอธิบดีกรมที่ดิน ใช้ทั้งหลักเกณฑ์และดุลพินิจ หลังรวมคะแนนแล้วจะเสนอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ความเห็นชอบเพื่อเสนอ ครม.ไม่ได้ดำเนินการด้วยบุคคลคนเดียว ผู้มีส่วนได้เสียใช้สิทธิฟ้องศาล และใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารขอดูผลคะแนนได้

ปูดเด็กพรรคใหญ่คุมโปรเจกต์ยักษ์

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาฯ กล่าวถึงการแต่งตั้งเลขาธิการสภาฯว่า มีความสำคัญเพราะจะต้องเข้ามากำกับดูแลการใช้งบประมาณมหาศาล อาทิ โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศมูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท มีการร้องเรียนว่า มีการตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากรณีจัดซื้อจัดจ้างโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศดังกล่าว โดยมาจากคนกลุ่มเดียวกันคือ คนของพรรคการเมืองใหญ่และเป็นคนสนิทของอดีตเลขาธิการสภาฯ คนเก่าที่โดนคดีทุจริตโครงการต่างๆ ทั้งนีี้มีความพยายามผลักดันเอาคนที่มีอาวุโสน้อยสุดในลำดับที่ 7 จากรองเลขาฯสภาฯ ที่เพิ่งขึ้นเป็นที่ปรึกษาระดับ 10 เพียง 7 เดือน ขึ้นเป็นเลขาธิการ

“ธีรวัฒน์” เก็บตัวเงียบหลังโดนชี้มูล

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติชี้มูลนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและออกเสียงประชามติ กระทำผิดขัดจริยธรรมร้ายแรง และได้ส่งมติให้นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.พิจารณาเพื่อดำเนินการขั้นต่อไปว่า ต้องถามประธาน กกต.และสำนักกฎหมาย ของสำนักงาน กกต. การเอาเรื่องเข้าที่ประชุมขึ้นอยู่กับประธานจะบรรจุ ส่วน กกต.คนอื่นยังไม่เห็นเรื่อง และตั้งแต่มีข่าวดังกล่าวก็ไม่ได้พบหรือคุยกับนายธีรวัฒน์ และอย่ามาถามเรื่องกลไกจากนี้ คงตอบไม่ได้เพราะไม่เคยเกิดการร้องเรียนลักษณะนี้มาก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธีรวัฒน์เดินทางมาทำงานตามปกติ แต่ยังเก็บตัวเงียบไม่แสดงท่าทีใดๆ กับเรื่องดังกล่าว

คาใจผู้ตรวจการฯไม่ส่งคำร้องให้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อมวลชนข่าวพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์นายธีรวัฒน์ แต่ทีมงานแจ้งว่าติดภารกิจและไม่ขอให้สัมภาษณ์ แต่อาจชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยคนใกล้ชิดนายธีรวัฒน์ระบุว่านายธีรวัฒน์ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองภายในหรือภายนอกหรือไม่ เนื่องจากหนังสือที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งถึงนายธีรวัฒน์ไม่มีลักษณะเป็นคำร้อง แต่เป็นคำถามแปลกๆ 5 ข้อให้ตอบ เช่น ถามว่าเคยรักษาตัวที่โรงพยาบาลของรัฐกี่แห่งและรวบรัดพิจารณา จึงขอเวลารวบรวมตั้งข้อสังเกตต่อการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ไม่ส่งคำร้องมาให้

ปธ.กกต.กังวลกระทบภาพลักษณ์

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าผู้ตรวจการฯระบุให้ กกต.ดำเนินการอย่างไร แต่ได้เจอกับนายธีรวัฒน์ที่ จ.เชียงรายได้ให้กำลังใจ นายธีรวัฒน์ไม่ได้ชี้แจงหรือแสดงท่าทีวิตกกังวล ยังไม่รู้ว่าจะนำเรื่องเข้าพิจารณาในที่ประชุมเมื่อใด ยืนยันว่าจะดำเนินการด้วยความรอบคอบเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับ เมื่อถามว่ากังวลว่าจะกระทบภาพลักษณ์องค์กรหรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ก็กังวลบ้าง ไม่ใช่ไม่กังวล แต่ต้องดูข้อเท็จจริง ดูอย่างอื่นประกอบด้วย ไม่สามารถไปชี้ชัดตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการฯได้ เมื่อถามว่าถ้าเป็นเรื่องชู้สาวจะมีผลอะไรหรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ไม่สามารถให้ความเห็นได้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้