วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปราบแก๊งปั่น-อินไซเดอร์หุ้น กฎหมายหลักทรัพย์ใหม่เข้มเอาผิด-เพิ่มโทษ!

กฎหมายหลักทรัพย์เข้ม! ปราบแก๊งปั่นหุ้น-อินไซเดอร์ ตรวจสอบเอ็มดียันลูกเมียญาติพี่น้อง พนักงานบริษัทและพนักงานรัฐ ที่ล่วงรู้ข้อมูล รวมทั้งนอมินีโดนหมด ขณะที่เพิ่มมาตรการลงโทษทางแพ่งค่าปรับรุนแรงขึ้น แถมห้ามเป็นกรรมการและผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนรวมทั้งห้ามซื้อขายหุ้นในตลาดด้วย

นายศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฉบับแก้ไข ได้ผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. แล้ว ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ได้หลังนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระ ปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยเพิ่มมาตรการในการบังคับใช้กฎหมายให้เกิดประสิทธิภาพและมีความเป็นสากลมากขึ้น โดยเน้นเพิ่มความผิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ และการเพิ่มมาตรการลงโทษทางแพ่ง

สำหรับกลุ่มความผิดของการกระทำอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์นั้น ได้ปรับปรุงลักษณะความผิดให้ชัดเจนขึ้น แบ่งเป็น 4 กลุ่มความผิด ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ความผิดเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลที่อาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ลงทุนและตลาดทุน ครอบคลุมการบอกกล่าวหรือเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือที่จะทำให้เข้าใจผิด รวมถึงการวิเคราะห์หรือคาดการณ์ที่ใช้ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือน ซึ่งประเด็นนี้จะทำให้ผู้ให้ข้อมูลหรือความเห็นต่อประชาชนต้องใช้ความระมัดระวังและความรับผิดชอบในการกระทำมากขึ้น

ความผิดกลุ่มที่ 2 เกี่ยวกับการเอาเปรียบผู้ลงทุนรายอื่น โดยใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายใน โดยกฎหมายที่แก้ไขกำหนดให้บุคคลที่รู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน ต้องไม่นำข้อมูลไปหาประโยชน์หรือไปเปิดเผยแก่บุคคลอื่น และผู้รับข้อมูลก็ต้องไม่นำไปหาประโยชน์หรือไปเปิดเผยต่อบุคคลอื่นต่อๆไป โดยกฎหมายใหม่นี้ จะสันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลที่รู้ข้อมูลวงใน เช่น กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานที่เข้าถึงข้อมูล ที่ปรึกษาการเงินและผู้สอบบัญชี รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานรัฐ ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งหรือมีฐานะ ที่สามารถรับรู้ข้อมูลภายในจากการปฏิบัติหน้าที่ เป็นต้น กฎหมายใหม่ยังรวมถึงกรณีผู้ใกล้ชิดกับบุคคลวงใน เช่น สามีภรรยา พ่อแม่ พี่น้อง ลูก บุตรบุญธรรม รวมทั้งผู้ถือหุ้นเกิน 5% หากบุคคลเหล่านี้มีการซื้อขายผิดปกติในช่วงที่มีข้อมูลภายใน ก็จะถือเป็นผู้ที่รู้ข้อมูลภายในเช่นกัน

สำหรับความผิดในกลุ่มที่ 3 เป็นความผิดเกี่ยว กับการสร้างราคาหรือปั่นหุ้น กฎหมายได้แบ่งความผิดออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ 1.การส่งคำสั่งซื้อขายที่ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณ การซื้อขาย และ 2.การส่งคำสั่งซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องจนทำให้ราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด ความผิดกลุ่มนี้มักมีการกระทำร่วมกันเป็นกลุ่ม กฎหมายจึงกำหนดให้การพิสูจน์การกระทำร่วมกันง่ายขึ้น

สำหรับความผิดกลุ่มที่ 4 เป็นกฎหมายที่ดูแลความต่อเนื่องและความน่าเชื่อถือของการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยกำหนดให้การส่งคำสั่งซื้อขายที่อาจเป็นเหตุให้ระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์สะดุดหรือหยุดชะงักลงเป็นความผิด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากพวกสร้างโปรแกรม เทรดดิ้ง และส่งคำสั่งซื้อขายเร็วๆ จนทำให้ระบบสะดุด นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังกำหนดความผิดเกี่ยวกับการใช้หรือยอมให้ใช้บัญชีตัวแทน หรือ nominee ที่นำไปใช้ในการกระทำความผิด ถือเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย

สำหรับการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ในเรื่องที่ 2 เกี่ยวกับการเพิ่มมาตรการลงโทษทางแพ่ง ซึ่งจะเป็นทางเลือกในการบังคับใช้กฎหมายได้รวดเร็วขึ้น โดยความผิดที่สามารถบังคับใช้กฎหมายด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่ง จะเป็นความผิดที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสของตลาดทุน ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์ การแสดงข้อความเท็จหรือปกปิดข้อความจริงในเอกสารที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน กรรมการหรือผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด การใช้หรือยอมให้ใช้บัญชี nominee ในการกระทำความผิด โดยเมื่อ ก.ล.ต.เห็นควรใช้มาตรการลงโทษทางแพ่ง จะเสนอคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบังคับใช้กฎหมาย และด้านตลาดเงินตลาดทุน หากผู้กระทำผิดยินยอมและชำระเงินครบถ้วนตามบันทึกการยินยอม คดีจะสิ้นสุดลงทั้งในส่วนมาตรการลงโทษทางแพ่งและทางอาญา แต่หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอมชำระเงิน ก็จะฟ้องผู้กระทำความผิดต่อศาลแพ่งต่อไป “มาตรการลงโทษทางแพ่งนี้ยังได้กำหนดค่าปรับที่รุนแรงขึ้น เช่น กรณีปั่นหุ้น ปรับ 2 เท่าของผลประโยชน์ที่ได้รับ และยังเรียกคืนประโยชน์ที่ได้จากการกระทำความผิด หรือรวมถูกปรับหรือเรียกผลประโยชน์คืนสูงสุดถึง 3 เท่า นอกจากนี้ บทลงโทษยังห้ามซื้อขายหุ้นในตลาด หลักทรัพย์สูงสุด 5 ปี รวมทั้งยังห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทจดทะเบียนและบริษัทหลักทรัพย์สูงสุด 10 ปี รวมทั้งยังให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายในการ ตรวจสอบคืนให้ ก.ล.ต.ด้วย”.

กฎหมายหลักทรัพย์เข้ม! ปราบแก๊งปั่นหุ้น-อินไซเดอร์ ตรวจสอบเอ็มดียันลูกเมียญาติพี่น้อง พนักงานบริษัทและพนักงานรัฐ ที่ล่วงรู้ข้อมูล รวมทั้งนอมินีโดนหมด 17 ก.ย. 2559 04:03 ไทยรัฐ