วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตั้งแท่นรอล้างกระดาน

มีคิวระทึกเล็กๆ ให้อกสั่นขวัญแขวนนิดๆ

กับโปรแกรมการขึ้นเครื่องบินไปปฏิบัติราชการที่ จ.ภูเก็ต ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. และบรรดา “บิ๊กเนม” อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย และ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ

เนื่องจากเครื่องบินของกองทัพบกลำที่จะใช้เดินทาง เกิดเหตุขัดข้องก่อนออกเดินทาง ต้องนำเครื่องบินลำใหม่มาเปลี่ยนใช้แทน ทำให้กำหนดการเดินทางต้องล่าช้าไป 30 นาที

กลายเป็นสีสันประกอบข่าว ต่อเนื่องจากช็อตโชว์ลูกคอฮัมเพลง “อยากสวย” ของศิลปินดัง “แอม” เสาวลักษณ์ ลีละบุตร สร้างบรรยากาศครื้นเครงทั่วตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

ตามจังหวะอารมณ์ผ่อนคลายของ “บิ๊กตู่” ที่คว้าไมค์ร้องเพลง ลากเสียงเน้นๆชัดๆตามเนื้อเพลง “ไม่สวย แล้วยังจะปากเสีย” เป็นมุกเรียกเสียงหัวเราะได้ทั่วงาน

ภายหลังเป็นหัวขบวนนำทีมรองนายกรัฐมนตรี จัดแถลงผลงานรัฐบาล คสช.ครบรอบ 2 ปี

ร่ายยาวอวดฝีมือบริหารงานรัฐบาลทหาร ช่วยฟื้นรอยยิ้มกลับคืนสู่ใบหน้าคนไทย ตามสมญานาม “สยามเมืองยิ้ม” ที่ห่างหายจากสังคมไทยกว่า 10 ปี จากสถานการณ์ความขัดแย้งของคนในชาติ

ตีปี๊บผลงานทุกด้าน โดยอ้างอิงดัชนีชี้วัดจากทั้งในและต่างประเทศ ยืนยันความสำเร็จแก้สารพัดปัญหา ทั้งความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยาเสพติด ผู้มีอิทธิพล การปราบทุจริต

ไม่เว้นแม้กระทั่งปัญหาเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยับในทิศทางดีขึ้น

ท็อปบูตสบโอกาสใช้เวทีรัฐบาล โชว์ฝีมือการทำงาน ตีกินคะแนนเนียนๆ เลี้ยงเรตติ้งให้ตัวเอง

ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนท่าที ผ่อนคลายการคุมเข้มไปตามเวลาและสถานการณ์

เห็นได้จากการคลายกฎเหล็กอาทิ การใช้คำสั่งมาตรา 44 ปลดล็อกความผิดคดีความมั่นคงบางประเภท จากเดิมต้องขึ้นศาลทหาร ให้มาขึ้นศาลพลเรือนแทน

ลดแรงเสียดทานจากภายในประเทศ และกระแสกดดันจากโลกภายนอก ไม่ให้ถูกไล่บี้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน จากเวทีนานาชาติ ตามโปรแกรมออนทัวร์ที่หัวหน้า คสช.มีคิวไปร่วมประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

อำนาจพิเศษเริ่มมีลูกล่อลูกชน คอนโทรลการบริหารอำนาจได้ลงตัว รู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว ไม่ฝืนกระแส เสี่ยงดื้อดึงในเรื่องที่ต้องเจ็บตัว

หันมาเติมความแกร่ง ชูธง “ปราบโกง” แทน ตามจุดขายของรัฐบาล คสช.

เร่งสัญญาณเดินตามธงร่างรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูก ตามจังหวะที่ผลสำรวจโพลของทุกสำนัก ส่งเสียงเชียร์เรื่องการล้างโกง

ใส่ยาแรงกันเต็มที่ ตั้งแต่ขั้นตอนการรับสมัครรับเลือกตั้งที่ต้องโชว์หลักฐานการเสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี การตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตแก่ผู้ทุจริต การวางกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐเข้มข้น

รวมทั้งการชงกฎหมาย “3 ชั่วโคตร” ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้เครือญาติ ที่ครอบคลุมไปถึงภริยา ลูก พี่น้อง และพ่อแม่
สแกนกันละเอียดยิบ ไม่เปิดที่ว่างให้คนโกงลอยหน้าเข้าสู่สนามการเมืองง่ายๆ

ตั้งแท่นล็อกเป้าไปที่ผู้เกี่ยวข้องโครงการรับจำนำข้าว ไม่ให้จบแค่การดำเนินคดีถอดถอน หรือคดีอาญา แต่ขยายผลไปถึงการยึดทรัพย์สินให้หมดหน้าตัก

ตามคิวที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ แย้มหมัดเด็ดจ่อปิดสำนวนเรียกค่าเสียหายทางแพ่งในโครงการรับจำนำข้าวจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กว่า 3 หมื่นล้านบาท ตามผลสรุปของคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง

เตรียมส่งไม้ต่อให้กรมบังคับคดีรับหน้าเสื่อลุยยึดทรัพย์ค่าเจ๊งจำนำข้าวจาก “อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์”

ไม่นับรวมค่าเสียหายจากโครงการซื้อขายข้าวแบบจีทูจีอีก 2 หมื่นกว่าล้านบาท ที่ต้องไล่บี้ค่าเสียหายจาก “บุญทรง เตริยาภิรมย์” อดีต รมว.พาณิชย์

ส่งซิกไฟเขียวล้างกระดาน “หัวขบวน” ขั้วอำนาจเก่าออกจากสารบบการเมือง

ล่าสุดถึงคิว “บิ๊กโอ๋” พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหม ถูก สนช.ลงมติถอดถอน กรณีใช้อำนาจรัฐมนตรีแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายปลัดกระทรวงกลาโหม

อำนาจพิเศษทำแต้มต่อเนื่อง ไล่เด็ดปีกระดับคีย์แมนการเมืองร่วงระนาว และยังมีอีกหลายรายที่มีชนักปักหลัง ถูกขึ้นบัญชีรอขึ้นเขียง สนช. และลุ้นคำพิพากษาศาลอีกมากมาย

ตั้งแท่นรอล้างกระดาน กำราบฝ่ายการเมืองให้อยู่หมัด.

ทีมข่าวการเมือง

17 ก.ย. 2559 01:52 ไทยรัฐ