วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'นิว-วงศกร' ยิ้มรับ "พระเอกสายบู๊" สนั่นจอ ยอมรับห่วงสุขภาพ 'นาว' สะกิดเข้าฟิตเนสกระชับรัก

เกิดอาการคันไม้คันมือยิบๆ หลังจากห่างหายแนวบู๊แอ็กชั่นไปนาน กลับมาครั้งนี้ นิว-วงศกร ปรมัตถากร พระเอกหนุ่มจากละคร “ข้ามาคนเดียว” ทางช่อง 7 จัดหนัก จัดเต็ม ถึงขั้นครีเอทท่าบู๊แบบสะใจ และไม่ได้มาแค่สายบู๊สนั่น ยังมาสายโหด ฉุดกระชากลากถูนางเอกหน้าหมวย ฐิสา-วริฏฐิสา จนได้เลือดซิบๆ แถมความสนิทจนตั้งฉายา “น้องหูด” แบบเอ็นดู ส่วนรักต่างวัยกับ นาว-ทิสานาฏ ยังหวานละมุน ถึงแม้ฝ่ายหญิงเพิ่งเรียนจบก็ยังไม่รีบ “แต่งงาน” รอ ให้อนาคตมั่นคงเสียก่อน

มาแนวพระเอกสายบู๊

“ใช่ครับ ไม่ได้เล่นนานแล้ว กลับมาบู๊อีกครั้งนึงในรอบหลายๆปี” เรื่องนี้ถือว่านิวเล่นจริง เจ็บจริง “เล่นจริงแต่ไม่เจ็บนะ ยกเว้นอันไหนที่พลาด มันคือการแสดงไม่ใช่ของจริงแต่เราพยายามแสดงให้สมจริงแต่ไม่ได้เจ็บจริงๆ ที่พลาดเป็นเพราะตกหลุมระหว่างวิ่งในฉาก แล้วข้อเท้าพลิก ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจ คิวบู๊โดนเล็กๆ น้อยๆ เป็นเรื่องปกติ” พอเราร้างไปนานความสนุก ความมันส์แตกต่างช่วงก่อนๆยังไงบ้าง “เหมือนเราอั้นมานาน บู๊เรื่องนี้ ผกก.ทำคิวมา แต่ผมจะขอเอฟเฟกต์เพิ่ม ขอท่านี้ๆ อย่างเช่นเก้าอี้ พี่ครับ ผมขอทุ่มได้มั้ย? วันนั้นเราไปถ่ายที่เชียงคาน เป็นโต๊ะของร้านอาหารจริงๆ แล้วพี่หลุยส์ (สยาม สังวริบุตร) ไปด้วยผมเลยถามพี่หลุยส์โต๊ะนี้พังได้มั้ย พี่หลุยส์ บอกมันของร้านเค้าแต่ไม่ทันขาดคำพี่หลุยส์ไปขอซื้อเก้าอี้เลยให้พังโต๊ะตัวนั้นจริงๆ ได้บู๊แบบดิบๆ เถื่อนๆ เลย ไม่ได้บู๊แบบพระเอกมีเชิง จับฟาดกับโต๊ะ ส้มตำสาด เละๆ หน่อย (ยิ้ม)”

เอาดีทางบู๊แน่นอนแล้ว

“ไม่ได้เอาดีทางไหนหรอกแต่นิวชอบ ไม่ได้บู๊นานแล้ว สักเรื่องนึงลองดูเรายังไหวมั้ย” ชื่อเรื่อง ข้ามาคนเดียว ดูเก่งมากคนเดียวเอาอยู่ “เป็นอย่างที่พี่เข้าใจเลย แต่ผมไปคุยกับผู้กำกับมันเป็นไปไม่ได้หรอกที่มันจะชนะทุกคน อย่างน้อยๆ ผมต้องโดนบ้าง มีเลือด โดนไม้ฟาด โดน 3-4 คนรุมแล้วไม่เป็นอะไรเลยมันเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องโดนบ้าง เค้าก็เลยจัดให้” ฉากบู๊ๆ รีเควสแล้วกุ๊กกิ๊กล่ะมีรีเควสบ้างมั้ย “ไม่ค่อยมีเท่าไหร่ ผมก็บอกพี่หลุยส์ เปิดเรื่องพระเอกนางเอกเค้าไม่ถูกกัน ผมตบเค้า ทำร้ายเค้า พี่หลุยส์บอกทำขนาดนั้นไม่ได้เพราะสุดท้ายจะกลับมารักกันได้ยังไง ปรึกษากัน แชร์กัน พี่หลุยส์ แก้ปัญหาไม่ต้องทำร้ายร่างกายใช้ คำพูด การกระทำอย่างอื่นแทน” ใช้ วาจาเชือดเฉือนซึ่งเป็นทางถนัดของนิว “อันนี้ชมใช่มั้ยเนี่ย (หัวเราะ) คือในฉากจะต้องขังนางเอกไว้ในห้อง เทกแรกไม่กล้าเล่นกลัวน้องเจ็บ เทปสองขอโทษน้องและคุณแม่ ไม่งั้นไม่ผ่านสักทีสุดท้ายเล่นจริงๆ แล้วน้องตกใจจริงๆ ผมก็จับน้องลากกับพื้นที่เป็นหินขวด ตอนถ่ายตกใจทำลูกเค้าขนาดนี้แม่เค้าจะโกรธมั้ย ฐิสาจะว่ายังไง คัตปุ๊บรีบไปขอโทษปรากฏว่าน้องเค้าเป็นแผลเต็มเลยถลอก น้องไม่ได้ว่าอะไร พอเข้าฉากด้วยกันเยอะขึ้นๆ มีฉากกรอกข้าวเข้าปาก ทำไมน้องดูมีความสุข ชอบ ที่แท้น้องชอบความรุนแรงหรือเปล่า (เม้าท์นะเธอ ฮ่าๆๆๆ) แซวนะ น้องคงไม่อยากให้เรากดดันเลยยิ้ม (หัวเราะ)”

พอรู้จักตัวตนของฐิสาเรียบร้อยอย่างที่คิดมั้ย

“เค้าต้องมีความผิดปกติแน่ๆ (หัวเราะ) ไม่ๆ น้องเป็นคนสนุกสนานร่าเริง ซุ่มซ่ามบ่อย น้องเป็นคนชอบแกล้งคนโน้นนี้ แต่แกล้งใครไม่เคยสำเร็จเลย (หัวเราะ) แต่มีความพยายามสูง ความสามารถต่ำ (หัวเราะ)” แอบตั้ง ฉายาให้ฐิสา “ไม่รู้พูดได้เปล่า? (คิดแป๊บนึง) น้องเนี่ยเป็นหูด ตั้งแต่นั้นมาเรียกน้องว่าไอ้หูด ส่วนน้องเรียกผมกลับว่าลุง คำนี้ไม่สามารถทำอะไรนิวได้เพราะทุกคนก็เรียกนิวว่าลุงอยู่แล้ว และในกองเราหลับไม่ได้ หลับปุ๊บจะโดนถ่ายรูปแล้วฐิสามีรูปในไลน์กรุ๊ปละครเยอะมาก ใครหลับเป็นโดน” เจอแบบนี้นิวกล้าหลับในกองมั้ย “เวลาจะนอนผมจะมีผ้าพันคอจะเอาผ้าคลุมไว้ เตรียมมาอย่างดี และจะมีการให้คะแนนรูปที่มีคุณภาพ กับรูปไม่มีคุณภาพ รูปที่ไม่มีคุณภาพคือรูปที่ตั้งใจถ่าย คนถ่ายรู้ตัวรูปแบบถ่ายเผลอๆ คือรูปมีคุณภาพ เราจะมีการให้คะแนน จะเป็นทีมงานทำหน้าแปลกๆ คือแต่ละคนไม่มีใครไว้ใจได้เลยครับ (หัวเราะ) หันหลังปุ๊บโดน แต่สนุกดีนะ ทำให้เราสนิทกันมากขึ้น นักแสดง ทีมงานคุ้นเคยมากขึ้น เป็นเบื้องหลังที่เราไม่ได้เอารูปไปลงที่ไหนเอาไว้เผากันเอง”

ประสบการณ์ชีวิตที่ได้จากเรื่องนี้

“เรื่องนี้ผมเดินทางเยอะมาก เราไปถ่ายสถานที่จริงๆ ทั้งหมด ค่อนข้างไกล อุบลราชธานี อุดรธานี หนองคาย เลย มหาสารคาม น่าน ถ้าเราไม่ได้เล่นละครคงไม่ได้ไปจังหวัดพวกนี้ ไปตามสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นอันซีนไทยแลนด์จริงๆ ไปสามพันโบก ผาแต้ม ภูเรือ พระธาตุพนม เป็นสถานที่ที่เราแค่เคยได้ยินชื่อ เห็นในรูปถ่าย ชีวิตจริงอาจจะไม่ได้ไปแต่เราได้ไปมาแล้ว เหมือนได้เที่ยวเลย ถึงแม้ตอนนั้นถ่ายละครช่วงนั้นอากาศเมืองไทย 40 องศาก็ตาม”

ชีวิตนอกจากละครแล้วชีวิตส่วนตัวมีเวลามากขนาดไหน

“มีครับ ชีวิตส่วนตัวอยู่ที่เราบริหารเวลา ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ทั้งการทำงานและส่วนตัว บริหารจัดการได้” บางคนงานเริ่มคงที่จะเริ่มลดการทำงานเพื่อชีวิตส่วนตัวมากขึ้น “ผมไม่รู้เป็นการทำงาน ผมชอบ เหมือนได้เที่ยว เหมือนมาสนุกกับเพื่อนๆ วันไหนว่างก็หาอะไรทำ เข้ายิม วันไหนว่างก็ชวนน้องสาวไปตีแบด น้องชายมีกล้ามผมก็พาเข้ายิมเทรนให้น้อง” นาวล่ะชวนออกกำลังกาย “ก็เล่นบ้างนะครับ ผมพยายามเคี่ยวเข็ญให้เค้าออกกำลังกาย น้องไม่ค่อยชอบออกกำลังกาย แต่หลังๆ มาเริ่มปรับทัศนคติ เราต้องดูแลตัวเองนะ น้องมาบ่อยขึ้นชอบออกกำลังมากขึ้น เข้าฟิตเนสด้วยกัน คือผมก็ไม่ได้บังคับ จะแค่อยากดูแลตัวเองมั้ย สุขภาพร่างกายแข็งแรง ผมบอกน้องเราเป็นนักแสดงต้องดูแลตัวเอง ถ้าเราป่วยถ่ายละครไม่ได้จะเกิดความเสียหายขึ้น น้องจะคิดตาม”

ตอนนี้นาวเรียนจบปริญญาตรี มีชวนกันต่อปริญญาโทพร้อมกันมั้ย

“ตัวผมไม่น่าจะเรียนแล้ว ปริญญาตรี โอเคแล้ว ตอนนี้ผมส่งน้องชาย น้องสาวเรียนโท ซึ่งน้องชายจบแล้ว ส่วนน้องสาวกำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ เหมือนเป็นตัวแทนเรา” ด้วยศักยภาพเราเรียนได้ “ผมเคยคิด ผมไปเรียนจะเสียเวลาทำงาน วงการบันเทิงระยะเวลาทำงานมันสั้น เราไปเรียนก่อนกลับมาทำพื้นที่เรายืนอยู่มันไม่มีแล้วคนมาแทนที่เราแล้ว สมมติเราทำงานตรงนี้ก่อนรักษาพื้นที่ของเราไว้วันนึงเราพร้อม ถึงวาระของเราค่อยไปเรียน ผมไม่ต่อต้านเรียนต่อแต่ตอนนี้ผมไม่พร้อมที่จะไปเรียน ยังมีอย่างอื่นที่อยากทำ ถ้าจะเรียนคงเรียนเบื้องหลังมากกว่า ผมเคยทำหน้าออฟฟิศอยู่ในห้องแล็บ เพราะเรียนวิทยาศาสตร์มาวันๆอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมผมรู้สึกมันไม่ใช่ตัวตนของเรา อาจารย์บอกว่าจริงๆ เราเรียนปริญญาตรี ความรู้เอาไปหากินไม่ได้หรอก แต่เราเรียนเพื่อปรับความจากเด็กเป็นผู้ใหญ่ ฝึกความรับผิดชอบก็จริงอย่างที่อาจารย์บอกเลย และเพื่อนๆ ผมไม่มีใครทำงานตรงสายที่เรียนมาเลย”

พอน้องเรียนจบคนเริ่มโฟกัสเมื่อไหร่นิวจะแต่งงาน

“อีกนานเลยครับ ผมยังไม่รู้เลือกทางเดินทางไหนกับอนาคตของเรา ต้องหาธุรกิจทำเพื่อสร้างความมั่นคงก่อนถึงพร้อมจะมีครอบครัว ดูแลใครได้แต่เรายังไม่ถึงจุดนั้น ตัวน้องเองเพิ่งจบมาคงอยากทำงานก่อน ต้องไปเจออะไรอีกหลายอย่าง ตอนนี้คบกันถือว่าคบกันแบบสบายๆ เรื่อยๆ มีเวลาเจอกัน อยู่ด้วยกันเข้าใจ เราก็ทำงานเหมือนกัน จะรู้มันเป็นยังไง” คบกันมีง้องแง้งกันบ้างมั้ย “มีบ้างครับ แต่ตัวเราคุยด้วยเหตุผล ทะเลาะกันก็มีตามประสาความคิดเห็นไม่ตรงกัน ส่วนมากคุยกันเรื่องไม่เป็นเรื่องแต่เอามาเป็นเรื่องได้ ด้วยวัยที่ต่างกันความคิดหรือมุมมองก็จะแตกต่างกันแต่ผมกลับคิดอีกแบบนึง หนึ่งความโชคดีที่น้องเป็นคุณครู น้องจะโตมากกว่าเด็กๆ ในรุ่นเดียวกัน เค้าทำงานด้วย เค้าเป็นคุณครูรับผิดชอบเด็กๆ ก็จะมีความรับผิดชอบเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งตัวเราเองยังทำไม่ได้จะไปรับผิดชอบใคร 5-60 สิบ ในห้องเรียน เคี่ยวเข็ญ น้องผ่านมา 1 ปีทำได้ เค้าโตขึ้นและเป็นคนมีเหตุมีผลด้วยความเป็นคุณครู”.

ทีมข่าวบันเทิง

เกิดอาการคันไม้คันมือยิบๆ หลังจากห่างหายแนวบู๊แอ็กชั่นไปนาน กลับมาครั้งนี้ นิว-วงศกร ปรมัตถากร พระเอกหนุ่มจากละคร “ข้ามาคนเดียว” ทางช่อง 7 จัดหนัก จัดเต็ม ถึงขั้นครีเอทท่าบู๊แบบสะใจ และไม่ได้มาแค่สายบู๊สนั่น ยังมาสายโหด 16 ก.ย. 2559 13:46 16 ก.ย. 2559 13:47 ไทยรัฐ