วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรื่องที่แม่ไม่ได้เล่า

หนังสือเล่มหนา เรื่องเล่าของแม่ แม่ชื่อ รัตนา พงษ์พานิช เขียนเอง ลูกๆพิมพ์แจกเป็นที่ระลึกเมื่อวันอายุครบ 90 ปี วันนี้ (17 ก.ย.59) ที่วัดธาตุทอง ในเวลาเผาศพแม่ อายุ 93 ปี ลูกๆก็เอา มาแจกอีกครั้ง

ตั้งใจอ่านจนจบ ก็จะพบเรื่องราวตลอดช่วงชีวิตหนึ่งของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เกิดในตระกูลเจ้าสัวเมืองนครศรีธรรมราช

เป็นลูกแฝดคนพี่ของคุณบวรรัตนารักษ์ (ยิดเส็ง ตัญญพงศ์) กับ นางช้อย เกิด 17 พ.ย.2466 ที่บ้านบริษัทบวรพาณิชย์ ถนนราชดำเนิน เมืองนครศรีธรรมราช

จบ ม. 3 โรงเรียนศึกษานารี พ.ศ.2482 ไปเรียนบางกอก โรงเรียนราชินี (ล่าง) จบ ม. 6 พ.ศ.2484 เรียนต่อเตรียมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง รุ่น 5 รุ่นเดียวกับ มารุต บุนนาค ประภาศน์ อวยชัย

ระหว่างเรียน ปิดเทอมก็กลับบ้าน เช้า 8 ธ.ค.2484 ญี่ปุ่นบุกท่าแพ ช่วยพ่อแม่ขนของประคับประคองคุณย่าลี้ภัยไปอยู่ที่สวนยวนแหล มีเรื่องขำ เล่าขานในหมู่ลูกหลาน

กลางดึกคุณย่าลุกขึ้นมาบอกหลาน “จะละลายตีน” ย่าพูดอยู่นาน กว่าหลานจะเข้าใจ

ละลายตีน เป็นคำสุภาพโบราณของเมืองนคร หมายถึงการปัสสาวะ

ญี่ปุ่นยังยึดเมืองไทยกลับไปเรียนต่อบางกอก 15 ส.ค.2484ปิดเทอมกลับบ้าน กราบแม่ แม่ดีใจได้ไม่นาน เที่ยงวันนั้นแม่ตายเหตุเพราะแม่ตาย ทำให้ต้องเลิกเรียนช่วยกิจการค้ามากมายของคุณพ่อ

สงครามยังไม่จบ ทางการตั้งหน่วยประสานไทย ญี่ปุ่น ก็ได้เจอกับ สุธี พงษ์พานิช มีธุรกิจที่ยะลา แต่เป็นนักเรียนปีนัง ญี่ปุ่น ถูกส่งมาทำหน้าที่ล่ามที่นครฯ

แม่เขียนสั้นๆ วันที่ 22 ธ.ค.2493 “เราได้แต่งงานกัน”

เผชิญมาแล้ว ทั้งวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก ปี 2505 เจออุทกภัยใหญ่หลายครั้ง แต่ภัยที่แทบจะเอาหัวใจไว้ไม่อยู่ ก็คือความสูญคนที่รัก

ส่งลูกเรียนกรุงเทพฯ 17 ส.ค.2513 ตามมาดูลูก “เช้าก็อยู่กันพร้อมหน้า ลูกเติบนอนเล่นอยู่ใกล้ๆ ทานเที่ยงแล้ว เติบขอไปข้างนอก ชวนตั๋งและเต้ย พักใหญ่ได้ข่าว “เติบ” จมน้ำตาย

“ขอจบแค่นี้ละ เรื่องลูกเติบ เดี๋ยวจะร้องไห้อีก”

ปี 2514 คุณพ่อจากไป เสาหลักของครอบครัวโค่นไปแล้ว ยังดีที่มีคุณสุธี สามี มาช่วยงาน หลังสามีรับงานนครขนส่ง มีปัญหาต่อสู้แย่งชิงเส้นทางเดินรถได้ไม่นาน 11 พ.ค.2517 เขาก็ถูกยิงตาย

ความสูญนับแต่ลูก พ่อ มาถึงสามี หนักหนาเกินกว่าที่หัวใจจะรับไหว แต่ชีวิตต้องเดินไป ไหนจะลูกๆทั้ง 5 คน ไหนจะธุรกิจมากมายของครอบครัว แม่คนนี้ก็เดินหน้าต่อ

ลูกทั้ง 5 คน บรรพต โต บรรยงค์ ตั้ว บรรจวบ ตั๋ง บัญชา เต้ย และอภิรดี เติบใหญ่มีหลักฐานมั่นคง ทั้งทางโลกทางธรรม... ทางธรรม เอ่ยชื่อ บัญชา พงษ์พานิช เอาแค่งานสวนโมกขพลาราม กรุงเทพฯงานเดียว ก็คงรู้จักกันดี

เรื่องราวเหล่านี้ เป็นเรื่องเล่าของแม่...หลังส่งแขกที่มาในคืนบำเพ็ญกุศลศพแม่ 11 ก.ย. เต้ย หมอบัญชา ลูกชายคนที่ 5 เดินออกศาลา 4 สยามสิทธิการ ไปขึ้นรถกลับบ้าน

เด็กเล็กลูกชาย เจ้าหน้าที่ศาลา 4 เห็นผู้หญิงชราคนหนึ่ง เดินตามหลัง เด็กคนนั้นหันไปดูภาพหน้าศพ ก็เห็นเป็นคนเดียวกัน จึงเอาไปเล่าให้พ่อฟัง

เรื่องสุดท้าย...ในศาลาบำเพ็ญกุศลศพ วัดธาตุทอง แม่อยู่ในภพภูมิใหม่ เล่าอะไรไม่ได้ จึงต้องสื่อสารผ่านเด็กคนหนึ่ง ไปบอกว่า แม่รักและห่วงลูก

เรื่องที่แม่ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ ชี้ว่า แม้มีเส้นแบ่งคั่นคนละชาติภพ แต่ก็ยังห้ามไม่ได้ ความรักของแม่รัตนาคนนี้ มีพลานุภาพ ใหญ่หลวงนัก.

กิเลน ประลองเชิง

16 ก.ย. 2559 13:24 ไทยรัฐ