วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เตรียมพร้อมร่างกาย-เสริมธาตุเหล็ก เมื่อต้องบริจาคโลหิต...

เตรียมพร้อมร่างกาย-เสริมธาตุเหล็ก เมื่อต้องบริจาคโลหิต...

  • Share:

การบริจาคโลหิต เป็นหนึ่งในการทำบุญที่ถือว่าได้กุศล เพราะเป็นการต่อชีวิตให้กับผู้อื่น แบบที่เรียกว่า “หนึ่งคนให้หลายคนรับ”

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงมีพระราชดำรัสถึงผู้บริจาคโลหิตว่า “โลหิตเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงรักษาชีวิตให้ดำรงอยู่ นับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต การบริจาคโลหิตจึงเทียบได้กับการบริจาคชีวิต เป็นทานสูงสุด ควรยกย่องสรรเสริญอย่างยิ่ง การที่ประชาชนชาวไทยมีศรัทธาบำเพ็ญประโยชน์อย่างเดียวกันนี้ แสดงว่าทุกคนมีจิตใจเป็นกุศลถือว่าตนเป็นเพื่อน เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน มีหน้าที่ที่จะอนุเคราะห์กันและกัน”

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยตั้งเป้าหมายการจัดหาโลหิตทั้งประเทศต่อปี ประมาณ 2,046,000 ยูนิต เป็นการจัดหาโลหิตในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 696,000 ยูนิตต่อปี ส่วนภูมิภาคต่างๆ 1,350,000 ยูนิตต่อปี จึงจะเพียงพอสำหรับผู้ป่วย ซึ่งปริมาณการใช้โลหิตนั้นมีเพิ่มขึ้นประมาณ 8-10% ทุกปี

นอกจากการบริจาคโลหิตจะเป็นทานสูงสุดช่วยให้ผู้บริจาคอิ่มบุญแล้ว การบริจาคโลหิตยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งช่วยกระตุ้นไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดี ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ฯลฯ

เราสามารถบริจาคโลหิตได้ทุกๆ 3 เดือน โดยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริจาค เมื่อบริจาคโลหิตออกไป ไขกระดูกจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดโลหิตใหม่ขึ้นมาทดแทน ให้มีปริมาณโลหิตในร่างกาย ที่โดยปกติเม็ดโลหิตแดงจะมีอายุประมาณ 120 วัน หากไม่ได้มีการบริจาคร่างกายจะกำจัดเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุโดยการทำลายที่ม้ามเป็นส่วนใหญ่

ผู้บริจาคโลหิตควรเตรียมตัวอย่างไร...การเตรียมตัวและเตรียมความพร้อมของร่างกายให้มีความสมบูรณ์ทั้งก่อนและหลังบริจาคโลหิต

ก่อนการบริจาคโลหิต ผู้บริจาคควรนอนพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง มีสุขภาพดี ไม่เป็นไข้หวัด ไม่อยู่ระหว่างรับประทานยา ควรดื่มน้ำ 3-4 แก้ว ก่อนบริจาคโลหิตอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง รับประทานอาหารประจำมื้อมาก่อน เป็นอาหารที่ย่อยง่ายไม่มีไขมันสูง งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนบริจาคโลหิตอย่างน้อย 24 ชั่วโมง งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมงเพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี และ หลังการบริจาคโลหิต ผู้บริจาคโลหิตควรงดการออกกำลังกายที่ทำให้เสียเหงื่อมาก เพราะจะทำให้อ่อนเพลียได้ และรับประทานยาธาตุเหล็กวันละ 1 เม็ดจนหมด เพื่อทดแทนธาตุเหล็กที่สูญเสียจากการบริจาคโลหิต

เรื่องของธาตุเหล็กก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญ ที่บางครั้งผู้บริจาคโลหิตอาจมองข้าม เช่น ไม่ค่อยทานยาธาตุเหล็กที่ทางศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติหรือธนาคารเลือดของแต่ละโรงพยาบาลแจกมาให้ เพราะคิดว่าไม่จำเป็น แต่จริงๆแล้วธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยฟื้นฟูระบบเลือด ผู้บริจาคโลหิตควรเลือกรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของธาตุเหล็ก เช่น เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล รวมถึงไข่และพืชบางชนิด เช่น คะน้า ผักบุ้ง ตำลึง และถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ รวมทั้งรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง มะละกอ มะม่วง สับปะรด รวมถึงอาหารฟังก์ชั่นบางชนิด เช่น ซุปไก่สกัดที่ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กให้ดีขึ้น

ศ.ดร. Geissler และคณะ ได้ทำการวิจัยทดลองในหนูขาวเพศผู้ จำนวน 30 ตัว ที่ถูกทำให้อยู่ในที่ที่มีภาวะโลหิตจางและให้อาหารที่ขาดธาตุเหล็ก จากนั้นแบ่งหนูเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งจะได้รับซุปไก่สกัด อีกกลุ่มได้รับน้ำเปล่า แต่ภาวะการรับอาหารอื่นของทั้งสองกลุ่มจะเหมือนกัน เป็นเวลา 18 วัน พบว่าหนูที่ได้รับซุปไก่สกัดจะมีการสร้างเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้นเร็วกว่าหนูที่ได้รับน้ำเปล่า อีกทั้งยังได้มีการศึกษาในส่วนที่สองกับหนูขาวเพศเมีย จำนวน 30 ตัว ที่มีภาวะโลหิตจางเป็นเวลา 7 วัน โดยแบ่งหนูเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกได้รับธาตุเหล็ก ในรูปรำข้าว กลุ่มสองได้รับธาตุเหล็กในรูปรำข้าวและซุปไก่สกัด ส่วนกลุ่มสามได้รับธาตุเหล็กชนิดผงเสริม ปรากฏว่า หนูกลุ่มที่สองจะมีจำนวนเม็ดเลือดแดงและปริมาณการกินอาหารมากกว่าอีก 2 กลุ่ม จึงอาจสรุปได้ว่า ซุปไก่สกัดมีผลช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กและช่วยกระตุ้นความอยากอาหารด้วย

นอกจากหนูแล้ว ศ.ดร. Geissler ยังได้ทำการศึกษาต่อในคนที่มาบริจาคโลหิตทั้งหญิงและชาย จำนวน 74 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งได้รับซุปไก่สกัด อีกกลุ่มได้รับซุปไก่หลอก โดยติดตามผลเป็นเวลา 3 สัปดาห์ พบว่าปริมาณธาตุเหล็กที่ลดลงจากการบริจาคเลือดของกลุ่มที่ได้รับซุปไก่สกัด จะกลับคืนสู่ระดับปกติเร็วกว่า โดยมีการเคลื่อนย้ายธาตุเหล็กออกจากแหล่งสะสมมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลมาจากสารบางชนิด เช่น กรดอะมิโนที่มีกลไกช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กของร่างกาย สอดคล้องกับผลการศึกษาในประเทศอังกฤษของ William และ Schey ที่ทำการศึกษาในอาสาสมัครทั้งชายและหญิงที่บริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ จำนวน 47 คน และพบว่า เมื่อให้อาสาสมัครที่บริจาคโลหิตดื่มซุปไก่สกัดจะทำให้ระดับของธาตุเหล็กในเลือดกลับสู่ภาวะปกติได้เร็วกว่ากลุ่มที่ได้รับซุปหลอกโดยเฉพาะอาสาสมัครหญิงซึ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะโลหิตจางมากกว่า

ทั้งนี้ การบริจาคโลหิตถือว่าเป็นการให้ทานที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บป่วยให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ท่านที่สนใจบริจาคโลหิต สามารถไปบริจาคได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ กทม. หรือ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติจังหวัดชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ สงขลา ภูเก็ต งานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ และสาขาบริการโลหิต โรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทร.0-2256-4300

มาร่วมให้โลหิตต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์กันเถอะ!

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้