วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มุมข้าราชการ 17/09/59

โดย ซี.12

บทพิสูจน์ความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลปรากฏออกมาเป็นรูปธรรมในการแต่งตั้ง เลขาธิการ ศอ.บต. คนใหม่ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจาก ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ด้วยการเลื่อนรองเลขาธิการ ศุภณัฐ สิรันทวิเนติ ขึ้นมาเป็นเลขาธิการเต็มตัว นั่นหมายความว่าผู้รับผิดชอบเห็นความสำคัญของพลังสามประสานในการแก้ปัญหาของฝ่ายราชการอันประกอบด้วย ทหาร ตำรวจ และ พลเรือน ซึ่งต่างก็มีจุดเด่นและจุดด้อยอยู่ในตัวทำให้สามารถรองรับอุปสรรคปิดช่องว่างได้สมบูรณ์เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่...

ว่าที่เลขาธิการศุภณัฐ เป็นคนใต้โดยสายเลือดถือกำเนิดที่เมืองนคร จบปริญญาตรีรามคำแหง ปริญญาโทสงขลานครินทร์ รับราชการวนเวียนอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตลอดเป็นเวลากว่า 30 ปี ตั้งแต่ปลัดอำเภอ นายอำเภอจนถึงรองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นไทยพุทธที่พูดจาภาษายาวีได้ในระดับดี มีประสบการณ์และสายสัมพันธ์ด้านการข่าวสูงเป็นการตัดสินใจที่ให้น้ำหนักในการทำความเข้าใจในกลุ่มขัดแย้งด้วยการเจรจาแบบสันติมากกว่าการใช้กำลัง ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกที่ควรตามหลัก เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา...

ที่ออกมาพร้อมกันคือการวางตัว ผู้ว่าราชการจังหวัด ในพื้นที่ที่ว่างอยู่หนึ่งตำแหน่งนั่นคือการเลื่อน วีรนันท์ เพ็งจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีนี่ก็เป็นการแต่งตั้งที่คำนึงถึงสภาพปัญหาที่ต้องการคนทำงานที่มีประสบการณ์ในพื้นที่มารับผิดชอบมากกว่าการใช้ตำแหน่งว่างเพื่อประโยชน์ในการผลักดันคนใกล้ชิด กระบวนการนำเสนอใน 2 ตำแหน่งนี้ต้องให้เครดิตผู้รับผิดชอบอย่าง ภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต.ที่กำลังจะเกษียณและ กฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทยผู้รู้ทุกอย่างกระจ่างดั่งฝ่ามือในพื้นที่ชายแดนภาคใต้...

ส่วนรายการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด 30 ตำแหน่งรวมทั้งผู้ตรวจราชการกระทรวงโดยภาพรวมไม่ขี้เหร่นักนอกจากประเด็นเล็กๆน้อยๆที่ต้องออกปากทักตามประสาคนรักกันชอบกันอย่างเช่นยังใจไม่กว้างพอที่จะให้ ข้าราชการหญิง ขึ้นมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอีกสักคนก็เลยมีเพียง สายพิรุณ น้อยศิริ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ผู้หญิงคนเดียว ในคำสั่งที่ได้ตำแหน่งเพียงผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย...

คำสั่งล่าสุดนี้มีผู้ว่าฯ 3 รายที่ได้ย้ายเมือง คือ สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ย้ายจากนครนายกไปเป็น ผวจ.พระนครศรีอยุธยา โชคชัย เดชอมรธัญ ย้ายจากมหาสารคามไปเป็น ผวจ.ภูเก็ต และ สุวัฒน์ พรมสุวรรณ ย้ายจากน่านไปเป็น ผวจ.ลำปาง เป็นการวางตัวที่น่าจับตามองโดยเฉพาะรายแรก ผู้ว่าฯสุจินต์ ว่ากันว่าเป็น เด็กสร้าง ของ ค่ายสิงห์ดำ ถ้าเป็นจริงตามนี้ปีหน้าให้จับตามองว่าจะต้องเก็บของอีกครั้งไปนั่งเก้าอี้ รองปลัดกระทรวง หรือ อธิบดี ที่มีว่าง...

อีก 2 รายที่น่าติดตามความก้าวหน้าในอนาคตคือ สฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กับ ประดิษฐ์ ยมานันท์ รองอธิบดีกรมการปกครองที่ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เมื่อมาถึงจุดนี้เปรียบเสมือนพยัคฆ์ติดปีก เส้นทางข้างหน้าอยู่ที่ฝีมือในการบริหารว่าจะสามารถโชว์ฟอร์มได้ในระดับใด...

ขอทักถามความเป็นธรรมให้ แมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครที่ถูกคำสั่งพิเศษให้มาประจำกระทรวงเมื่อสอบสวนทวนความแล้วไม่มีความผิดอะไรในเรื่องราวที่ถูกกล่าวหา เมื่อไรจะคืนตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้เสียที จะเป็นที่ไหนก็ได้คนทำงานที่มีฝีมือไม่เกี่ยงสถานที่อยู่แล้ว...

บรรทัดสุดท้ายได้ยินเสียงกล่าวขวัญถึงการทำงานของผู้ว่าฯที่ไม่มีชื่อในคำสั่งย้ายคราวนี้เพราะเพิ่งไปอยู่ได้ไม่ทันจะครบขวบปีแต่ ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาก็กลายเป็นขวัญใจชาวพังงาด้วยเวลาอันรวดเร็วจากทัศนะและมุมมองในการพัฒนาเมืองที่ลุ่มลึกและยาวไกลด้วยสายตาของคนมีศิลปะในหัวใจ ประกอบกับมือรองอย่าง สกล จันทรักษ์ รอง ผวจ.พังงา มีพลังในการทำงานอย่างเหลือเฟือสามารถแบ่งเบาภารกิจไปได้มากมาย ทำให้ ผู้ว่าฯภัคพงศ์ มีเวลาที่จะสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่เพื่อให้เมืองพังงาโด่งดังในทุกด้าน...

“ซี.12”

16 ก.ย. 2559 09:47 16 ก.ย. 2559 09:47 ไทยรัฐ