วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุ้นปลด-ไล่ออก ครูปาแก้ว ม.5ผวาขอย้ายโรงเรียน

“น้องทราย” ยัน ครูพละปาแก้วใส่หน้าไม่ใช่อุบัติเหตุหวังทำร้ายจนใบหน้าเสียโฉม ตาพร่ามัว รู้สึกผิดหวังอยากย้ายโรงเรียน ส่วน “ปวีณา หงสกุล” เตรียมรับน้องทรายไปดูแลรักษาตัวที่ รพ.ยันฮี ด้านคณะกรรมการ สพม.31 เร่งสรุปผลลงโทษครูโหด อาจถูก ปลด-ไล่ออก ขณะที่ “ดาว์พงษ์” เผยเห็นใจครูพละสอนมานาน พลาดไม่ระงับอารมณ์

จากเหตุ น.ส.นฤดี จอดสันเทียะ หรือน้องทราย อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโชคชัยสามัคคี อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ถูกนายไพฑูรย์ แกลงกระโทก อายุ 58 ปี ครูวิชาพลศึกษาใช้แก้วเซรามิกปาใส่หน้าได้รับบาดเจ็บที่กกหูด้านซ้ายจนใบหน้าเสียโฉม ปากเบี้ยวและตาซ้ายปิดไม่สนิท สาเหตุไม่พอใจที่น้องทรายและเพื่อนนักเรียนลุกจากที่นั่งเข้าแถวระหว่างรอเรียนวิชาพละ ต่อมานางปราณีย์ จอดสันเทียะ แม่น้องทรายเข้าร้องทุกข์สื่อมวลชนและขอความช่วยเหลือจากนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี พร้อมแจ้งความไว้ที่ สภ.โชคชัย ล่าสุดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 31 มีคำสั่งย้ายนายไพฑูรย์ไปช่วยราชการที่โรงเรียนบุญวัฒนา อ.เมืองนครราชสีมา จนกว่าผลการสอบสวนจะเสร็จสิ้น ส่วนพนักงานสอบสวนดำเนินคดีนายไพฑูรย์ในข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 ก.ย. ที่สำนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา นางปราณีย์ จอดสันเทียะ และ น.ส.นฤดี จอดสันเทียะ หรือน้องทราย ผู้เสียหายเดินทางเข้าพบ น.ส.กัญญพัชร เกียรติแสดงสิงห์ พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมาและนางสรณ์ศิริ ศิริวันอัมพร นักจิตวิทยา น.ส.สุภา ปุ้มแสง นักสังคมสงเคราะห์ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา และ ร.ต.อ.กานต์ สิงห์ชัย รอง สว. (สอบสวน) สภ.โชคชัย เพื่อให้ปากคำ ใช้เวลาสอบสวนกว่า 2 ชั่วโมง

นางปราณีย์เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้นัดเจรจากับนายไพฑูรย์ตกลงกันเรื่องค่าเสียหายและค่ารักษาพยาบาลมา 3 ครั้งตามที่พนักงานสอบสวนนัด แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้ เรื่องมาไกลแล้วปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ช่วงนี้ต้องพาน้องทรายไปรักษาตัวให้หายเป็นปกติ หากปล่อยไว้นานหมอบอกว่าตาอาจบอด ขณะนี้ตาน้องทรายเริ่มพร่ามัวมองไม่ชัดเวลานอนก็ลำบากต้องทาเจลหล่อเลี้ยงดวงตาไว้ไม่ให้แห้ง สำหรับการย้ายโรงเรียนนั้นต้องถามตัวน้องทรายว่าจะเอาอย่างไร

ด้านน้องทรายเปิดเผยว่า สภาพจิตใจค่อนข้างแย่ไม่อยากไปเรียนที่โรงเรียนโชคชัยสามัคคีอีกแล้ว สภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ทำให้ตอกย้ำและไม่มีความสุขจึงอยากย้ายโรงเรียน ตนเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็นความตั้งใจของครูที่จะปาแก้วใส่เพราะหลังปาเสร็จครูยังบอกว่าจะให้หัวแตก หลังเกิดเหตุ ครูไพฑูรย์ไม่เคยมาถามหรือมาเยี่ยมเลย

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เปิดเผยว่า วันที่ 16 ก.ย. จะพาน้องทรายมาอยู่ในความดูแลของมูลนิธิปวีณาหงสกุลฯ แล้วพาไปรักษาที่ รพ.ยันฮี ให้แพทย์ตรวจร่างกายอย่างละเอียด พร้อมวางแผนรักษาศัลยกรรมใบหน้าต้องนอนอยู่ที่โรงพยาบาล 3 วัน ทีมแพทย์ รพ.ยันฮีจะรักษาอย่างสุดความสามารถโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทำให้ครอบครัวจอดสันเทียะคลายความเครียดลงไปได้

นายชูเกียรติ วิเศษเสนา ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 31 (สพม.31) เปิดเผยว่า คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงมีนายสมัคร ไวยขุนทด ผอ.โรงเรียนสุรนารีวิทยา เป็นประธานกรรมการสอบสวน อยู่ระหว่างการพิจารณาโทษความผิดทางวินัยตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ไปจนถึงลดขั้นเงินเดือน แต่หากมีความผิดวินัยร้ายแรงก็จะมีโทษตั้งแต่ปลดออกจากราชการไปจนถึงไล่ออกจากราชการ คณะกรรมการเตรียมสรุปผลการสอบสวนภายในวันที่ 16 ก.ย.นี้

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงพฤติกรรมครูที่ลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามระเบียบกระบวนการตรวจสอบ และลงโทษ สำหรับกรณีครูพละปาแก้วใส่นักเรียนจนทำให้เด็กปากเบี้ยวนั้น ดูก็รู้อยู่แล้วว่าครูไม่มีวุฒิภาวะ คนเป็นครูต้องมีวุฒิภาวะมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะรับภาวะกดดันอย่างไรก็ต้องอดทนให้มาก ครูพละคนนี้ถือว่าทำพลาดไม่สามารถระงับอารมณ์ได้และไม่ควรจะเกิดขึ้น แต่หากถามว่าครูแบบนี้มีจำนวนมากหรือไม่ หากเทียบกับครูที่มีมากถึง 4 แสนคนก็ถือว่าไม่มาก โดยส่วนตัวก็อยากให้เห็นใจครูพละคนนี้ด้วยเพราะสอนเด็กมาหลายปี แต่คราวนี้คงพลาดจริงๆ

“น้องทราย” ยัน ครูพละปาแก้วใส่หน้าไม่ใช่อุบัติเหตุหวังทำร้ายจนใบหน้าเสียโฉม ตาพร่ามัว รู้สึกผิดหวังอยากย้ายโรงเรียน ส่วน “ปวีณา หงสกุล” เตรียมรับน้องทรายไปดูแลรักษาตัวที่ รพ.ยันฮี 16 ก.ย. 2559 05:08 16 ก.ย. 2559 05:09 ไทยรัฐ