วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โสมแดงทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 5!! คาดสิ้นปีมีวัตถุดิบพอทำระเบิด 20 ลูก

เกาหลีเหนือยังคงกระทำการท้าทายต่อโลก ด้วยการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 5 และเป็นการทดสอบครั้งที่ 2 ในปีนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ก.ย. เรียกเสียงประณามจากนานาประเทศรวมทั้งสหรัฐฯ หรือแม้แต่พันธมิตรอย่างประเทศจีน และอาจทำให้ประเทศคอมมิวนิสต์แห่งนี้ ต้องเผชิญการคว่ำบาตรเพิ่มเติมจากนานาชาติ

แต่ทว่า ปัญหาก็คือ หากปราศจากความร่วมมือจากประเทศจีน นานาชาติจะเหลือช่องทางใดในการลงโทษเกาหลีเหนือ ซึ่งขณะนี้ก็กำลังถูกคว่ำบาตรอย่างหนักอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับคำกล่าวอ้างของรัฐบาลเปียงยางที่ระบุว่า การทดสอบครั้งล่าสุด ทำให้พวกเขาสามารถสร้างหัวรบนิวเคลียร์ ที่สามารถติดตั้งบนขีปนาวุธได้แล้ว ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ด้วย

การทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งรุนแรงที่สุดของเกาหลีเหนือ

การทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 5 ของเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นในเวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ฐานทดลองใต้ดิน ปังกเย-รี โดยหน่วยงานเฝ้าระวังแผ่นดินไหวชั้นนำของโลก สามารถตรวจจับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวระดับ 5.3 ได้ที่เกาหลีเหนือ ก่อนที่สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) จะออกมากล่าวอ้างว่า พวกเขาประสบความสำเร็จในการจุดระเบิดหัวรบนิวเคลียร์ ที่สามารถติดตั้งบนขีปนาวุธแล้ว และการทดลองนี้จะทำให้พวกเขาสามารถผลิตหัวรบนิวเคลียร์ที่มีขนาดเล็กลง, เบาลง แต่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม

ขณะที่ นาย คิม นัม-วุค จากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้ ประเมินว่าแรงระเบิดของหัวรบนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือกล่าวอ้าง มีแรงระเบิดถึง 10 กิโลตัน รุนแรงกว่าระเบิดในการทดสอบครั้งที่ 4 เมื่อเดือน ม.ค. เกือบ 2 เท่า และถือเป็นระเบิดที่มีอานุภาพรุนแรงที่สุดเท่าที่รัฐบาลเปียงยางเคยทดสอบมา

โดยเกาหลีเหนือเริ่มการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งแรกเมื่อเดือน ต.ค. ปี 2006 ซึ่งหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ เผยผลวิเคราะห์ไอโซโทปของกัมมันตภาพรังสีในอากาศว่า เป็นระเบิดพลูโตเนียม แต่ความรุนแรงไม่ถึง 1 กิโลตัน ส่วนการทดสอบครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในเดือน พ.ค. ปี 2009 เพียง 1 เดือนหลังจากเกาหลีเหนือวอล์กเอาต์ออกจากการเจรจากับนานาชาติเรื่องโครงการนิวเคลียร์ ระเบิดมีความรุนแรงราว 2 กิโลตัน

ขณะที่การทดสอบครั้งที่ 3 เกิดขึ้นในเดือน ก.พ. ปี 2013 โดยแรงระเบิดมีความรุนแรงกว่า 2 ครั้งก่อนหน้านี้ แต่ผู้สังเกตการณ์กลับตรวจจับไอโซโทปของกัมมันตภาพรังสีไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบยืนยันได้ว่า เกาหลีเหนือใช้ระเบิดพลูโตเนียม หรือยูเรเนียมกันแน่ แต่ประเมินกันว่า มีความรุนแรงอยู่ที่ 6-7 กิโลตัน และในครั้งที่ 4 เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเกาหลีเหนืออ้างว่าเป็นระเบิดไฮโดรเจน (เอช-บอมบ์) ซึ่งปกติจะรุนแรงกว่าระเบิดปรมาณู (เอ-บอมบ์) หลายเท่า กลับมีความรุนแรงประมาณ 4-6 กิโลตันเท่านั้น

เกาหลีเหนือจะมีวัตถุดิบพอสร้างระเบิดนิวเคลียร์ 20 ลูกภายในสิ้นปี 2016

การทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ถึง 2 ครั้งในปีเดียวของเกาหลีเหนือ บ่งชี้ว่าพวกเขามีวัตถุดิบสำหรับการทดสอบเหลือเฟือ และจากข้อมูลที่หน่วยงานต่างๆ รวบรวมมาได้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้พบว่า รัฐบาลเปียงยางมีแร่ยูเรเนียมสำรองมากมาย และกำลังดำเนินการเพื่อเสริมสมรรถนะของแร่ให้บริสุทธิ์พอจะนำไปสร้างอาวุธได้

ศาสตราจารย์ ซีกฟรีด เฮคเกอร์ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ผู้เคยเดินทางไปยังโรงงานนิวเคลียร์ยองบยอน ในเกาหลีเหนือ เมื่อปี 2010 ระบุในรายงานซึ่งเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (12 ก.ย.) ว่า เกาหลีเหนืออาจสามารถเพิ่มปริมาณแร่ยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะในระดับสูงได้ปีละ 150 กก. ซึ่งเพียงพอสำหรับผลิตระเบิดนิวเคลียร์ได้ประมาณ 6 ลูก

แต่เมื่อรวมเข้ากับแร่พลูโตเนียมจำนวน 32-54 กก. ที่มีอยู่แล้ว เกาหลีเหนือจะมีวัตถุดิบเพียงพอที่จะสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้ถึง 20 ลูกภายในสิ้นปี 2016

มีโอกาสที่เกาหลีเหนือจะติดหัวรบนิวเคลียร์ในการทดสอบขีปนาวุธครั้งต่อไปหรือไม่?

นอกจากการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์แล้ว ในปีนี้เกาหลีเหนือยังทำการทดสอบยิงขีปนาวุธหลายครั้ง และระยะการยิงก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น ในเดือน มิ.ย. พวกเขายิงจรวดพุ่งขึ้นฟ้าสูงถึง 1,000 กม. ซึ่งนายเจฟฟรีย์ ลิวอิส จากสถาบันมิดเดิลบิวรี เพื่อการศึกษาระหว่างประเทศ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า เป็นระยะที่น่าตกใจเพราะหมายความว่า ขีปนาวุธลูกนี้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ และหากยิงในมุมปกติโดยไม่ต้องเลี่ยงญี่ปุ่น จรวดลูกนี้ก็อาจบินได้ไกลตามระยะทำการของมัน

ศ.เฮคเกอร์ ระบุด้วยว่า ความสำเร็จของการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ 2 ครั้งในปีนี้ของเกาหลีเหนือ ทำให้เขาเชื่อว่าพวกรัฐบาลเปียงยางสามารถออกแบบและทดสอบหัวรบนิวเคลียร์ ที่สามารถติดตั้งบนขีปนาวุธพิสัยใกล้บางชนิด และอาจรวมถึงขีปนาวุธพิสัยกลางของพวกเขาได้แล้ว

ขณะที่ความสามารถในการติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์บนขีปนาวุธข้ามทวีป ซึ่งมีพิสัยทำการถึงสหรัฐอเมริกา ยังต้องใช้เวลาพัฒนาอีกนาน อาจจะ 5-10 ปี โดยยังต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญคือ การสร้างวัสดุที่สามารถทนความร้อนบนส่วนปลายของขีปนาวุธ เพื่อคุ้มครองหัวรบนิวเคลียร์ ซึ่งทำให้มันสามารถถูกยิงออกและกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกได้อีกครั้ง และระบบที่ทำให้ระเบิดทำงานตรงเป้าหมาย ซึ่งเกาหลีเหนืออ้างว่าพวกเขาทำได้แล้ว

ในมุมมองของ ศ.เฮคเกอร์ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างแท้จริง เพราะว่าแม้จะใช้เวลานาน แต่มันจะเกิดขึ้นแน่นอน หากไม่มีการหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และการคำนวณพลาดเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้เกิดสถานการณ์ที่การโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีมีความเป็นไปได้ขึ้นมา ตามที่สหรัฐฯ, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น หวั่นเกรง และอาจทำให้การชิงลงมือก่อนด้วยอาวุธนิวเคลียร์ตามคำขู่ของเกาหลีเหนือมีโอกาสเกิดขึ้นจริง

โลกจะหยุดยั้งเกาหลีเหนืออย่างไร?

องค์การสหประชาชาติกำลังเตรียมการหารือว่า จะทำอย่างไรกับการยั่วยุและละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ ที่การประชุมในวันศุกร์นี้ แต่จะสามารถหามาตรการที่เหมาะสมได้หรือไม่?

เพราะเกาหลีเหนือนับเป็นประเทศที่ถูกคว่ำบาตรหนักที่สุดในโลกแล้ว โดยในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือถูกลงโทษฐานทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 4 ทั้งห้ามไม่ให้จัดหาเชื้อเพลิงอากาศยาน รวมทั้งเชื้อเพลิงจรวด, ห้ามนานาชาติขายอาวุธขนาดเล็กให้รัฐบาลเปียงยาง และห้ามเกาหลีเหนือส่งออกทรัพยากรธรรมชาติของประเทศเกือบทุกชนิด รวมทั้งถ่านหินที่สร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีด้วย

เมื่อเดือน ก.ค. รัฐบาลของประธานาธิบดี บารัค โอบามา ยังดำเนินการคว่ำบาตรคิม จอง-อึน และเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนืออีก 10 คน ด้วยการอายัดทรัพย์ทั้งหมดของบุคคลเหล่านี้ในสหรัฐฯ ในข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่ามาตรการเหล่านี้จะยังไม่สามารถหยุดยั้งความทะเยอทะยานที่จะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ของคิม จอง-อึนได้ และหลายฝ่ายรวมทั้ง นายคริสโตเฟอร์ ฮิลล์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเกาหลีใต้ ก็เริ่มไม่เชื่อแล้วว่า การคว่ำบาตรจะใช้ได้ผล

อีกวิธีที่ยังเหลืออยู่คือ การจับเข่าคุยกับจีน ซึ่งถือเป็นลูกพี่ใหญ่และพันธมิตรเพียงน้อยนิดของเกาหลีเหนือ เพื่อขอให้ช่วยเพิ่มแรงกดดันแก่เปียงยาง ให้ยุติโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งอาจต้องใช้ยาแรงที่สุดอย่างการตัดการส่งน้ำมันและเชื้อเพลิง แม้ว่ามาตรการนี้ จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อประชาชนในเกาหลีเหนือ และโอกาสที่จีนจะให้ความร่วมมือ ก็มีน้อยมากก็ตาม เพราะทางเลือกอื่นๆ กำลังจะหมดลงแล้ว.

เกาหลีเหนือยังคงกระทำการท้าทายต่อโลก ด้วยการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 5 และเป็นการทดสอบครั้งที่ 2 ในปีนี้เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ก.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า ภายในสิ้นปีนี้ เกาหลีเหนือจะมีวัตถุดิบพอสร้างระเบิดถึง 20 ลูก... 16 ก.ย. 2559 03:57 ไทยรัฐ