วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วงศ์ญาติและเพื่อนพ้อง

กฎหมายปราบโกง 7 ชั่วโคตร ถูกปัดฝุ่นรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเรียกว่าร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตัวกับส่วนร่วม เสนอโดยสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี และอยู่ในระหว่างการ พิจารณาปรับถ้อยคำของคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนที่จะเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อนุมัติ

กฎหมาย 7 ชั่วโคตรไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เคยผ่านความเห็นชอบของ สนช. แต่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตก เมื่อปลายปี 2551 เนื้อหาสำคัญคือ ห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐ คู่สมรส บุตร-ธิดา และวงศาคณาญาติ 7 ชั่วคน เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ห้ามรับของขวัญที่ราคาแพงกว่าที่ ป.ป.ช.กำหนด ห้ามใช้ข้อมูลภายในของรัฐโดยทุจริต และห้ามใช้ทรัพย์สินรัฐเพื่อส่วนตัว

ร่างที่ตกไปขยายความ “ญาติ” อย่างกว้างขวาง โดยให้รวมถึงพ่อแม่ ลูกเขย ลูกสะใภ้ ของป้า น้า อา พ่อตา แม่ยาย จนถึงหลานเหลน ถึง 7 ชั่วคน และกระทบต่อคนเป็นอันมาก ที่ถูกห้ามทำมาค้าขายกับหน่วยงานรัฐ ทั้งๆที่เป็นเพียงญาติห่างๆ ไม่รู้จักเจ้าหน้าที่รัฐด้วยซ้ำ ร่างใหม่จึงตัดให้เหลือแค่ 3 ชั่วโคตร คือ คู่สมรส บุตร และพ่อแม่

นอกจากเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว ให้รวมถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย เมื่อนักข่าวถามความเห็นเรื่องนี้ ได้รับคำตอบ จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่าเห็นด้วยแต่สุดท้ายแล้วกฎหมายก็เป็นเพียงตัวหนังสือทั้งหมดขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ องค์กรและกฎหมาย แต่เริ่มมีการพูดกันบ้างแล้ว ว่าอาจใช้ “นอมินี” แทนญาติ เพื่อเลี่ยงกฎหมาย

วัตถุประสงค์สำคัญของกฎหมาย 7 ชั่วโคตร มุ่งป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้ใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์วงศาคณาญาติ เช่น ให้ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับหน่วยงานรัฐ กลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวกับส่วนรวมขัดกัน แต่ต้องใช้บังคับกฎหมายอย่างจริงจัง เพราะกฎหมายเป็นเพียงตัวหนังสือบนแผ่นกระดาษ

การป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ นอกจากจะบังคับใช้กฎหมายอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมาแล้ว ยังต้องยึดหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด ถือหลักการปกครองที่ให้กฎหมายเป็นใหญ่เหนือคน ไม่ใช่คนอยู่เหนือกฎหมาย มีระบบการตรวจสอบที่เป็นอิสระ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้อง ซึ่งจะมีได้เฉพาะในสังคมประชาธิปไตยแท้

สังคมไทยเป็นสังคมระบบอุปถัมภ์ แต่ไม่ได้เอื้อประโยชน์แค่วงศาคณาญาติเท่านั้น แต่ยังเอื้อประโยชน์ให้พรรคพวก หรือเพื่อนพ้อง น้องพี่ด้วย อาจจะเอื้อประโยชน์กันในหมู่พวกพ้องมากกว่าญาติๆด้วยซ้ำ ถ้าจะให้ครบวงจร กฎหมายอาจต้องตามไปห้ามการเอื้อประโยชน์ในวงเพื่อนพ้อง ห้ามใช้กฎหมายแบบลูบหน้าปะจมูก หรืออาจต้องห้ามไปถึง “นอมินี” ตัวแทนนักการเมือง.

15 ก.ย. 2559 10:59 15 ก.ย. 2559 10:59 ไทยรัฐ