วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จอมโหดสีเขียว MERCEDES BENZ AMG GT-R

จอมโหดสีเขียว MERCEDES BENZ AMG GT-R

  • Share:

Nürburgring 24h ฤดูกาลล่าสุดประจำปี 2016 ที่เพิ่งจะผ่านไปนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวระทึกใจทั้งพายุน้ำแข็งที่จัดหนักพัดผ่านสนามจนทำให้รถแข่งต้องออกจากการแข่งขันนับสิบคัน ตามด้วยการตีธงแดงยุติการแข่งขันนาน 2 ชั่วโมง หลังจากขับเคี่ยวกันข้ามวันข้ามคืน Mercedes Benz AMG GT3 ก็วิ่งผ่านเส้นชัยคว้าอันดับที่ 1-2-3 ในคลาส GT3 แบบกวาดเรียบไม่เหลือที่ให้ทีมอื่นได้ยืนบนโพเดี้ยม การเตรียมความพร้อมมานานเกือบ 5 ปี ทำให้ Mercedes Benz AMG GT3 ญาติผู้ใกล้ชิดกับ AMG GTS ยืนแป้นอันดับที่ 1-2-3 อย่างเต็มภาคภูมิ หลังจากนั้นไม่นานนัก Mercedes Benz AMG ก็เปิดตัว AMG GT-R สปอร์ตจีทีที่ปรุงแต่งรสชาติให้มีความเผ็ดร้อนแสบสันมากขึ้นไปอีก เป็นวิธีการดึงเอาเงินออกจากกระเป๋าของลูกค้าผู้ภักดีในแบรนด์ตราดาวอย่างแยบยลสุดเนียน



Mercedes Benz AMG GT-R ตัวโหดสีเขียว AMG Green Hill Magno วางเครื่องยนต์ตัวเดียวกับ Mercedes Benz AMG GTS แต่มีการปรับจูนให้แรงม้าเพิ่มมากขึ้นเป็น 585 แรงม้า เครื่องยนต์แบบ V8 ทวินเทอร์โบ ความจุ 4 ลิตรที่ถูกโมมีเรี่ยวแรงมากกว่า AMG GTS ผู้พี่อยู่ถึง 75 แรงม้า แรงบิดนั้นหายห่วงพ่อมดในแผนกเครื่องยนต์ของ AMG สามารถปรับแต่งแรงฉุดลากของปิศาจสีเขียวได้มากถึง 700 นิวตันเมตร ทำให้อัตราเร่ง 0-100 ดีขึ้นนิดหน่อยที่ตัวเลข 3.6 วินาที ส่วนความเร็วปลายเคลมไว้ที่ 318 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แน่ใจได้เลยว่า เศรษฐีที่ดูไบจะขับมันจนถึงความเร็วสูงสุดอย่างแน่นอน

รูปลักษณ์ที่เหมือนกับ AMG GTS แต่มีการเสริมแต่งในส่วนของกระจังหน้าและสปอยเลอร์ที่มีรูปแบบใหม่แตกต่างไปจากรถรุ่นพี่ แอร์โรพาร์ทรอบคันมีทั้งการเหนี่ยวนำเอากระแสอากาศไประบายความร้อนให้กับห้องเครื่องและจานเบรก อากาศที่ไหลผ่านตัวถังส่วนหนึ่งถูกใช้ให้กดตัวรถเมื่อทำความเร็ว แผง Downforce แบบปรับอัตโนมัติสร้างแรงกดส่วนหน้าได้ 40 กิโลกรัม เมื่อความเร็วเข้าใกล้ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนแชสซีส์ของเจ้าผีเขียวคันนี้ก็คล้ายกับ GTS นอกจากจะใช้อะลูมินั่มอัลลอยแล้วยังมีการเสริมความแข็งแรงและลดน้ำหนักไปในคราวเดียวกันด้วยการเสริมวัสดุพวกคาร์บอนไฟเบอร์ วิงหลังคาร์บอนก็ยังเชื่อมโยงกับหลักอากาศพลศาสตร์โดยสามารถสร้างแรงกดส่วนท้ายได้มากถึง 155 กิโลกรัม อัตราส่วนการกระจายน้ำหนักอยู่ที่ 47-53 จากการร่นแท่นเครื่องจนสามารถวางเครื่องยนต์ V8 โดยให้น้ำหนักส่วนใหญ่กระจายไปด้านหน้าและหลังอย่างสมดุล

Mercedes Benz AMG GT-R วางระบบเบรกแบบจานคาร์บอนเซรามิก พร้อมคาร์ลิปเปอร์ AMG สีทองแบบ 6 พอตหน้า 4 พอตหลัง จานเซรามิกหน้าขนาด 402 มิลลิเมตร ส่วนจานหลังก็ยังโตถึง 360 มิลลิเมตร หากไม่บ้าจนเกินเหตุรับรองเบรกอยู่อย่างแน่นอน AMG GT-R ยัดล้อต่างไซส์แบบหลังใหญ่หน้าเล็กเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการเทม้าลงพื้นและการบังคับควบคุม ล้ออัลลอย AMG ลายก้านสีดำด้าน ล้อหน้ามีขนาด 10.0Jx19" ET65 ส่วนล้อหลังใหญ่กว่าที่ 12.0Jx20" ET52 ล้อหน้ายัดยาง Pilot Sport Cup 2 ไซส์ 275/35ZR19 ส่วนล้อหลังใส่ยางไซส์ 325/30ZR20 สาแก่ใจขาโก๋ไฮโซไปตามๆ กัน

ภายในใส่เบาะรถแข่ง AMG แดชบอร์ดหุ้มหนังกลับ พวงมาลัยหนังกลับ เข็มขัดนิรภัยสีเหลืองสด ช่องแอร์ตรงคอนโซลกลางหุ้มงานคาร์บอนไฟเบอร์แนวตัวแข่ง หน้าปัดมาตรวัดมีการลงลึกด้านรายละเอียดให้แตกต่างไปจาก AMG GTS เนื่องจาก AMG GT-R นั้นถูกกำหนดมาให้ขายแพงกว่าจากของแต่งและการปรับจูนอัพแรงม้า เบาะแบบแข่งของ AMG ปรับเอนไม่ได้แต่เลื่อนเข้า-ออกได้ ห้องโดยสารหรือ Cockpit ของ Mercedes Benz AMG GT-R มีอุโมงค์เกียร์ที่ใหญ่โตราวกับอู่จอดเรือดำน้ำ ทำให้ผู้โดยสารและคนขับถูกกั้นออกจากันอย่างสิ้นเชิง พวงมาลัยทรงสปอร์ต 3 ก้านเหมือน AMG GTS แต่ก้านด้านล่างประทับตรา AMG Edition บ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาจากสำนักแต่ง AMG.


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้