วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

4 อำเภอในพิษณุโลกอ่วม น้ำป่าไหลท่วม บางจุดสูงถึง 7.70 เมตร

ผู้ว่าฯ สั่งเจ้าหน้าที่ 4 อำเภอใน จ.พิษณุโลก ได้แก่ วังทอง เนินมะปราง ชาติตระการ และนครไทย รับมือสถานการณ์น้ำป่า และปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่อง หลังบางพื้นที่มีน้ำสูงถึง 7.70 เมตร แล้ว

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ฝนตกในจังหวัดพิษณุโลกมาว่า มีฝนตกหนักบริเวณกว้างครอบคลุมทั้งจังหวัดตั้งแต่ค่ำวานนี้ โดยเฉพาะที่ ต.ชมพู อำเภอเนินมะปราง ฝนที่ตกหนักในเขตเทือกเขาสูงอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองชมพูเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเริ่มไหลล้นตลิ่งตั้งแต่ช่วงเวลา 02.00 - 03.00 น. ที่บ้านชมภู หมู่ 3 ต.ชมพู หอกระจายข่าวได้ประกาศแจ้งเตือนให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองชมพู อพยพมาอยู่ที่ศาลาการเปรียญวัดชมพู ขณะที่ระดับน้ำได้สูงถึง 7.70 เมตร และน้ำล้นตลิ่งคลองชมพูในส่วนที่ต่ำ เข้าสู่พื้นที่หมู่บ้านด้านล่างบริเวณบ้านซำรัง บ้านปลวกง่าม และบ้านน้ำปาด ต.ชมพู อย่างต่อเนื่อง

นายแวะ สนใจ ส.อบต.ชมพู เปิดเผยว่า น้ำในคลองชมพูได้เพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ทางหมู่บ้านได้ประกาศแจ้งให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ บางส่วนได้อพยพมาอยู่ที่ศาลาวัด น้ำที่ท่วมสะพานวังหมันข้ามคลองชมพูในหมู่บ้านชมภู ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. ระดับน้ำในคลองบริเวณสะพานวังหมันเริ่มทรงตัวอยู่ที่ 7.30 เมตร และน้ำได้เริ่มไหลลงไปด้านท้ายหมู่บ้าน ขณะเดียวกันที่โรงเรียนวัดปลวกง่าม หมู่ที่ 5 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นทำให้ท่วมพื้นที่โรงเรียนเมื่อเวลา 11.00 น. แต่ทางโรงเรียนได้สั่งปิดการเรียนการสอนตั้งแต่เช้าวันเดียวกันนี้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำที่ไหลลงมาด้านท้ายคลองได้เอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชนทั้งสองฝั่งคลองชมพู ประมาณ 240 ครัวเรือน รวมทั้งวัดปลวกง่าม ที่นาและไร่พืชผลทางการเกษตรเป็นบริเวณกว้าง โดยนางพิสมัย ขัดสี อายุ 43 ปี ชาวบ้านปลวกง่ามได้ว่าจ้างรถเกี่ยวข้าวมาทำการเกี่ยวข้าวในนาของตนเองอย่างเร่งรีบ เนื่องจากเป็นเส้นทางน้ำผ่านและข้าวที่ปลูกไว้สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยได้นัดหมายกับรถเกี่ยวข้าวไว้ในวันเสาร์ที่ 17 กันยายนนี้ แต่สถานการณ์เปลี่ยน เนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างหนักเมื่อคืนนี้ ส่งผลให้น้ำในคลองชมพูสูงขึ้น จึงต้องตัดสินใจไปขอร้องกับญาติที่มีกำหนดเกี่ยวข้าวในวันนี้ เพื่อให้รถมาเกี่ยวข้าวในนาของตนก่อน และคาดว่าจะสามารถขายให้กับโรงเรียนได้ในราคาเกวียนละ 5,000 บาทเท่านั้น เพราะข้าวเปียกน้ำ

ขณะเดียวกัน นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้สั่งการให้นายอำเภอวังทอง นายอำเภอเนินมะปราง นายอำเภอชาติตระการ และนายอำเภอนครไทย ออกสำรวจพื้นที่ที่เสี่ยงต่อดินโคลนถล่มและน้ำท่วมโดยเร่งด่วนแล้ว เพื่อจะได้ทำการช่วยเหลือประชาชนต่อไป โดยเฉพาะที่อำเภอเนินมะปรางได้รับแจ้งจากผู้นำท้องถิ่นว่าถนนสายหลักจากบ้านเผ่าไทย หมู่ 9 ไปยังบ้านร่มเกล้า หมู่ 11 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง ถูกน้ำป่าซัดพังกว้างกว่า 5 เมตร ลึก 2 เมตร ทำให้ประชาชนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เนื่องจากเป็นถนนทางเดียวที่ใช้เข้าออกหมู่บ้าน จึงสั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พิษณุโลก ลงพื้นที่ตรวจสอบและรายงานให้ทราบโดยเร็วต่อไป

ด้าน นายพยุง คุ้มสุพรรณ นายอำเภอชาติตระการ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่ทางการเกษตรในเขต ต.บ้านดง ต.ท่าสะแก ต.ป่าแดง และ ต.ชาติตระการ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจความเสียหายและเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป

ส่วนที่ อ.นครไทย นายปฏิญาณ หมวกคำ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าโป่งสอ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัด เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 12.15 น. ที่ผ่านมา น้ำป่าไหลหลากท่วมถนนสายบ้านนาทุ่งใหญ่ - บ้านนาตาด ต.น้ำกุ่ม ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้.

ผู้ว่าฯ สั่งเจ้าหน้าที่ 4 อำเภอใน จ.พิษณุโลก ได้แก่ วังทอง เนินมะปราง ชาติตระการ และนครไทย รับมือสถานการณ์น้ำป่า และปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่อง หลังบางพื้นที่มีน้ำสูงถึง 7.70 เมตร แล้ว 14 ก.ย. 2559 18:16 14 ก.ย. 2559 22:15 ไทยรัฐ