วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' ปัดถูกบีบ เหตุงัด ม.44 เลิกใช้ศาลทหาร

นายกฯ ปัดถูกกดดันเลิกใช้ศาลทหาร ชี้คดีไม่มีผลย้อนหลัง ปัดคำสั่ง หน.คสช. 56/2559 ยึดทรัพย์จำนำข้าว-แทรกแซงราคามันสำปะหลัง-ข้าวโพด แค่เปิดทางกรมบังคับคดีหาคนชดใช้ความเสียหาย เบรกระบายข้าวในโกดัง เหตุข้าวฤดูกาลใหม่ ยันคดีเรียกค่าเสียหายจำนำปิดทัน ก.พ.ปี 60 ลั่นไม่ใช้อำนาจทาบทับสั่งเร่งคดี เซ็งคนไม่ฟังรายการ "คืนความสุข"

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีมีการเรียกร้องให้ทุกคดีความที่อยู่ในกระบวนการของศาลทหาร เข้าสู่กระบวนการของศาลพลเรือนตามปกติ หลังมีการออกคำสั่งตามมาตรา 44 ฉบับที่ 55/2559 ยกเลิกใช้ศาลทหารว่า เสียหายตรงไหน ดีหรือไม่ดีอย่างไร ซึ่งตนไม่ได้ถูกกดดัน และไม่กลัวใครทั้งนั้น แต่ต้องเป็นคนรับผิดชอบ ในเมื่อเข้ามาแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบทำให้บ้านเมืองสงบสุข และย้ำคดีความเดิมที่อยู่ในกระบวนการของศาลทหารไม่สามารถบังคับใช้ย้อนหลังได้ ขอให้ทุกคนคิดเป็นกระบวนการ

"คดีเก่า คดีเดิมกฎหมายฉบับไหนยกเลิกย้อนหลังได้บ้าง ถ้าไม่มีก็จบ เป็นตัวแทนพูดให้เขาอยู่ได้ มันไม่สำคัญว่าจะขึ้นศาลไหน แต่สำคัญว่าทำความผิดหรือเปล่า ถ้าไม่ผิดก็ไม่ต้องขึ้นสักศาล ศาลพระภูมิก็ไม่ต้องขึ้น" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอธิบดีกรมที่ดิน เสนอให้ยกเลิกการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เพื่อแก้ปัญหาและจัดระบบการถือครองที่ดิน ว่า ยังไม่รู้ แต่ต้องพิจารณาว่าควรทำหรือไม่ควรทำ และทำได้หรือไม่ ทุกเรื่องที่คุยใน สปท. ก็เป็นเรื่องของ สปท. โดยต้องมีมติร่วมกัน จากนั้นรัฐบาลจะเป็นคนตัดสินใจว่าอะไรจะทำได้หรือทำไม่ได้ แต่อะไรที่เป็นปัญหาก็จะไม่ทำ เพราะตนไม่อยากให้ใครเดือดร้อน

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการแถลงผลงาน 2 ปี ของรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ (15 ก.ย.) ว่า ประชาชนที่สนใจสามารถรับฟังจากการถ่ายทอดสด หรือจากสื่อที่เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมาร่วมฟังในงานแถลงข่าว ขณะเดียวกันที่ตนพูดในรายการคืนความสุขช่วงเย็นวันศุกร์ ก็ไม่ค่อยมีคนฟังเท่าไร ถ้าไม่ฟังก็ไม่รู้เรื่อง ก็ไม่ร่วมมือ มีแรงต่อต้านมากขึ้น ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ถ้าไม่ช่วย 

เมื่อถามว่า จะมีเซอร์ไพรส์อะไรในวันพรุ่งนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ไม่มีเซอร์ไพรส์ จะต้องเซอร์ไพรส์อะไร ในเมื่อเป็นการเปลี่ยนแปลงอนาคตของประเทศชาติ คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาหรือ จะต้องทำไป 20 ปีข้างหน้า วันนี้หยุดมาเท่าไร ทำไมไม่ดูตรงนี้ ยืนยันด้วยว่าสองปีที่ผ่านมาก็ประกาศนโยบายมาตลอด จะประกาศอะไรทุกวัน แค่นโยบาย 11 ข้อก็ทำแทบตาย เป็น 100 เรื่อง ที่รัฐบาลและ คสช.ทำนั่นแหละเซอร์ไพรส์ ไม่ใช่วันนี้แต่เกิดผลวันหน้า ทุกรัฐบาลต้องคิดถึงข้างบนและข้างล่าง ไม่ใช่แจกจนเป็นภาระหนี้สาธารณะ หนี้สิน ถ้าจมอยู่แบบนี้ทั้งหมดรัฐบาลจะลงทุนอะไรได้ นอกจากนี้ขอสื่อศึกษาข่าวหลายประเภทเพื่อให้การนำเสนอไม่ติดอยู่ในรูปแบบเดิม ทำให้คนใช้ความรู้สึกดำรงชีวิต จนเกิดความสับสน และเปิดโอกาสให้คนไม่ดีมาพูดจาไปเรื่อย ผมไม่เห็นคุณค่า"

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงคุณสมบัติของรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมว่า แม้จะเปลี่ยนใหม่แต่ก็ยังคงเป็นกระทรวงเดิม เพียงปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานภายใน และเปลี่ยนชื่อส่วนราชการภายในใหม่เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ต้องมีคุณสมบัติใหม่ และไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร เนื่องจากในกระทรวงได้จัดทำแผนงานมานานแล้ว และที่ผ่านมารัฐมนตรีและปลัดก็ทำเรื่องดังกล่าวมาทั้งหมด ตนไม่ได้ทำเอง ซึ่งเป็นเรื่องของกระบวนการ คณะทำงาน คณะรัฐมนตรี ไม่ใช่เรื่องบุคคล ทั้งนี้ตนเพียงขับเคลื่อนและริเริ่มสิ่งใหม่ๆ จึงขอให้ดูการทำงานมากกว่าการติติง เพราะหลายอย่างต้องทำความเข้าใจว่าจะทำทั้งกระบวนการ และบางอย่างพัวพันในหลายหน่วยงานด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการระบายข้าวว่า มีมติให้ระงับไปก่อน เพื่อรองรับผลการผลิตการระบายข้าวในฤดูกาลใหม่ ในเดือน พ.ย. เป็นต้นไป ต้องดูสถานการณ์ ไม่ว่าข้าวที่คงเหลือในคลังจะโครงการอะไรก็แล้วแต่ ทั้งหมดคือปัญหาถ้าเราปล่อยราคาท้องตลาดก็ตกลง ราคาตลาดโลกลดลง ฉะนั้นต้องดูหลายมิติด้วยกัน แต่ข้อสำคัญทำอย่างไรเราจะไปทำความเข้าใจเกษตรกรให้ได้มากที่สุด เนื่องจากงบประมาณมีจำกัด ซึ่งภาระในเรื่องนี้ยังมีอยู่มาก ส่วนประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังติดตามในเรื่องคดีความนั้น ขอให้เป็นเรื่องของทางคดี กระบวนการยุติธรรม อย่าเพิ่งโทษกันไปกันมาก่อนมันจะเป็นผลเสียต่อการตรวจสอบทางกระบวนการยุติธรรม ในส่วนของรัฐบาลก็มีหน้าที่ในการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นมา 2 คณะ ซึ่งเป็นคนละหน้าที่กัน คือ ฝ่ายหนึ่งตรวจสอบทางบัญชี ประเมินล่วงหน้าในแต่ละปีและอีกส่วน คือ คณะกรรมการตรวจสอบความผิดทางละเมิด ซึ่งมีกฎหมายของมันอยู่ ต้องไปดูว่าเป็นอย่างไรต่อไป ในอนาคตอย่าเพิ่งไปพูดตอนนี้ มันเสียหาย

เมื่อถามว่า คำสั่ง 56/2559 เรื่อง การคุ้มครองการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในการดูแลของรัฐ และการดำเนินการต่อผู้รับผิดชอบ เพื่อระงับความเสียหายของรัฐ เพื่อให้กรมบังคับคดีสามารถดำเนินการยึดทรัพย์ได้เลยใช่หรือไม่ถ้ามีคำสั่งทางปกครองออกมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ให้คำสั่งทางปกครองออกมาก่อน ไม่ใช่ใช้คำสั่งมาตรา 44 เพื่อยึดทรัพย์เขา บอกให้เข้าใจตรงกันว่าเมื่อมีผลสรุปออกมาแล้ว มีมติออกมาแล้ว ก็ดำเนินการการยึดทรัพย์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์รู้อยู่แล้วว่า เขาไม่มีขีดความสามารถในการยึดทรัพย์ตรงนี้ ซึ่งคำสั่งมาตรา 44 ตนเพียงแต่ให้กรมบังคับคดีเข้าไปดำเนินการในส่วนนี้ อย่าไปบอกว่าใช้มาตรา 44 ไม่ใช่ ตนไม่ทำอย่างนั้นอยู่แล้ว จะผิดจะถูกคณะกรรมการเขาสอบสวนมาก็ตามนั้น ขณะเดียวกันทางคดีอาญาก็ว่ากันต่อไปอีกเรื่องหนึ่ง เป็นคนละเรื่อง เมื่อถามถึงความคืบหน้าคำสั่งทางปกครองในคดีรับจำนำข้าว นายกฯ กล่าวว่า เรื่องคดีต้องไปถามอัยการกับศาล เดี๋ยวทำให้ทันมันมีระยะเวลาอยู่แล้ว จะต้องเสร็จไม่เกินเดือน ก.พ.ขณะนี้ คณะกรรมการที่รับผิดชอบกำลังพิจารณาข้อสรุปออกมา เรื่องนี้ตนจะไม่ไปทาบทับ เพราะเป็นเรื่องของคณะกรรมการต้องสรุปมาตามกฎหมาย ตามระเบียบการ วิธีปฏิบัติ ก็ฟังเหตุผลเขาบ้างอย่าใช้ความรู้สึก ไม่อย่างนั้นเจ้าหน้าที่จะทำงานลำบาก.

นายกฯ ปัดถูกกดดันเลิกใช้ศาลทหาร ชี้คดีไม่มีผลย้อนหลัง ปัดคำสั่ง หน.คสช. 56/2559 ยึดทรัพย์จำนำข้าว เบรกระบายข้าวในโกดัง เหตุข้าวฤดูกาลใหม่ ยันคดีเรียกค่าเสียหายจำนำปิดทัน ก.พ.ปี 60 ลั่นไม่ใช้อำนาจทาบทับสั่งเร่งคดี 14 ก.ย. 2559 14:02 14 ก.ย. 2559 15:11 ไทยรัฐ