วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝนถล่มเชียงใหม่ ปิดน้ำตกดัง-ต้นสนโค่นทับบันไดนาควัดพระธาตุดอยสุเทพ

ฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุ ‘ราอี’ น้ำป่าหลากลงดอยอินทนนท์ ไหลรวมที่น้ำตกแม่กลาง ทะลักท่วมหมู่บ้าน หัวหน้าอุทยานฯ สั่งปิด ห้ามเที่ยว ต้นสนขนาดใหญ่บริเวณวัดพระธาตุดอยสุเทพ ล้มทับบันไดนาคอายุกว่า 400 ปี ที่แพร่ก็อ่วม...

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 14 ก.ย. 59 นายพรเทพ เจริญสืบสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ แจ้งว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากลงพื้นที่น้ำตกแม่ยะ และน้ำตกแม่ปอน เขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เบื้องต้น ได้รับรายงานว่า น้ำเอ่อล้นไหลท่วมสวนของชาวบ้าน และมวลน้ำทั้งหมดได้ไหลไปรวมกันลงสู่น้ำตกแม่กลาง เข้าหมู่บ้านเมืองกลาง และอีกหลายๆ หมู่บ้านของ ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต้องยกของหนีน้ำ และขึ้นไปอยู่บนที่สูงเพื่อความปลอดภัย

เครดิตภาพจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

นายพรเทพ กล่าวอีกว่า ทางอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้ปิด น้ำตกแม่กลาง และ น้ำตกแม่ยะ เนื่องด้วยน้ำป่าไหลหลาก เพื่อป้องกันเหตุอันตรายแก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมความงามของธรรมชาติ พร้อมสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยในแหล่งท่องเที่ยวเฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวที่จะขึ้นมาเที่ยวยังดอยอินทนนท์ ให้สอบถามรายละเอียด และเชื่อฟังคำเตือนตามป้าย และเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย ขณะที่ แหล่งธรรมชาติอื่นที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากน้ำตก หรือแม่น้ำไหลผ่าน เช่น นาขั้นบันได ตอนนี้ยังมีความสวยงาม และสามารถชมความงามได้ตามปกติ

ด้านนายกริชสยาม คงสตรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ได้มีคำสั่งให้ปิดน้ำตกแหล่งท่องเที่ยวดังใน อ.แม่ริม เนื่องจากขณะนี้ได้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ในบริเวณน้ำตก ของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ น้ำตกแม่สา และน้ำตกตาดหมอก ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่า อาจเกิดอันตรายต่อนักท่องเที่ยว จึงขอปิดการบริการการท่องเที่ยวในพื้นที่น้ำตกทั้ง 2 แห่ง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสภาวะปกติ โดยในเบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนภัยแก่ราษฎรที่อาจได้รับผลกระทบ ตลอดจนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

ต้นสนใหญ่ โค่นทับบันไดพญานาค วัดพระธาตุดอยสุเทพ

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า จากฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ทำให้เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ต้นสน อายุ 100 ปี ริมบันไดพญานาค ขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพวรราชวิหาร ได้โค่นแบบถอนราก ทับบริเวณบันไดพญานาคส่วนกลางลำตัวจนขาด 1 ตัว ส่วนอีกตัวเสียหายเล็กน้อย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เวรยามของวัดได้ยินเสียงลงมาดูและรีบรายงานให้ทาง พระธรรมเสนาบดี รองเจ้าคณะภาค 7 และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ ได้ทราบ จึงพร้อมกับนายวัลลภ นามวงศ์พรหม กรรมการวัด มาตรวจสอบความเสียหาย พร้อมนี้ได้ให้ทางคนงานเข้ามาตัดต้นไม้ที่ล้มทับออก ก่อนที่จะมีคนขึ้นมาไหว้สักการะบูชา เพื่อไม่ให้เป็นภาพไม่เหมาะสมกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมือง

ด้านนายวัลลภ เผยว่า ทางเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ มีความเป็นห่วงเรื่องที่เกิดขึ้นมาก เนื่องจากพญานาคทั้งสอง สร้างเมื่อปีพ.ศ. 2100 หรือกว่า 459 ปีมาแล้ว และบูรณะให้เกิดความสวยงามคู่บ้านคู่เมืองมาโดยตลอด เมื่อเกิดเหตุต้นสน 100 ปีล้มลงมาทับ จะต้องมีการสำรวจโครงสร้างว่าได้รับความเสียหาย และเกิดรอยร้าวมากน้อยแค่ไหน ก่อนที่จะบูรณะครั้งใหญ่ไปพร้อมกัน

สำหรับต้นสน อายุ 100 ปี ที่เรียงรายกันอยู่บริเวณริมบันไดนาคทั้ง 2 ฝั่ง จะประสานทางเจ้าหน้าที่วนศาสตร์เข้ามาช่วยตรวจสอบต้นไม้จำนวนมากที่ใกล้โบราณสถานดอยสุเทพ เพราะขณะนี้สภาพดินยุ่ยมาก และต้นไม้แต่ละต้นขนาดใหญ่มากว่าจะมีการดำเนินการแก้ไขอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข่าวดังกล่าวได้แพร่สะพัดไปทางโซเชียลมีเดีย ได้สร้างความตกใจให้กับชาวเชียงใหม่ เพราะถือว่าดอยสุเทพเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่

เครดิตภาพจากกรรมการวัดพระธาตุดอยสุเทพ

นายอนวัช สัตตบุศย์ นายอำเภอดอยเต่า จ. เชียงใหม่ กล่าวว่า หลังจากที่ฝนตกหนักในพื้นที่เมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลำห้วยต่างๆในอ.ดอยเต่า มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะถนนสายบ้านโปงทุ่ง บ้านกองวะ ต.โปงทุ่ง น้ำในลำน้ำแม่หาด ได้เอ่อล้นท่วมสะพานแม่เจียงฮาย ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถสัญจรไปมา และยังทำให้คณะครูไม่สามารถไปทำการสอนนักเรียนที่โรงเรียนบ้านกองวะได้ เนื่องจากน้ำในลำห้วยมีความเชี่ยวกราก นอกจากนี้ เส้นทางสัญจรระหว่างหมู่บ้านหลายหมู่บ้าน มีต้นไม้ใหญ่ล้มทับขว้างเส้นทางหลายจุด ซึ่งฝ่ายปกครองดอยเต่าได้เร่งตัดต้นไม้ที่ล้มขว้างเส้นทาง จนประชาชนสามารถใช้สัญจรได้ตามปกติ และขณะนี้ฝนในพื้นที่อำเภอดอยเต่ายังคงตกหนักอยู่ตลอดเวลา

 

ภาพจากปกครองดอยเต่า

น้ำป่าจากห้วยผาคำ ทะลักท่วมเมืองแพร่ เมื่อเช้าตรู่

ส่วนที่ จ.แพร่ ช่วงเช้าเวลา 06.30 น. วันที่ 14 ก.ย. 59 ที่บ้านมณีวรรณ หมู่ 4-11 ต.ป่าแมต อ.เมืองแพร่ น้ำป่าจากห้วยผาคำได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนเกือบ 100 หลัง และวัดมณีวรรณ น้ำท่วมสูง ต้องปิดการสัญจรทางเข้าหมู่บ้าน ชาวบ้านเร่งไปขนกระสอบทรายมาวางไว้หน้าบ้าน ขณะที่ ปริมาณน้ำยังเพิ่มมากขึ้น ที่ อ.ลอง นายประกอบ ค้าไม้ ปลัดอำเภอลอง ได้นำเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือชาวบ้าน หมู่ 5 ตำบลหัวทุ่ง ขนข้าวของขึ้นที่สูง หลังจากน้ำจากห้วยปงไหล ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนแล้วเกือบ 100 หลังคาเรือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณแม่น้ำยม ขณะนี้ได้เพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ แต่ก็ยังไม่วิกฤติ เนื่องจากที่ศูนย์อุทกวิทยาบ้านน้ำโค้ง อำเภอเมืองแพร่ ปริมาณน้ำยังอยู่ที่ 5 เมตร หากจะท่วมบ้านเรือนในเขตเทศบาล จะต้องสูง 9 เมตรขึ้นไป ทางด้าน นายปรีชา ด้วงบุญมา หน.ปภ.แพร่ ได้ประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ คาดว่าฝนจะตกหนักติดต่อกันไปจนถึงวันที่ 15 ก.ย.นี้

สำหรับสถานการณ์ทั่วไปที่ จ.แพร่ ได้รับรายงานจากน้ำท่วม 2 อำเภอ คือ อำเภอเมืองแพร่ และ อำเภอลอง มีต้นไม้ล้มขวางถนนสายเด่นชัย-ลำปาง รถติดนานประมาณ 30 นาที ทางแขวงการทางได้ระดมกันตัดกิ่งไม้ออก จนสามารถเปิดเส้นทางได้

ขณะที่ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ แจ้งว่า พายุดีเปรสชัน “ราอี” (Rai) ที่เคลื่อนผ่านจังหวัดอุบลราชธานี และอำนาจเจริญ ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางแล้ว และคาดว่าจะเคลื่อนไปปกคลุมภาคกลางตอนบน และภาคเหนือ ตามลำดับต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย.

ฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุ ‘ราอี’ น้ำป่าหลากลงดอยอินทนนท์ ไหลรวมที่น้ำตกแม่กลาง ทะลักท่วมหมู่บ้าน หัวหน้าอุทยานฯ สั่งปิด ห้ามเที่ยว ต้นสนขนาดใหญ่บริเวณวัดพระธาตุดอยสุเทพ ล้มทับบันไดนาคอายุกว่า 400 ปี ที่แพร่ก็อ่วม... 14 ก.ย. 2559 11:01 14 ก.ย. 2559 13:47 ไทยรัฐ