วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่งเข้าเรือนจำ 2บิ๊กบ.ทัวร์จีน

ปปง.ฟันซ้ำข้อหาฟอกเงิน

2 แม่ลูกผู้บริหาร บ.โอเอ ทรานสปอร์ต พันทัวร์ศูนย์เหรียญวืดประกันชั้นศาล ถูกราชทัณฑ์ส่งนอนเรือนจำ หลังเข้ารับทราบข้อหาที่ สน.พญาไท และถูกนำฝากขังศาลอาญา ในวันเดียวกัน โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวด้วยเหตุผลสารพัดที่ทำให้การท่องเที่ยวเมืองไทยเสียหาย ขณะที่ 5 บริษัทเครือโอเอบุกร้องนายกฯ ผ่านศูนย์บริการประชาชน อ้างถูกกลั่นแกล้งอย่างไม่เป็นธรรม และมีการวางแผนเป็นอย่างดี ด้านนายกฯสั่ง รมว.การท่องเที่ยวฯ หามาตรการรองรับไม่ให้เกิดผลกระทบ หลังลุยปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ

กรณีตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับ ปปง.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ย่านลาดกระบัง ที่พัวพันทัวร์ศูนย์เหรียญรอบที่ 3 โดยอายัดรถบัสนำเที่ยว 2,155 คัน มูลค่า 9,000 ล้านบาท รวมทั้งบัญชีเงินสดซึ่งเป็นเงินหมุนเวียนของบริษัทและบริษัทในเครืออีกกว่า 4,200 ล้านบาท รวมแล้วมูลค่ากว่า 13,200 ล้านบาท เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าคดีนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ก.ย. ที่ สน.พญาไท นางนิสา โรจน์รุ่งรังสี อายุ 61 ปี กก.ผจก.บจก.รอยัลพาราไดซ์, บจก.รอยัลเจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล, บจก.ไทยเฮิร์บ และ บจก.บางกอก แฮนดิคราฟท์ เซ็นเตอร์ จำกัด และนายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี อายุ 26 ปี กก.ผจก.บจก.โอเอ ทรานสปอร์ต 2 แม่ลูก พร้อมทีมทนาย เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พญาไท กรณีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวอายัดทรัพย์ในคดีพัวพันธุรกิจทัวร์ศูนย์เหรียญ โดยมีกลุ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัท 9 คน ที่ติดตามมาด้วยพยายามกันไม่ให้นักข่าวบันทึกภาพ พร้อมพูดจาข่มขู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท ได้เชิญเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัททั้ง 9 คน ลงมาที่ห้องประชุมชั้นล่างทันที พร้อมตรวจค้นรถตู้พาหนะที่ใช้เดินทาง พบไม้คมแฝก 1 ท่อน ยึดไว้เป็นหลักฐานพร้อมเปรียบปรับคนขับรถตู้ของ บ.โอเอฯ ชื่อนายโกเมศ เตียวพิพัฒน์ อายุ 57 ปี เป็นเงิน 1,000 บาท ก่อนปล่อยตัวไป

ต่อมาเวลา 10.45 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท.ที่เดินทางมาร่วมสอบปากคำ 2 ผู้ต้องหาเปิดเผยว่า หลังจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ วันนี้กลุ่มผู้ต้องหาเข้าพบเจ้าหน้าที่ จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม คือ “ข้อหาฟอกเงิน” และระหว่างการสอบสวนหากพบความผิดใดจะแจ้งเพิ่มอีก ทั้งนี้จะเร่งรัดสรุปสำนวนโดยเร็ว คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 อาทิตย์ คงส่งให้อัยการฟ้องศาลได้ ส่วนกรณีที่ ปปง.มีคำสั่งอายัดทรัพย์ของบริษัท โอเอฯ กว่า 1.3 หมื่นล้านบาท แต่ทางบริษัทยังไม่ยอมส่งมอบทรัพย์สินนั้น หาก ปปง.เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีในข้อหาขัดขวางเจ้าพนักงานเพิ่ม ส่วนขั้นตอนต่อไป จะนำผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไปฝากขังที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก โดยพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากกลัวไปยุ่งเหยิงกับหลักฐาน ขณะเดียวกันผู้ต้องหาสามารถไปยื่นคำร้องขอประกันตัวได้ที่ศาล นอกจากนี้ จากการเข้าพบเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้รับข้อมูลว่า นักท่องเที่ยวจีนยังเดินทางมาเมืองไทยมากขึ้น ไม่ได้ลดลง ตอนนี้นักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวประเทศไทยไม่ได้ เกิดจากตั๋วเครื่องบินเต็ม และจีนพร้อมกวาดล้างทัวร์ศูนย์เหรียญด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับประเทศไทยจะกวาดล้างจัดระเบียบบริษัททัวร์อย่างต่อเนื่อง

จากนั้นเวลา 11.40 น. พ.ต.ท.ธรรมรักษ์ เรืองดิษฐ์ พนักงานสอบสวน สน.พญาไท คุมตัวนายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี อายุ 26 ปี และนางนิสา โรจน์รุ่งรังสี อายุ 61 ปี แม่ของนายวสุรัตน์ ผู้ต้องหาที่ 1-2 ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 23 ส.ค.59 คดีร่วมกันทำผิด พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวฯ จัดทัวร์ศูนย์เหรียญ ขายสินค้าแพง สร้างความเสียหายอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และฟอกเงิน มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-24 ก.ย.นี้ เนื่องจากต้องสอบพยานบุคคลอีก 40 ปาก และรอผลตรวจสอบข้อมูลทางการเงิน การธนาคารที่เกี่ยวกับการฟอกเงิน รวมทั้งผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินระหว่างประเทศ กับลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาทั้งสองประกอบคดี

มีรายงานว่า พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องคัดค้านการให้ประกันตัว 2 ผู้ต้องหา เนื่องจากทั้งคู่เกี่ยวพันกับขบวนการนำนักท่องเที่ยวศูนย์เหรียญจากประเทศจีนเข้ามาในประเทศไทยนับล้านคน โดยมีรถทัวร์พานักท่องเที่ยวมากถึง 2,000 คัน มีเงินหมุนเวียนนับหมื่นล้านบาท ดำเนินการลักษณะปกปิด มีอิทธิพลเหนือผู้ประกอบการรายอื่น พฤติการณ์ขูดรีดขายสินค้าราคาแพง และห้ามผู้ประกอบรายอื่นขายสินค้าชนิดเดียวกับผู้ต้องหา ทำให้ภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทยได้รับความเสียหาย อีกทั้งสำนักงานป้องกันและปราบการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ยึดอายัดทรัพย์สินในเครือของผู้ต้องหานับหมื่นล้านบาท พยานบุคคล ยังเกิดความเกรงกลัวไม่กล้าหรือหลบเลี่ยง ไม่มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน หากได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานจนเสียหายต่อรูปคดี อีกทั้งคดีมีอัตราโทษสูงจึงกลัวว่าจะหลบหนี

โดยคำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค.59 พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสองว่า กระทำผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยว กระทำการอันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว หรือนักท่องเที่ยว ชั้นสอบสวนทั้งสองคนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ต่อมาวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนายวสุรัตน์ กก.ผจก.บจก.โอเอ ทรานสปอร์ต ผู้ต้องหาที่ 1 และนางนิสา กก.ผจก.บจก.รอยัลพาราไดซ์, บจก.รอยัลเจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล, บจก.ไทยเฮิร์บ และ บจก. บางกอก แฮนดิคราฟท์ เซ็นเตอร์ จำกัด ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินเพิ่มเติมอีกข้อหาหนึ่ง เนื่องจากระหว่างเดือน ก.พ.-ก.ค.59 พบมีการโอนเงิน 98,932,810 บาท จากเครือญาติของผู้ต้องหาทั้งสองที่ได้จากการกระทำผิดไปยัง กก.ผจก.บจก.ฝูอัน ทราเวล และผู้เกี่ยวข้องที่ถูกจับกุมและฝากขังศาลอาญาแล้ว

คำร้องระบุต่อว่า ผจก.บจก.ฝูอัน ทราเวล และ บจก.ซินหยวน ทราเวล จะทำหน้าที่รับนักท่องเที่ยวจากบริษัททัวร์ประเทศจีน ที่เป็นทัวร์รับเฉพาะนักท่องเที่ยว แต่ไม่มีค่าใช้จ่ายมาด้วย หรือทัวร์ศูนย์เหรียญ แล้วบริษัทผู้ต้องหาที่ 1 จะจัดหารถทัวร์รับนักท่องเที่ยวฟรี แต่มีข้อตกลงว่าจะรับนักท่องเที่ยวไปจอดแวะที่ร้านจำหน่ายสินค้าจิวเวลรี่ กระเป๋าหนัง ผ้าไหม ของฝากที่ระลึกต่างๆ ซึ่งบริษัทผู้ต้องหาที่ 2 ที่เป็นมารดาของผู้ต้องหาที่ 1 ดำเนินการ โดยไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวชาติอื่น หรือคนไทยเข้าไปในร้าน โดยจำหน่ายสินค้าราคาที่สูงกว่าความเป็นจริง โดยบริษัทผู้ต้องหาที่ 1 จะรวบรวมเงินจากการจำหน่ายสินค้าแล้วแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับบริษัทนำเที่ยว 20-30% ส่วนมัคคุเทศก์จะได้ 3-4% เป็นการกระทำผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน เหตุเกิดที่ร้านค้าต่างๆ

ต่อมาวันที่ 13 ก.ย. ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาทั้งคู่ว่า ร่วมกันเป็นสมาชิกอั้งยี่ ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยว กระทำการก่อให้เกิดความเสียหาย แก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวหรือนักท่องเที่ยว และร่วมกันฟอกเงิน ตามความผิด ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 มาตรา 24, 100 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (10) 5, 60 ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ศาลพิจารณาคำร้องฝากขัง สอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน อนุญาตให้ฝากขังได้

จากนั้นญาติของนางนิสาและนายวสุรัตน์ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด คนละ 2 ล้านบาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องร้ายแรง มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก กระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ อีกทั้งพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกัน เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและอาจหลบหนี ในชั้นนี้ ไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง ก่อนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะคุมตัวไปขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 11.05 น. วันเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนบริษัท รอยัล เจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท รอยัล พาราไดซ์ จำกัด บริษัท รอยัลไทยเฮิร์บ จำกัด บริษัท บางกอก แฮนดิคราฟ เซ็นเตอร์ จำกัด และบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด นำโดยนายโอฬาร รุ่งโรจน์รัศมี เข้ามายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านนายยศพงษ์ งามรัตนไพบูลย์ นิติกรประจำศูนย์บริการประชาชน เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีที่ถูกเจ้าพนักงานบุก ค้น ยึด และกล่าวหาบริษัททั้ง 5 เป็นบริษัททัวร์ศูนย์เหรียญ พร้อมถูกแจ้งอายัดรถบัสนำเที่ยวของบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด พร้อมทั้งอายัดบัญชีเงินสดกว่า 90 บัญชีไป

โดยหนังสือร้องเรียนระบุว่า ผู้บริหารของบริษัท ทั้งสิ้นเป็นครอบครัวคนไทย เริ่มประกอบธุรกิจเปิดร้านค้าขายสินค้าให้นักท่องเที่ยวครั้งแรกเป็นสินค้าที่ระลึกเมื่อปี 25 ไม่ได้ประกอบธุรกิจทัวร์ศูนย์เหรียญ เพราะไม่ได้มีบริษัททัวร์และทำทัวร์ แต่ทำธุรกิจร้านค้าจำหน่ายสินค้าประเภทกระเป๋าหนัง ยาสมุนไพร หมอน ที่นอนยางพารา ขนมของฝาก ของที่ระลึก และประกอบธุรกิจให้กับบริการรถขนส่งไม่ประจำทาง สำหรับคนไทย และนักท่องเที่ยวทุกชาติ นอกจากนี้รถบัสไม่ได้รับเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน และไม่ได้จำกัดเที่ยวซื้อสินค้าจากร้านค้าของบริษัทเท่านั้น ทั้งนี้รายได้ยังตกแก่คนไทยทั้งประเทศ

ในหนังสือร้องเรียนยังระบุต่อว่า ขอเรียนนายกรัฐมนตรีในส่วน จิวเวอรี่ บริษัทได้สั่งซื้อเครื่องประดับจากโรงงานส่งออกเป็นของสมาคมอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ส่วนหมอนยางพารา บริษัทไม่ได้เป็นผู้ผลิตเอง แต่รับซื้อสินค้ามาจากโรงงานของไทยในหลายโครงการ บริษัทมีรายได้จากการขายน้ำยางเพื่อนำมาแปรรูป สำหรับเครื่องหนังรับซื้อสินค้ามาจากโรงงานของไทย และขนม อาทิ ผลิตภัณฑ์จากทุเรียน ทั้งหมดล้วนซื้อมาจากสวนทุเรียนของคนไทยนับหลาย 100 สวน ปีหนึ่งๆบริษัทสามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนทุเรียนได้อย่างน้อย 3,000,000 กิโลกรัมต่อปี นอกจากนี้ ยาสมุนไพร ผลิตโดยโรงงานยาเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงประเทศไทย และซื้อจากชุมชนหลายแห่งของประเทศไทย เป็นการกระจายรายได้ส่งเสริมให้แก่ชาวบ้านผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในชุมชนต่างๆของประเทศ นอกจากนี้ ในเรื่องของภาษี ทั้ง 5 บริษัทได้ปฏิบัติหน้าที่คนขายตามกฎหมายในการเสียภาษี

“การถูกตั้งข้อหาจากเจ้าหน้าที่รัฐวันที่ 14 ส.ค. และ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา อีกทั้งยังอายัดทรัพย์ของ ครอบครัวและบริษัทในเครือในวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นการกระทำที่เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ไม่เป็นธรรมกับบริษัททั้ง 5 เป็นอย่างยิ่ง พร้อมทั้งขอความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเชื่อถือในความเป็นธรรมของท่าน และมีความเชื่อมั่นว่าท่านจะให้ความเป็นธรรม โดยไม่หวั่นไหวตามกระแสที่ดู เหมือนว่าจะมีการวางแผนกันเป็นอย่างดี ทำให้บริษัททั้ง 5 ยินดีจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมหากนายกฯมีข้อสงสัย”

วันเดียวกัน พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัตร ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กล่าวแสดงความห่วงใยกรณีการดำเนินการจัดการทัวร์ศูนย์เหรียญ รวมถึงทัวร์ ที่ไม่ถูกกฎหมายรายอื่นๆ โดยนายกฯระบุว่า ภายหลังการดำเนินการจับกุม และยึดรถทัวร์ได้แล้วนั้น จะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในประเทศหรือไม่ สั่งการให้ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ไปวางแผนดำเนินการขั้นต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ โดยนายกฯยกตัวอย่างกรณีวัดพระแก้ว ที่มีทัวร์ชาวต่างชาติเข้ามามากมาย บางรายมีการกั้นคนไทยไม่ให้เข้าไปไหว้พระภายในวัด ให้ไปหามาตรการการจัดระเบียบ เช่นจัดเป็นพื้นที่แยกสำหรับคนไทย ที่ต้องการไปไหว้พระกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ต้องการเดินชมวัด

2 แม่ลูกผู้บริหาร บ.โอเอ ทรานสปอร์ต พันทัวร์ศูนย์เหรียญวืดประกันชั้นศาล ถูกราชทัณฑ์ส่งนอนเรือนจำ หลังเข้ารับทราบข้อหาที่ สน.พญาไท และถูกนำฝากขังศาลอาญา ในวันเดียวกัน โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวด้วยเหตุผล 14 ก.ย. 2559 07:44 ไทยรัฐ