วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บริหารจังหวะอำนาจ

ผ่อนสั้นผ่อนยาว

กรณี “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 55/2559 ตามมาตรา 44 ยกเลิกประกาศ คสช. ในเรื่องการนำคดีความมั่นคงบางประเภทตามประกาศ คสช.

จากที่ขึ้นศาลทหารกลับไปอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลยุติธรรม

โดยคดีทั้งหมดแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ คดีตามความผิดมาตรา 112 มาตรา 116 คดีที่เกี่ยวกับวัตถุระเบิด อาวุธปืน ดอกไม้เพลิง และคดีขัดคำสั่ง คสช. มีผลตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย.

ส่วนคดีเดิมที่อยู่ในศาลทหาร ไม่สามารถโอนมาศาลปกติได้

โดยเหตุผลในคำสั่งระบุ เพราะประชาชนให้ความร่วมมือกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญและปฏิรูปประเทศเป็นไปตามขั้นตอน การลงประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

จึงสมควรผ่อนคลายมาตรการต่างๆลง

ทางด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.ชี้ว่า คสช.ผ่อนบรรยากาศในประเทศให้เป็นสากลมากขึ้น ทำให้เห็นว่าประเทศไทยให้ความร่วมมือในทุกๆภาคส่วน และนานาประเทศ

“เป็นการผ่อนคลายบรรยากาศตามที่นานาชาติได้เรียกร้อง”

ลดโทนคุมเข้ม ลดแรงกดดันจากนานาชาติ

ขณะที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คิวนี้ลวงโลก เพราะคุ้มครองเฉพาะความผิดที่เกิดขึ้นหลังมีคำสั่ง แต่คดีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ยังคงต้องขึ้นศาลทหารต่อไป

เป็นเพียงการแก้ผ้าเอาหน้ารอด เนื่องจากประเทศไทยต้องเข้าร่วมประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ วันที่ 13–30 ก.ย.นี้

หยันแค่ปลดล็อกก่อนขึ้นเวทีโลก

ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. แกนนำคนเสื้อแดงระบุ คิวนี้แค่โชว์ภาพใช้หลักนิติธรรม ลดกระแสกดดันปมละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมกับเรียกร้อง หากจริงใจให้ยกเลิกมาตรา 44

ท้าให้ปลด “กระบองยักษ์” กันเลย

อย่างไรก็ตามคิวนี้ต้องถือว่ามาในจังหวะที่ “ดุลอำนาจพิเศษ” กระชับแน่นอยู่ในมือ “บิ๊กตู่” และเริ่มจะมีสัญญาณขึงลวดหนามตึง ในการคุมเข้มสถานการณ์ในช่วงเปลี่ยนผ่าน

สะท้อนให้เห็นจากกระบวนการทำกฎกติกาใหม่

ทั้งร่างรัฐธรรมนูญ และร่างกฎหมายลูกที่มีการชงไอเดียแบบใส่ยาแรงเต็มพิกัด

ถึงจุดที่ “บิ๊กตู่” ในฐานะผู้ถือดุลอำนาจพิเศษต้องคลายกฎเหล็กแบบหักมุมได้เหมาะ ตามที่บรรดาคนการเมืองยังยกนิ้วให้ ในการเลือกจังหวะ เวลา และเป้าหมาย

ใช้ “อำนาจพิเศษ” ไม่พร่ำเพรื่อ เลือกหวดกระบองยักษ์ ไม่กระทบคนส่วนใหญ่

แต่กระแทกใส่เป้าหมายที่ส่งผลต่อสถานการณ์

ที่สำคัญในห้วงเดียวกัน หลังจากคำสั่งปลดล็อกคดีขึ้นศาลทหาร อีกทางหนึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯระบุ รัฐบาลเตรียมเสนอ สนช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดระหว่างประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์ส่วนรวม

หรือที่เรียกว่า “กฎหมาย 7 ชั่วโคตร” แต่ปรับลดลงมา

ไล่บี้เอาผิดโกง 3–4 ชั่วโคตร

ตามแนวความคิด ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้เครือญาติ ครอบคลุมทั้งภรรยา ลูก พี่น้อง และพ่อแม่

จัดยาแรง ไล่บี้ทุจริต

โจทย์หลักที่ “บิ๊กตู่” เริ่มขยับอีกรอบ ล่าสุดประกาศเข้มในงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน ต้องเร่งนำเรื่องโกงเข้าสู่ศาลและกระบวนการยุติธรรมภายในปี 2559

ถึงผ่อนเกมคุมเข้มด้านความมั่นคง ในจังหวะรอผลงานอื่นๆ โดยเฉพาะปมเศรษฐกิจยังรอกระเตื้อง

อำนาจพิเศษต้องชูธง “ล้างโกง” ย้ำ “จุดขาย” ตึงแต้มไปพลางๆ.

ทีมข่าวการเมือง

14 ก.ย. 2559 01:22 14 ก.ย. 2559 03:20 ไทยรัฐ