วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่ ยันไร้กดดัน เหตุเลิกใช้ศาลทหาร ลั่น 'คุมไม่ได้ งัดใช้ใหม่อีก'

"บิ๊กตู่" ปัดมีใครกดดัน เหตุเลิกใช้ศาลทหาร ชี้หารือ "บิ๊กป้อม" หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ประกาศซ้ำใช้ใหม่ เชื่อ ตปท.เข้าใจสถานการณ์ ติง สปท.ชงใช้ ม.44 แก้วิกฤติจราจร เผย "รมว.ไอซีที" ลาออก แจงเป็นไปตาม พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง เตรียมตั้งกระทรวงดิจิตอลฯ มอบ "ประจิน" รักษาการแทน ปัดตอบปรับ ครม.-ตั้ง รมช.เพิ่ม ลั่นยังไม่ใช่เวลา

เมื่อวันที่ 13 ก.ย.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีการออกคำสั่ง คสช.ตามมาตรา 44 ฉบับที่ 55/2559 ยกเลิกใช้ศาลทหารและให้คดีความมั่นคงเข้าสู่กระบวนการศาลยุติธรรม ว่า เป็นการตัดสินใจด้วยตนเอง ไม่มีใครกดดัน โดยตนได้หารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตั้งแต่ก่อนที่ตนจะไปร่วมประชุมที่ต่างประเทศว่า หากใกล้เวลาจะมีแนวทางในการผ่อนคลายในช่วงที่ประชาชนมีความสุขและเคลื่อนไหวเบาบางลง แต่การเคลื่อนไหวทางลับตนไม่ทราบ หน่วยงานข่าวจึงต้องหาข้อเท็จจริงต่อไป 

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงท่าทีจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) หลังออกคำสั่งดังกล่าว ว่า ตนไม่ทราบ ต้องไปถามยูเอ็น เนื่องจากได้รับข้อเรียกร้องให้มีการผ่อนปรนคำสั่งดังกล่าว ก็กลับไปสู่กระบวนการตามปกติเท่านั้น แต่คดีความที่มีอยู่เดิมก่อนออกคำสั่งก็ยังเข้าสู่ศาลทหาร ส่วนคดีที่เกิดขึ้นหลังคำสั่งดังกล่าวก็เข้าสู่กระบวนการปกติ ขณะที่ศาลทหารมีไว้เพื่อพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับทหาร และหากคำสั่งออกไปแล้ว สถานการณ์ไม่ดีขึ้นก็สามารถประกาศใหม่ได้ แต่เจ้าหน้าที่ทหารก็ยังมีอำนาจในการจับกุม แต่แทนที่จะเข้าสู่ศาลทหารก็เข้าสู่ศาลยุติธรรมตามปกติ

เมื่อถามว่า หากสถานการณ์ดีขึ้นมีโอกาสหรือไม่ ที่จะให้คดีที่อยู่ในการกระบวนการของศาลทหาร ก่อนประกาศใช้คำสั่งดังกล่าว กลับมาเข้าสู่กระบวนการของศาลพลเรือน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ไม่มี ยังไม่มีตอนนี้ ถามอยู่ได้ ได้ประกาศไปแล้วว่า คดีใดก่อนหน้าที่คำสั่งนี้ออกมาก็ต้องอยู่ในกระบวนการเหมือนเดิม มันมีปัญหาตรงไหน ถ้าผิดก็ดำเนินการ หากไม่อยากขึ้นศาลไหนก็อย่าทำความผิด"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการประเมินสถานการณ์ในขณะนี้ พบว่า มีความสงบสุขดี แม้จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองอยู่บ้าง ทั้งในทางเปิดและทางปิด ซึ่งต้องมีการสืบหาข้อมูลต่อไป และหากพบว่ามีการทำผิดกฎหมายจะต้องดำเนินคดี ซึ่งตนขอให้ผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวนึกถึงประเทศชาติด้วย อย่างไรก็ตามจากการเข้าร่วมประชุมในต่างประเทศ ต่างเข้าใจตน แต่ติดอย่างเดียวที่ตนไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่ยังมีบางกลุ่มที่ยังบิดเบือนอยู่ ซึ่งได้มีการชี้แจงตามช่องทางต่างๆ ไปแล้วเมื่อมีโอกาส

ส่วนปัญหาความขัดแย้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ลงรายละเอียด เพราะอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พิจารณาเพื่อทำกฎหมายลูก ซึ่งส่วนตัวไม่มีความเห็นให้ทุกคนทำงานหาข้อเท็จจริงกันมาให้ได้ว่าจะทำอย่างไร ส่วนกรณีที่มีการเสนอให้ใช้มาตรา 44 ยกเครื่อง กกต.นั้น ไม่ต้องมาเสนอเป็นเรื่องของตน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่วนหน้า เพื่อดูแลพื้นที่ภาคใต้ ว่า อยู่ในขั้นตอนการพิจารณา โดยตนได้ให้กรอบแนวทางในการสร้างความรู้ในการแก้ปัญหาภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งมีทั้งหมด 9 ยุทธศาสตร์ โดยยุทธศาสตร์ที่ 8 เป็นการพูดคุยสันติสุข ทำอย่างไรจะอยู่ร่วมกันได้ในความแตกต่าง จึงเสนอแนวทางให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม หาแนวทางว่าควรจะมี รมช.ที่กำกับดูแลและรับผิดชอบโดยตรง รวมทั้งมีคณะทำงานที่เป็นผู้แทนรัฐบาลที่จะรับฟังปัญหาในพื้นที่ และบูรณาการการทำงานระหว่างศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เพื่อสร้างการรับรู้ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนองค์ประกอบของคณะทำงานนั้นจะใช้ รมช.ที่มีอยู่เดิม ส่วนจะเป็น พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการหรือไม่นั้นไม่ขอตอบ แต่จะเร่งหาบุคคลมาทำหน้าที่ให้เร็วที่สุด และขอให้ไปถาม รมว.กลาโหมซึ่งเป็นผู้เสนอรายชื่อ ส่วนตนจะปรึกษาและพิจารณาอีกครั้ง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของกลุ่มบีอาร์เอ็นที่ออกมายอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุป่วนใน 7 จังหวัดภาคใต้นั้น ตนยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจากับกลุ่มดังกล่าว เพราะหากมีการเจรจาคือมีสงคราม ซึ่งเราไม่ได้ทำสงครามกับใคร แต่บังคับใช้กฎหมายกับอาชญากร อาชญากรรมร้ายแรง เรียกผู้ก่อเหตุรุนแรงไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย แต่เพราะผู้ก่อเหตุเป็นคนไทยนับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนดี ขออย่าไปสร้างความหวาดกลัวหรือศักยภาพให้ใครไม่ว่าจะกลุ่มไหนก็ตาม ทั้งนี้สิ่งที่กล่าวมาเสี่ยงต่อการที่ต่างประเทศจะเข้ามา เพราะบีอาร์เอ็นมีชื่ออยู่ในการก่อการร้ายอยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ในโลกกลุ่มที่ทำเรื่องเหล่านี้มักจะออกมาประกาศตั้งแต่วันแรก แต่กลุ่มเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหนมา ตัวจริงหรือไม่ ขอสื่ออย่านำเรื่องนี้มาถามกดดันรัฐบาล ให้กลุ่มก่อการร้ายใช้ความรุนแรงกลับมาสู้ให้คนใต้เสียชีวิต

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ปัญหาการจราจรว่า ทำไมต้องใช้มาตรา 44 ซึ่งมาตรา 44 ใช้เพื่อการบูรณาการเท่านั้น แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาการจราจรได้โดยตรง ต้องมีระยะเวลาในการเปลี่ยนผ่านเพื่อจัดระเบียบในสิ่งที่ละเลยมายาวนาน ทำให้ปัญหาพันกันทั้งหมด จึงต้องไปดูรายละเอียดว่าจะบูรณาการได้อย่างไรในทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้อย่าเพียงเสนอให้ใช้มาตรา 44 อย่างเดียว แต่ขอให้เสนอวิธีการมาด้วย เพราะตนยังคิดไม่ออกว่าจะใช้มาตรา 44 อย่างไร ดังนั้นขอให้มีการหารือกันมาก่อน ขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตร ก็ดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งว่า จำเป็นต้องออกก่อน เพราะ พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เพื่อจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีผลบังคับใช้แล้ว จึงต้องออกจากตำแหน่งก่อน และจะมีการตั้งใหม่ในวันหน้า ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี รักษาการแทน ส่วนวันหน้าจะให้ นายอุตตม กลับมาดำรงตำแหน่งเดิมหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ ตนจะคิดเอง ซึ่งจะดูจากผลงานต่างๆ ทั้งหมด แต่ถามว่ามีข้อบกพร่องอะไรหรือไม่ หากไม่มีก็คือไม่มี อย่างไรก็ตามไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคล แต่อยู่ที่การสร้างกฎระเบียบและการขับเคลื่อนของรัฐบาลที่จริงจังในทุกเรื่อง ใครเข้ามาทำก็ต้องทำตามนโยบายที่กำหนดไว้ 

ส่วนจะมีการถือโอกาสในช่วงนี้ปรับ ครม. เลยหรือไม่นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังปรับไม่ได้ เพราะยังไม่ใช่เวลาของตน รวมถึงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยที่ว่างอยู่สองตำแหน่ง ก็ยังไม่ได้มีการแต่งตั้ง อยู่ระหว่างการพิจารณาหาตัวบุคคลอยู่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะตอบรับกันหรือไม่ ส่วนจะเล็งใครไว้นั้น ก็ไม่ขอบอก จะวิ่งเต้นกันหรืออย่างไร ทั้งหมดเป็นเรื่องของตนที่จะตั้งเองกับมือทุกคน

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ จะแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีช่วยต่อหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "เขาไม่เป็นหรอก ถ้าเป็น เขาเป็นนานแล้ว แต่เขาไม่เป็น ก็ให้เขาช่วยงานไปสิ ช่วยงาน ครม.ได้อยู่แล้ว ทำไม มีใครอยากเป็นรัฐมนตรี และเลขาฯ ครม.คนใหม่ ก็ยังไม่ตั้ง เพราะมีหลายคนทำงานอยู่ มีรอง 3-4 คน นั่งประชุม ครม. ชี้แจงแทนเลขาฯ อยู่ ก็ให้ฝึกงานไปจนกว่าจะพอใจ ถ้าทำงานดีก็ได้เป็น ทำไม่ดีก็ไม่ได้เป็นหมด".

"บิ๊กตู่" ปัดมีใครกดดัน เหตุเลิกใช้ศาลทหาร ชี้หารือ "บิ๊กป้อม" หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ประกาศซ้ำใช้ใหม่ เชื่อ ตปท.เข้าใจสถานการณ์ ติง สปท.ชงใช้ ม.44 แก้วิกฤติจราจร เผย "รมว.ไอซีที" ลาออก แจงเป็นไปตาม พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง 13 ก.ย. 2559 17:59 13 ก.ย. 2559 19:15 ไทยรัฐ