วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยธ.นัดถก 'กรมพระธรรมนูญ-ศาลทหาร' รับโอนคดี ม.112

ปลัด ยธ.เผยไทยรับ 6 ข้อเสนอจาก UPR พร้อมยืนยันศาลทหารมีการคุ้มครองสิทธิฯ เช่นเดียวกันกับศาลยุติธรรม หลัง คสช.มีคำสั่งให้คดีหมิ่นสถาบันฯ ม.112 ขึ้นต่อศาลยุติธรรม ตั้งแต่ 12 ก.ย. เตรียมนัดหารือกรมพระธรรมนูญ และศาลทหารอีกครั้ง

เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ (13 ก.ย.) กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยหลังการเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการเผยแพร่ผลการทบทวนรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยตามกลไก Universal Periodic Review (UPR) ว่า หลังจากเดินทางไปนำเสนอรายงานต่อคณะทำงาน UPR เมื่อวันที่ 11 พ.ค.59 ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยได้รับข้อเสนอแนะจากประเทศต่างๆ 249 ข้อ ซึ่งประเทศไทยรับมา 181 ข้อ และนำกลับมาพิจารณาเพิ่มเติม 68 ข้อ ดังนั้น เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทยจึงได้มีการประชุมกับภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคประชาสังคมซึ่งมีส่วนร่วมในกระบวนการ UPR มาตลอด เพื่อจะได้มีความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันและร่วมมือในการขับเคลื่อนงานด้านสิทธิมนุษยชนในทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

นายชาญเชาวน์ กล่าวอีกว่า โดยส่วนมากข้อเสนอแนะที่ประเทศไทยตอบรับ คือ การพัฒนางานด้านการศึกษา สาธารณสุข การคุ้มครองกลุ่มผู้เปราะบางต่างๆ เช่น เด็ก สตรี คนพิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และข้อเสนอแนะที่ไทยขอรับกลับมาพิจารณาคือ ข้อเสนอเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ การจำกัดเสรีภาพ ที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน การยกเลิกโทษประหาร การใช้ศาลทหาร และการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ โดยมี 6 ประเด็นสำคัญรับพิจารณาเรียบร้อยแล้ว คือ 1.การให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นข้อเสนอของประเทศฟิลิปปินส์ 2.ตั้งองค์กรอิสระเข้าไปตรวจสอบการทรมานที่ถูกกล่าวหาว่าเกิดขึ้น รวมทั้ง จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ข้อเสนอของประเทศแคนาดา

"3.กรณียกเลิกโทษการประหารชีวิตและอยู่ระหว่างดำเนินการ เพราะว่าเรื่องดังกล่าวถูกบรรจุอยู่ในแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ข้อเสนอของประเทศฝรั่งเศส 4.ปฏิบัติตามมาตรฐานของสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง โดยจะให้หน่วยงานหรือองค์กรอิสระเข้าไปตรวจสอบการถูกกล่าวหาว่ามีการทรมานในเรือนจำ ที่สังกัดในกระทรวงยุติธรรมทุกแห่งได้ ข้อเสนอของสหราชอาณาจักร 5.เสนอกฎหมายเพื่อลดและป้องกันการกดขี่ทางเพศในทุกรูปแบบ เช่น เสนอ พ.ร.บ.ความเสมอภาคทางเพศ พ.ร.บ.ผู้กระทำผิดความรุนแรงในครอบครัว ข้อเสนอประเทศคีร์กีซสถาน และ 6.ปรับลดข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิเด็ก โดยเฉพาะเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศอายุต่ำกว่า 13 ปี จะมีบทลงโทษผู้กระทำชำเราไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ซึ่งตามหลักกฎหมายต้องอายุ 17 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ กรณีเด็กอายุ 13 ปีขึ้นไปแต่ถูกละเมิดทางเพศ ถ้าเด็กยินยอมจะให้สมรสกับผู้ละเมิดนั้น หลายประเทศไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้และให้มีการปรับแก้กฎหมายเพราะเด็กไม่สามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง" ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าว

นายชาญเชาวน์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยรับพิจารณาข้อเสนอ 6 ข้อดังกล่าวเรียบร้อยแล้วแต่หลังจากคำสั่ง คสช. ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 12 ก.ย.59 ที่ผ่านมา ทำให้ต้องดูด้วยว่าข้อเสนอแนะอื่นๆ จะสอดคล้องกับคำสั่ง คสช. หรือไม่ หากไม่สอดคล้องก็รับไม่ได้ โดยประเด็นเกี่ยวกับพลเรือนขึ้นศาลทหารมาเป็นศาลกระทรวงยุติธรรม ประเทศสมาชิกกลุ่มยูเอ็นมีความคิดเห็นต่างๆ ให้ยกเลิกหรือโอนไปศาลกระทรวงยุติธรรม ซึ่งจะมีการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพราะว่าในวันที่ 23 ก.ย.นี้ โดย นายธานี ทองภักดี เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต้องไปรายงานผลการรับข้อเสนอแนะ คาดว่าวันที่ 15 ก.ย.นี้ จะมีนัดประชุมอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ถ้ารับเพิ่มก็ต้องเอามาพัฒนาส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ขับเคลื่อนตามแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ส่วนข้อที่รับไม่ได้ต้องมาศึกษาเหมือนกันว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ ไม่ใช่ว่าจะตัดทิ้งเสียเลย

นายชาญเชาวน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้กระทำความผิด 3 กลุ่ม 1.ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหมิ่นสถาบัน ม.112 ความผิดความมั่นคงต่อราชอาณาจักร 2.ผู้ที่กระทำความผิดคำสั่ง คสช. และ 3.ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธสงคราม หากพบว่ากระทำความผิดตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย.59 เป็นต้นไป ให้ขึ้นต่อศาลยุติธรรม ส่วนคดีที่ยังค้างอยู่ให้ดำเนินให้แล้วเสร็จในศาลทหาร ถึงแม้ว่าจะเป็นศาลทหารก็มีการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้กระทำผิดเช่นเดียวกันกับศาลยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ในวันที่หารือกันก็จะเชิญ กรมพระธรรมนูญ ศาลทหาร มาร่วมชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง.

ปลัด ยธ.เผยไทยรับ 6 ข้อเสนอจาก UPR พร้อมยืนยันศาลทหารมีการคุ้มครองสิทธิฯ เช่นเดียวกันกับศาลยุติธรรม หลัง คสช.มีคำสั่งให้คดีหมิ่นสถาบันฯ ม.112 ขึ้นต่อศาลยุติธรรม ตั้งแต่ 12 ก.ย. เตรียมนัดหารือกรมพระธรรมนูญ และศาลทหารอีกครั้ง 13 ก.ย. 2559 16:13 ไทยรัฐ