วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หุ้นโลกผวาเฟดขึ้นดอกเบี้ย

เดือน กันยายน ปีนี้เป็นเดือนแห่งการ “ฝันร้าย” ของนักลงทุนในตลาดหุ้นเลยทีเดียว เป็นเดือนที่ ธนาคารกลาง ของประเทศที่เป็น ศูนย์กลางการเงินโลก มีการประชุมเรื่องดอกเบี้ยกันต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนนอนไม่หลับ ดัชนีราคาหุ้นทั่วโลกร่วงมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และร่วงต่อในต้นสัปดาห์นี้ เมื่อ นายอีริค โรเซนเกรน ประธานเฟดสาขาบอสตัน ให้สัมภาษณ์ว่า หากเฟดปล่อยให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำนานเกินไป อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯมีความเสี่ยงที่จะร้อนแรงเกินไป

คำพูดแค่นี้แหละ ตลาดหุ้นทั่วโลกก็ราคาร่วงผล็อยลงไปทันที

ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด จะมีการประชุมในวันพุธหน้า 21 กันยายน เพื่อพิจารณาภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ และตัดสินใจว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานจากร้อยละ 0.5 ในปัจจุบันหรือไม่ ถ้าเฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยในวันพุธหน้า ก็คาดกันว่าเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น กลุ่มประเทศเกิดใหม่ เช่น ไทย จะไหลกลับไปยังตลาดหุ้นสหรัฐฯ และ ตลาดหุ้นในประเทศที่พัฒนาแล้ว

พูดง่ายๆก็คือ เงินทุนไหลออก นั่นแหละ

ตั้งแต่เกิด Brexit อังกฤษโหวตออกจากสหภาพยุโรปวันที่ 23 มิถุนายน เพียงเดือนเศษก็มีเงินทุนไหลเข้ามาซื้อหุ้นไทยสุทธิกว่า 90,000 ล้านบาท โดยไม่ได้ขายออกมาเลย ถ้าสหรัฐฯขึ้นดอกเบี้ย ย่อมมีเงินทุนไหลออกไปทำกำไรในตลาดหุ้นอื่นบ้าง ก็เป็นเรื่องปกติของหุ้น ผมไม่เชื่อว่าเงินลงทุนในหุ้นไทย จะไหลออกไปจนหมด เพราะทุกตลาดย่อมมีความเสี่ยงเท่ากัน

นอกจากการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า วันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา ธนาคารกลางยุโรป ก็มีการประชุมและมีมติ คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0% คงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากกับธนาคารกลาง-0.4% คงวงเงินคิวอีไว้ที่ 80,000 ล้านยูโรต่อเดือน

การคงดอกเบี้ยติดลบของธนาคารกลางยุโรปนี่แหละ ทำให้นักวิเคราะห์เชื่อว่า จะช่วยให้เฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยได้ง่ายขึ้น

วันพรุ่งนี้ 15 กันยายน ธนาคารกลางอังกฤษ ก็มีการประชุมเรื่องอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน คาดกันว่าธนาคารกลางอังกฤษจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.25% เท่าเดิม และ ธนาคารกลางญี่ปุ่น ก็จะมีการประชุมเรื่องดอกเบี้ยในวันที่ 21 กันยายน วันเดียวกับธนาคารกลางสหรัฐฯ เชื่อว่า ญี่ปุ่นก็คงอัตราดอกเบี้ยติดลบและวงเงินคิวอีไว้เท่าเดิม ไม่อัดฉีดเพิ่มอีก ที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าอัตราดอกเบี้ยติดลบ ไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้คึกคักขึ้นมาเลย มีแต่ทรงกับทรุดเท่านั้น

วันนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็มีการประชุมเรื่องนโยบายดอกเบี้ย ผมเชื่อว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ร้อยละ 1.50 เท่าเดิมเช่นกัน

หลังจากสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า คงจะเห็นภาพอนาคตชัดเจนขึ้น

ช่วงนี้แม้จะมีความไม่แน่นอนเรื่องดอกเบี้ย แต่งานวิจัยของ มอร์แกน สแตนเลย์ ที่เผยแพร่ออกมาวันก่อนเรื่อง ตลาดหุ้นไทย ผมคิดว่าน่าสนใจมากทีเดียว เพราะ มอร์แกน สแตนเลย์ ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนใน MSCI Thailand จะมีมูลค่าสูงขึ้น จึงปรับคาดการณ์กำไรสุทธิในปี 2559–2560 เพิ่มขึ้น 4% และ 2% ตามลำดับ แต่ยังคงประเมินค่าพีอีไว้ที่ 14.5 เท่า และปรับเป้าหมายดัชนีราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 2% แต่มีความเสี่ยงขาลง 10%

เหตุผลที่ มอร์แกน สแตนเลย์ มองภาพตลาดหุ้นไทยดีขึ้น ก็เพราะ โรดแม็ปทางการเมืองมีความชัดเจนขึ้น และยังมองไม่เห็นความเสี่ยงใดเพิ่มเติม

ก็ต้องถือเป็นข่าวดีของตลาดหุ้นไทย แม้สหรัฐฯจะขึ้นดอกเบี้ย ผมเชื่อว่าเงินทุนต่างชาติคงไม่โบยบินออกไปมากมายนัก ตลาดหุ้นไทยยังมีเสน่ห์ที่กำไรดีนี่แหละ แม้ ตลาดล่าง จะยังแย่อยู่ก็ตาม.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

13 ก.ย. 2559 10:50 ไทยรัฐ