วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ้นวิกฤติแล้ว น้องบอส อาการ'ดีขึ้น'

เกษตรแจง ทำกิจกรรม โต้‘เฟซบุ๊ก’ มิใช่รับน้อง

ม.เกษตรศาสตร์ ตั้ง โต๊ะแถลงเคลียร์ทุกประเด็นกรณีเหตุ “น้องบอส” นิสิต ปี 1 คณะพาณิชยนาวี ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา จมน้ำในบ่อพักน้ำ อาการสาหัส พร้อมรับผิดชอบทั้งค่ารักษาพยาบาล เยียวยาจิตใจรุ่นพี่รุ่นน้องที่อยู่ในเหตุการณ์ และตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง รวมถึงทบทวนระบบการจัดกิจกรรมที่ทำกับนิสิต ด้าน ผอ.รพ.ชลบุรี ระบุอาการ “น้องบอส” พ้นจากภาวะวิกฤติแล้ว แต่ยังขอรอดูอาการอีกประมาณ 1 อาทิตย์ จะสามารถประเมินเรื่องสมองอีกครั้ง แต่ช่วงนี้ยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจช่วยพยุงการทำงานของปอด พร้อมให้ยาปฏิชีวนะคุมการติดเชื้อ ขณะที่คณบดี มก.วิทยาเขตศรีราชา นำตัวเพื่อนร่วมรุ่นน้องบอสมายืนยันเหตุเกิดหลังเสร็จกิจกรรม ช่วงลงไปล้างตัวในบ่อ ถูกรุ่นพี่ท้าทายให้ว่ายน้ำไปหา คาดเพื่อนว่ายน้ำไม่แข็ง-หมดแรง

ความคืบหน้ากรณีการรับน้องที่คณะพาณิชยนาวี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งให้รุ่นน้องลงไปว่ายน้ำในบ่อน้ำ เป็นเหตุให้นายโชคชัย ทองเนื้อขาว หรือน้องบอส อายุ 19 ปี น้องปี 1 จมน้ำปอดติดเชื้อ บาดเจ็บสาหัส 1 ราย แต่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลับยังไม่มีการยืนยันสาเหตุที่แท้จริงของการจมน้ำของน้องบอส กระทั่งเวลา 16.00 น. วันที่ 12 ก.ย.ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) บางเขน นายจงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มก.พร้อมด้วยนายก่อโชค จันทวรางกูร รักษาการแทนรองอธิการบดี วิทยาเขตศรีราชา และ พล.ร.ท.ศ.เกียรติคุณ นิรุทธ์ หงส์ประสิทธิ์ คณบดีคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยา เขตศรีราชาแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ นายจงรักกล่าวว่า นายโชคชัยประสบเหตุจมน้ำ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 ก.ย. ภายหลังเกิดเหตุ ตนและคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้เดินทางไปเยี่ยมนิสิต เท่าที่ดูอาการของนิสิตดีขึ้น และมีโอกาสพูดคุยกับคุณพ่อของนิสิต ซึ่งท่านไม่ได้ห่วงใยเฉพาะลูกของตัวเองเท่านั้น แต่ก็ห่วงใยไปยังนิสิตรุ่นพี่คนอื่นๆด้วย โดยทางมหาวิทยาลัยก็รับผิดชอบเต็มที่ในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการรักษาพยาบาล การดูแลสภาพจิตใจ และช่วยเหลือเยียวยาทุกรูปแบบทั้งคุณพ่อและคุณแม่ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมครั้งนี้เป็นกิจกรรม เสริมหลักสูตร ระบบเฉลยพี่รหัส ที่รุ่นพี่ได้ดำเนินการให้รุ่นน้อง เพื่อเป็นการสร้างความประทับใจและช่วยเหลือกันระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง เป็นกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ เป็นกระบวนการที่ทำให้พี่กับน้องรักกัน ไม่ใช่กิจกรรมประชุมเชียร์ ไม่มีการบังคับ และไม่มีกิจกรรมว้ากอย่างแน่นอน

รักษาการอธิการบดี มก.กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นช่วงหลังจากกิจกรรมเฉลยพี่รหัสเรียบร้อยแล้วและมีเด็กบางกลุ่มตัวเปื้อน ได้ไปล้างเนื้อล้างตัวที่บ่อรับน้ำบริเวณด้านหน้าอาคารเคมี 1 แต่ไม่แน่ใจว่าด้วยเหตุใดนายโชคชัยถึงได้จมน้ำไป เมื่อรุ่นพี่เห็นเหตุการณ์ก็ได้เข้าไปช่วย และพาไปส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงจะเป็นเช่นใดนั้น มหาวิทยาลัยจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ขอให้นิสิตปลอดภัย รวมถึงรุ่นพี่ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบต่อเหตุการณ์ครั้งนี้มีอาการดีขึ้น ก่อน พร้อมยืนยันว่าตนมีนโยบายชัดเจน ไม่ให้มีการบังคับให้นิสิตเข้าร่วมกิจกรรม ในฐานะมหาวิทยาลัยยอมรับความผิดพลาด และจะแก้ไขเยียวยาในสิ่งที่เราสามารถทำได้ โดยยังคงยึดเอานิสิตเป็นที่ตั้ง และในฐานะผู้บริหารจะกลับมาทบทวนระบบการจัดกิจกรรมที่จะดำเนินการกับนิสิต เช่น ต้องมีอาจารย์อยู่ด้วยตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องกิจกรรมที่ต้องเกี่ยวกับ น้ำ ต้องมีการบังคับบัญชาให้มากขึ้นมี มาตรการจัด การความเสี่ยงให้ลดน้อย และขอย้ำว่า มก.ไม่ได้คิดทำร้ายนิสิต และพร้อมให้ข้อมูลกับสังคมในทุกเรื่อง ไม่มีการปิดบัง

ด้านพลเรือโทนิรุทธ์กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตน นิสิตรุ่นพี่ และคณาจารย์รู้สึกเสียใจและไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ทางคณะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่กำหนดเวลาชัดเจน และยังไม่มีการลงมือสอบสวน เพราะคณะยังไม่คิดลงโทษใดๆ และขอให้นิสิตปลอดภัย รวมถึงรุ่นพี่อยู่ในสภาพปกติ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้ให้จิตแพทย์เข้าไปพูดคุยเพื่อดูสภาพจิตใจเบื้องต้นแล้ว และยืนยันว่าคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ ไม่มีการจัดกิจกรรมรับน้อง มีเพียงกิจกรรมเสริมสร้างสัมพันธ-ภาพ เป็นกิจกรรมเฉลยรหัส ที่ทุกคณะดำเนินการมาทุกปี ไม่บังคับให้รุ่นน้องเข้าร่วม และไม่มีการสั่งการจากรุ่นพี่ อีกทั้งได้รับการอนุญาตจากมหาวิทยาลัยให้จัดกิจกรรมดังกล่าวอย่างถูกต้อง มีอาจารย์ดูแล โดยกิจกรรมเป็นการเฉลยพี่รหัส เล่นเกมและมีการคลุกฝุ่นบ้าง ซึ่งกลุ่มนิสิตที่ได้รับอุบัติเหตุ รวมทั้งหมด 3 คน มีแฝดรหัสและรุ่นพี่ ได้ลงไปล้างเนื้อล้างตัวในบ่อน้ำ แต่อาจเพราะอ่อนแรงจากการทำกิจกรรม เมื่อลงน้ำที่ค่อนข้างเย็น จึงคาดว่าน่าจะเป็นตะคริว จึงทำให้จมน้ำ ซึ่งมีรุ่นพี่ได้เข้าช่วยเหลือทันทีเมื่อเห็นเหตุการณ์ และนำส่งโรงพยาบาล ล่าสุด ทาง รพ.แถลงว่า นิสิตมีอาการดีขึ้น รู้สึกตัวตอบสนองต่อการเรียก ได้ลดการใช้เครื่องช่วยหายใจ คาดว่าจะออกจากห้องไอซียูได้ภายในวันที่ 13 ก.ย.นี้

ส่วนบ่อน้ำดังกล่าวนั้น พลเรือโทนิรุทธ์ กล่าวว่า ทางคณะพาณิชยนาวีนานาชาติใช้สำหรับการทำงานวิจัย เช่น การต่อเรือโซลาร์เซลล์และนำไปทดลองลอยในน้ำ โดยผู้ทดลองต้องลงไปลอยอยู่ในน้ำ และไม่มีการอนุญาตให้นิสิตลงไปในบ่อน้ำดังกล่าวตามใจชอบ เพราะการทำทดลองวิจัยจะต้องมีการขออนุญาตใช้บ่อน้ำกับทางคณะทุกครั้ง ที่ผ่านมามีการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง และอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่มีการปนเปื้อน แต่ที่เห็นว่าขุ่น เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และทำให้มีตะกอนขึ้นได้ โดยเมื่อเกิดเหตุการณ์ได้มีการให้ตรวจสอบคุณภาพน้ำใหม่อีกครั้ง ตอนนี้กำลังรอผลการตรวจสอบอยู่

สำหรับอาการน้องบอสนั้น ที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูชั้น 2 อาคารเฉลิมสิริบุญญากร (สก.) รพ.ชลบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดวัน นายอัมพร ทองเนื้อขาว อายุ 54 ปี พ่อน้องบอส พร้อมภรรยาและญาติๆ ได้มาเฝ้ารอดูอาการอย่างใจจดใจจ่อ รวมถึงมีเพื่อนนักเรียนรุ่นเดียวกับน้องบอส เดินทางมาเยี่ยมอย่างไม่ขาดสาย โดยนายอัมพรเปิดเผยว่า ตนตั้งความหวังไว้กับน้องบอสสูงมาก เนื่องจากเป็นลูกชายคนโต ตั้งแต่น้องบอสร่วมกิจกรรมรับน้องใหม่ด้วยวิธีอันตรายจนต้องมานอนอยู่ในห้องไอซียูแบบนี้ จนถึงวันนี้ยังไม่เห็นมีรุ่นพี่ที่ร่วมกิจกรรมดังกล่าวเข้ามาหาหรือมาพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีเพียงคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯที่เข้ามารับผิดชอบในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล แต่ขอบอกตามตรงว่ายังไม่รู้สึกสบายใจ ถึงแม้จะรู้จากหมอว่าอาการของน้องบอสดีขึ้นบ้างแล้วก็ตาม อยากให้ทางโรงพยาบาลรายงานอาการน้องบอสเป็นระยะ และอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลในเรื่องของสถาบันการศึกษาให้มากกว่านี้ ซึ่งหากน้องบอสปลอดภัยจะไม่เอาผิดไม่แจ้งความดำเนินคดีกับพวกรุ่นพี่ที่ทำให้น้องบอสเป็นแบบนี้อีกด้วย อยากฝากถึงนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการอีกครั้ง อยากให้ออกเป็นมาตรการไปเลยว่าห้ามเด็ดขาดกับการต้อนรับน้องใหม่ที่ใช้วิธีเกินเลยแบบนี้ จะได้ไม่เกิดเรื่องแบบนี้กับลูกหลานคนอื่นๆอีกต่อไป

ขณะที่ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ห้องประชุมชั้น 2 รพ.ชลบุรี นพ.ชุติเดช ตาบองครักษ์ ผอ.รพ.ชลบุรี เปิดแถลงข่าวอาการน้องบอสว่า น้องบอสถูกนำตัวส่งมาจาก รพ.ชุมพล ด้วยสาเหตุสำลักจมน้ำ และจากการเอกซ์เรย์พบปอดเป็นฝ้าจากภาวะเลือดเป็นกรด ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา พร้อมให้ยานอนหลับพักรักษาตัวในห้องไอซียู ล่าสุดเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้เริ่มรู้สึกตัว มีอาการตอบสนองได้เอง เนื่องจากสมองกระทบกระเทือนน้อย และพ้นจากภาวะวิกฤติแล้ว แต่ยังไม่ประมาทขอรอดูอาการอีกประมาณ 1 อาทิตย์ จะสามารถประเมินในเรื่องของสมองอีกครั้ง แต่ในช่วงนี้คงต้องมีการเฝ้าระวังทางเดินหายใจ ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่ได้ลดปริมาณของยานอนหลับแล้ว ขอให้พ่อแม่ของน้องบอสสบายใจได้และขอยืนยันว่าทางแพทย์ รพ.ชลบุรี ดูแลรักษาน้องบอสอย่างเต็มความสามารถ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้น นพ.ชุติเดช ก็ได้ยืนยันถึงอาการของน้องบอสแล้วว่าภาพรวมแล้วอาการดีขึ้น แต่ยังต้องนอนดูอาการในห้องไอซียู และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดพิเศษช่วยพยุงการทำงานของปอดและระดับออกซิเจนในเลือด ส่วนเรื่องการติดเชื้อในปอดนั้น ยังอยู่ในช่วงของการเฝ้าระวัง โดยขณะนี้ทีมแพทย์มีการให้ยาปฏิชีวนะครอบคลุมกับเชื้อแบคทีเรียที่น้องบอสมีการสำลักจากน้ำ และตอนนี้น้องบอสก็มีเพียงไข้ต่ำๆเท่านั้น ซึ่งภายหลังจากที่มีการถอดเครื่องช่วยหายใจ และน้องสามารถหายใจเองได้ แพทย์จะประเมินว่าน้องมีการโต้ตอบ จำเรื่องราวต่างๆได้ดีหรือไม่ ซึ่งหากจำเรื่องราวต่างๆ ได้ดีก็แสดงว่าร่างกายไม่น่าจะมีปัญหา สามารถกลับไปเรียนได้ตามปกติ

ขณะที่ในช่วงสายวันเดียวกัน ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาลัยเขตศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้นำรุ่นพี่และเพื่อนร่วมรุ่นกับน้องบอสมาแถลงข่าวถึงเรื่องนี้ โดย พล.ร.ท.ศ.เกียรติคุณนิรุทธ์ หงส์ประสิทธิ์ คณบดีคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ มก.วิทยาเขตศรีราชา ระบุว่า กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นตั้งแต่ 18.00 น. ถึง 20.00 น. หลังเสร็จกิจกรรมก็มาล้างตัวที่สระกักเก็บน้ำฝน ใกล้กับจุดที่จัดกิจกรรม ไม่ใช่บ่อหรือสระกักเก็บน้ำเสียหรือสารเคมี หลังเกิดเหตุทางมหาวิทยาลัยได้ส่งน้ำไปตรวจวิเคราะห์ ไม่พบสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และย้ำว่าทางมหาวิทยาลัยรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องที่อยู่ในเหตุการณ์ เนื่องจากมีสภาพจิตใจไม่ดีต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ และตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบหาข้อเท็จจริง ที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยไม่ได้ทอดทิ้งนายโชคชัย ได้ให้การช่วยเหลือดูแลอย่างต่อเนื่อง และจะรับผิดชอบจนกว่าอาการของน้องบอสจะดีขึ้น

ส่วนนายวรปรัชญ์ สุตมา เพื่อนร่วมรุ่นน้องบอสที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย กล่าวว่า หลังเสร็จกิจกรรมบริเวณสนามซอฟต์บอล ร่างกายเปรอะเปื้อนเดินมาล้างตัวที่สระดังกล่าว จังหวะนั้นมีรุ่นพี่ได้พูดหลอกล้อให้ว่ายน้ำข้ามไปหารุ่นพี่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม โดยไม่ได้บังคับ จังหวะที่ว่ายไปนั้นรุ่นพี่เห็นท่าทางของน้องบอสไม่ดีลงไปช่วยและรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้คาดว่าบอสอาจว่ายน้ำไม่แข็ง ประกอบกับร่วมกิจกรรมเวลานานและมาลงว่ายน้ำที่สระดังกล่าว อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นทำให้จมน้ำ

เช่นเดียวกับนายสุรเชษฐ์ พรหมทอง นิสิตชั้นปี 3 คณะพาณิชยนาวีนานาชาติ กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า มีการลงข่าวในเฟซบุ๊กที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เนื่องจากไม่มีสื่อมวลชนมาสอบถามหรือมาดูยังที่เกิดเหตุเลย เพราะบ่อหรือสระที่น้องบอสลงไปล้างตัวนั้นเป็นเพียงสระกักเก็บน้ำฝนเท่านั้น โดยไม่ใช่บ่อบำบัดน้ำเสียหรือบ่อสารเคมี และทางคณะก็รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ครั้งนี้มาโดยตลอด

ด้าน พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า กำลังรอรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รวมถึงได้สั่งการให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) และมหาวิทยาลัยไปดูว่าการรับน้องมีข้อดีและข้อควรระวังอะไร โดยแจกแจงรายละเอียดออกมา ถ้าทุกมหาวิทยาลัยเห็นด้วยว่าการรับน้องมีข้อดีก็ต้องหาคำตอบและกำหนดกรอบกิจกรรมที่จะตอบโจทย์แต่ละข้อให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ปกครองสบายใจ เด็กที่เป็นรุ่นน้องปลอดภัย ตนเชื่อว่ารุ่นพี่มีเจตนาดีที่จะรับน้องเพื่อทดสอบความสามัคคีและความอดทน แต่วิธีการจะคิดไม่เหมือนกัน ผู้ใหญ่จึงควรเข้ามาดูและช่วยวางกรอบให้ชัดเจน ว่ากิจกรรมไหนทำได้กิจกรรมไหนทำไม่ได้ แต่บางทีเด็กก็คิดไม่ถึงจนเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วมาเสียใจภายหลัง แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นตนเชื่อว่ามหาวิทยาลัยทุกแห่ง รวมทั้งอาจารย์คงตระหนักและไม่อยากให้เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น และที่สำคัญต้องสร้างความเข้าใจกับเด็ก จะสั่งอย่างเดียวว่าห้ามจับลงน้ำไม่ได้ ต้องมีเหตุมีผลรองรับ ตนยังตอบไม่ได้เพราะยังไม่ได้รับรายงาน แต่เท่าที่ดูเจตนาไม่ใช่การรับน้องที่โหดร้ายแบบเก่า แต่น่าจะเป็นความพลั้งเผลอ

ม.เกษตรศาสตร์ ตั้ง โต๊ะแถลงเคลียร์ทุกประเด็นกรณีเหตุ “น้องบอส” นิสิต ปี 1 คณะพาณิชยนาวี ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา จมน้ำในบ่อพักน้ำ อาการสาหัส พร้อมรับผิดชอบทั้งค่ารักษาพยาบาล เยียวยาจิตใจรุ่นพี่รุ่นน้องที่อยู่ในเหตุการณ์ 13 ก.ย. 2559 07:49 13 ก.ย. 2559 07:50 ไทยรัฐ