วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เร่งตร.นําหมายจับผู้ต้องหารุกที่หัวหินหลังไม่คืบ

กรณีคดีนายทุน 52 ราย บุกรุกชายหาดในเขตเทศบาลหัวหิน สร้างสิ่งปลูกสร้างอาคารรุกพื้นที่ชายหาด ตั้งแต่ศาลเจ้าแม่ทับทิมถึงสะพานปลาหัวหิน เพื่อประกอบธุรกิจร้านอาหาร บ้านพักอาศัย ห้องพักสำหรับนักท่องเที่ยว ริมถนนนเรศดำริห์ ภายหลังศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีคำพิพากษาตั้งแต่ปี 2557 โดยเทศบาลเมืองหัวหินเป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้บุกรุกทั้งหมด ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 ตั้งแต่ปี 2546 และศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 8 ราย ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย. 57 เนื่องจากจำเลยไม่ได้เดินทางไปฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีดังกล่าว

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. พ.ต.อ.ฉัตรไชย เรียนเมฆ รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ศาลมีหมายจับ เมื่อ 10 ก.ย. 57 ระยะเวลาผ่านมา 2 ปี ยังไม่มีการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ได้เร่งรัด พงส.สภ.หัวหิน ให้รีบดำเนินการ พร้อมทั้งให้รายงานความคืบหน้าถึงสาเหตุที่ยังไม่มีการจับกุม ทั้งที่ทราบสถานที่อยู่ของบุคคลตามหมายจับ เนื่องจากเป็นผู้มีชื่อเสียง เป็นนักธุรกิจ และเป็นหัวคะแนนของนักการเมืองท้องถิ่น ส่วนกรณีของหมายศาลที่ทาง สภ.หัวหิน อ้างว่าไม่ได้รับนั้น ไม่มั่นใจว่ามีการตกหล่นหรือสูญหายระหว่างทางหรือไม่ อาจเป็นที่ต้นทางจากกองกำกับสืบสวนจังหวัด หรือปลายทางที่ สภ.หัวหิน ซึ่งการสูญหายของเอกสารภายใน 2 ปี ไม่มีการติดตาม ขณะนี้ได้ให้ส่งคำสั่งศาลไปยัง สภ.หัวหิน อีกครั้ง พร้อมทั้งให้เร่งจับกุมบุคคลตามรายชื่อที่ถูกออกหมายจับมาดำเนินคดี

ด้าน นายทวี นริสศิริกุล ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานชี้แจงข้อเท็จจริงโดยด่วนที่สุด กรณีที่ไม่บังคับคดีหรือมีแนวทางการปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 57 ซึ่งการทำหน้าที่ของหน่วยงานรัฐไม่เป็นไปตามนโยบายการจัดระเบียบชายหาดของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และยอมรับว่าเพิ่งทราบข้อมูลจากการนำเสนอของสื่อมวลชน เนื่องจากก่อนหน้านี้ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่ได้ส่งสำเนาคำพิพากษาให้ฝ่ายปกครองจังหวัดรับทราบ

สำหรับปัญหาหลังจากมีคำสั่งศาลในส่วนของค่าปรับรายวันตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมอาคาร 2522 จะต้องมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายย้อนหลังจากกลุ่มผู้บุกรุกตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดและเร่งรัดให้ผู้บุกรุกตามค่าปรับตามคำพิพากษาศาลฎีการวมทั้งการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำแนวชายหาด นอกจากนั้น จังหวัดจะมีการพิจารณาเหตุผลและแนวทางการชี้แจงของผู้บริหารเทศบาลหัวหินว่า การเพิกเฉยไม่สั่งบังคับคดีตามคำสั่งศาลจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่อย่างไร

นายทะนงศักดิ์ ม่วงมณี ผอ.สนง.ป.ป.ช.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า หลังจากมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษบริหารเทศบาลหัวหินและพนักงานเทศบาล ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ป.ป.ช. จังหวัดจะดำเนินการตรวจสอบและแสวงหาข้อมูลตามขั้นตอนเพื่อให้ผู้รับผิดชอบชี้แจงข้อเท็จจริงหลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษานาน 2 ปี แต่ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายและเบื้องต้นจากการตรวจสอบเอกสารประกอบการร้องเรียนทราบว่าข้ออ้างที่ปรากฏไม่น่าจะมีเหตุผลเพียงพอในการยื้อคดีดังกล่าวให้ล่าช้านานถึง 2 ปี โดยเฉพาะระยะเวลาในการบังคับคดีให้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและแจ้งผู้บุกรุกทุกรายจ่ายค่าปรับรายวันตามคำสั่ง.

กรณีคดีนายทุน 52 ราย บุกรุกชายหาดในเขตเทศบาลหัวหิน สร้างสิ่งปลูกสร้างอาคารรุกพื้นที่ชายหาด ตั้งแต่ศาลเจ้าแม่ทับทิมถึงสะพานปลาหัวหิน เพื่อประกอบธุรกิจร้านอาหาร บ้านพักอาศัย 13 ก.ย. 2559 07:47 13 ก.ย. 2559 08:06 ไทยรัฐ