วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อย่าลืมพกร่ม! ดีเปรสชันจ่อเข้าไทยค่ำนี้ ขณะ กทม. โอกาสฝนตก 80%

อย่าลืมพกร่ม! ดีเปรสชันจ่อเข้าไทยค่ำนี้ ขณะ กทม. โอกาสฝนตก 80%

  • Share:

ดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ จ่อเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณตอนกลางของภาคอีสาน ในช่วงเย็นถึงดึก เตือน 28 จว. ระวังฝนตกหนัก และ 13 จว.เสี่ยงน้ำท่วม ขณะที่อ่าวไทย-อันดามัน คลื่นสูง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ถึง 18 ก.ย.นี้ ส่วนคนกรุงเทพฯ วันนี้มีโอกาสเจอฝนถึง 80% ...

วันที่ 13 กันยายน จากกการตรวจสอบจากระบบพยากรณ์อากาศไทยรัฐทีวี เดอะเวตเตอร์ คอมพานี พบว่า หลังจากเมื่อคืนนี้พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ ได้พัฒนาความเร็วลมสูงสุดเป็นระดับพายุโซนร้อนแล้วที่มีชื่อว่า "ราอี" (RAI) ตั้งโดยไมโครนีเซีย เป็นชื่อเงินตราพื้นเมืองของเกาะแยป แต่ตอนนี้ ก็ได้อ่อนกำลังกลับลงมาเป็นพายุดีเปรสชัน โดยมีศูนย์กลางอยู่บริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ห่างจากเมืองดานัง ประเทศเวียดนามประมาณ 150 กิโลเมตร มีความเร็วลมศูนย์กลาง 56 กิโลเมตร/ชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือด้วยความเร็ว 20 กม./ชม. คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณตอนกลางของภาคอีสาน ในช่วงเย็นถึงดึกวันนี้ หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือในระยะต่อไป

ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ 

ขณะที่ร่องมรสุมกำลังแรงก็พาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้การที่พายุเคลื่อนเข้าใกล้ประเทศไทยของเราก็เป็นปัจจัยสำคัญที่เหนี่ยวนำทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น จึงทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ดังนั้น ชาวเรือที่จะออกเดินเรือในระยะนี้ควรเพิ่มความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-18 กันยายนนี้

ขณะที่ การคาดการณ์ปริมาณฝนสะสมตลอด 48 ชั่วโมงต่อจากนี้ พบว่าพื้นที่ที่เป็นแนวการเคลื่อนตัวผ่านของพายุ แสดงสัญลักษณ์เป็นสีเหลือง คือต้องระวังเรื่องของน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ ลพบุรี เพชรบูรณ์ นครสวรรค์

นอกจากในไทยแล้ว สถานการณ์พายุอีก 1 ลูกที่ต้องเฝ้าจับตาเป็นพิเศษนั่นก็คือ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น "เมอรันตี" (MERANTI) ล่าสุดพัฒนาความรุนแรงเป็นไต้ฝุ่นระดับที่ 5 แล้ว โดยมีความเร็วลมศูนย์กลาง 287 กิโลเมตร/ชั่วโมง ก่อนหน้าที่คาดการณ์ว่าจะพัดขึ้นฝั่งเข้าถล่มบริเวณเกาะไต้หวัน แต่จากการตรวจสอบล่าสุด พบว่า พายุลูกนี้มีการเบี่ยงเส้นทางลงมาทางตอนล่าง โดยคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเกาะฮ่องกง ของจีนแทน ในช่วงวันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายนนี้ ดังนั้นใครจะไปบริเวณดังกล่าวต้องติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด

สำหรับภาพรวมสภาพอากาศทั่วไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ ขอนแก่น และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สระบุรี และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 องศาเซลเซียส

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้