วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟื้นเชื่อมั่นเงินออนไลน์ 4 หน่วยงานผนึกกำลังงัด 5 แนวทาง

กสทช.-ธปท.-สมาคมธนาคาร-ค่ายมือถือ ผนึกกำลังฟื้นความเชื่อมั่นธุรกรรมการเงินออนไลน์ ย้ำมือถือหรือซิมหายให้แจ้งธนาคารพาณิชย์ที่ใช้บริการก่อน เพื่อระงับบริการ จากนั้นแจ้งค่ายมือถือ เพื่อขอซิมการ์ดใหม่ โดยทั้งสองกรณีจะต้องแสดงตัวตนพร้อมบัตรประชาชน เพื่อป้องกันสวมรอย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ย.59 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ประชุมร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยใช้เวลาในการหารือราว 1 ชั่วโมง

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกทั้ง 4 หน่วยงานได้หารือกันเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงการยกระดับการสร้างความเข้าใจให้ประชาชนด้วย โดยนับจากนี้ไปจะมีความร่วมมือในการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และหาแนวทางป้องกันปัญหาในอนาคต และการหารือครั้งนี้ไม่ใช่ลักษณะวัวหายแล้วล้อมคอก เพราะระบบการป้องกันที่ธนาคารและค่ายมือถือมีอยู่ ถือว่าเป็นระบบที่ดี แต่เพราะคนโกงมักจะหาช่องทางต่างๆมาโกง ดังนั้นทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เพื่อป้องกันการโจรกรรมการเงินออนไลน์

สำหรับการประชุมครั้งนี้มีข้อสรุปที่จะทำร่วมกันมี 5 เรื่อง คือ 1.กรณีโทรศัพท์มือถือที่ผู้บริโภคนำไปใช้กับบริการทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นบริการพร้อมเพย์ บริการโมบายแบงก์กิ้ง และอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง เกิดการสูญหาย ขอให้ผู้ใช้บริการแจ้งไปยังธนาคารพาณิชย์ที่ใช้บริการให้รับทราบและยกเลิกบริการดังกล่าวก่อนโดยไม่ต้องแจ้งความที่สถานีตำรวจ 2.แจ้งค่ายมือถือเพื่อออกซิมการ์ดใหม่ ซึ่งจะต้องแสดงตัวตนพร้อมบัตรประชาชน

3.กรณีที่พิสูจน์ได้ว่าผู้ใช้บริการได้แจ้งให้ธนาคารพาณิชย์ระงับบริการพร้อมเพย์, บริการโมบายแบงก์กิ้ง และอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งแล้ว ผู้ใช้บริการไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น 4. ในระหว่าง ที่ยังไม่มีระบบการเชื่อมต่อตรงระหว่างธนาคารพาณิชย์กับค่ายมือถือนั้น ให้ธนาคารพาณิชย์แจ้งเบอร์ โทรศัพท์ที่ใช้บริการพร้อมเพย์ บริการโมบายแบงก์กิ้ง และอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง ให้ค่ายมือถือได้รับทราบ เพื่อดูแลเป็นพิเศษ 5.การออกซิมการ์ดใหม่สำหรับเลขหมายที่ใช้บริการพร้อมเพย์, บริการโมบายแบงก์กิ้ง และอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งนั้น ผู้ใช้บริการจะต้องมาด้วยตนเอง ไม่สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการ ได้ เพื่อป้องกันการสวมรอยและปลอมแปลงสำเนา

“มาตรการดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น 6 เดือน ซึ่งในระหว่างนี้ทั้ง 4 หน่วยงานต้องร่วมทำงานกันอย่างใกล้ชิด ในการศึกษาและนำเสนอแนวทางรายละเอียด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการ โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตามนโยบายระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติหรือ เนชั่นแนล อี เพย์เม้นท์ของรัฐบาล ในระยะยาวต่อไป”

นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ที่ผ่านมา ธปท.มีการระแวดระวังเรื่องการโจรกรรมทางการเงินออนไลน์ตลอดเวลา และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่การโจรกรรมทางการเงินก็มีหลากหลายรูปแบบและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือการยกระดับการทำความเข้าใจในการใช้บริการทางการเงินออนไลน์ให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

ขณะที่นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ปัจจุบันการโจรกรรมทางการเงินออนไลน์มีหลากรูปแบบ ล่าสุดมีการหลอกลวงผ่านเว็บไซต์ของธนาคารพาณิชย์ และมีการปลอมแปลงอีเมล ซึ่งธนาคารก็ได้แจ้งให้ประชาชนได้ทราบแล้ว ขณะเดียวกัน ก็ต้องไปแจ้งความดำเนินคดี เพื่อนำคนผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

ด้านนายศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นมติใหม่ เพื่อกำกับดูแลให้ดียิ่งขึ้น เพราะที่ผ่านมาไม่มีการหารือและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน และไม่เข้าใจในการให้บริการของกันและกัน แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงไป เพราะฉะนั้นการทำความเข้าใจ การร่วมมือกัน น่าจะนำไปสู่ความมั่นคง ความเชื่อมั่น เชื่อถือให้กับประชาชนได้.

กสทช.-ธปท.-สมาคมธนาคาร-ค่ายมือถือ ผนึกกำลังฟื้นความเชื่อมั่นธุรกรรมการเงินออนไลน์ ย้ำมือถือหรือซิมหายให้แจ้งธนาคารพาณิชย์ที่ใช้บริการก่อน เพื่อระงับบริการ จากนั้นแจ้งค่ายมือถือ เพื่อขอซิมการ์ดใหม่ 13 ก.ย. 2559 03:53 13 ก.ย. 2559 03:56 ไทยรัฐ