วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กตู่' งัด ม.44 สั่งโอนคดี 'ความมั่นคง-หมิ่นสถาบัน' ไปศาล ยธ.

'บิ๊กตู่' งัด ม.44 สั่งโอนคดี 'ความมั่นคง-หมิ่นสถาบัน' ไปศาล ยธ.

  • Share:

เว็บไซต์ราชกิจจาฯ เผย นายกฯ ใช้ ม.44 สั่งโอนคดีความมั่นคง-หมิ่นสถาบัน-อาวุธปืน จากศาลทหาร ให้อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลยุติธรรมแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ย.59 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 55/2559 เรื่องการดําเนินการเกี่ยวกับคดีบางประเภทที่อยู่ในอํานาจศาลทหาร โดยระบุว่า ตามที่มีประกาศกองทัพบกและประกาศ คสช.ให้ใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.2557 และต่อมามีประกาศ คสช.กําหนดให้การกระทําความผิดบางประเภท ที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักรและในระหว่างการประกาศใช้กฎอัยการศึก อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร เมื่อได้ดําเนินการดังกล่าวมาแล้วระยะหนึ่ง ปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมืออย่างดี ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ขณะนี้ปรากฏว่าสถานการณ์บ้านเมืองในรอบ 2 ปี ที่ผ่านมา มีความสงบเรียบร้อย จึงควรผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ลงอีก เพื่อที่ทุกฝ่ายจะได้ใช้สิทธิปฏิบัติหน้าที่ของตน และได้รับความคุ้มครองตามกลไกของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

หัวหน้า คสช.จึงอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ให้บรรดาการกระทําความผิดตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 37/2557 เรื่อง ความผิดที่อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร ประกาศ คสช. ฉบับที่ 38/2557 เรื่องคดีที่ประกอบด้วยการกระทําหลายอย่างเกี่ยวโยงกันให้อยู่ในอํานาจของศาลทหาร และประกาศ คสช. ฉบับที่ 50 /2557 เรื่องให้ศาลทหารมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะแต่การสงคราม ซึ่งได้กระทําตั้งแต่วันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ ให้อยู่ในอํานาจการพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ไม่หมายความรวมถึงการกระทําความผิดที่กฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหารบัญญัติให้เป็นอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหาร โดยให้การกระทําความผิดดังกล่าวยังคงอยู่ในอํานาจการพิจารณาพิพากษาของศาลทหารต่อไป ทั้งนี้ ให้เจ้าพนักงานตามคําสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ และคําสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/2559 เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทําความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทําลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ยังคงมีอํานาจหน้าที่และในกรณีเห็นสมควร ให้นายกรัฐมนตรีเสนอให้ คสช.แก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้

คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 12 ก.ย. พ.ศ.2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประกาศ คสช.ที่ 37/2557 ระบุถึงลักษณะความผิดที่อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร คือ 1.ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งประกอบด้วย 1) ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 107 ถึงมาตรา 112 2)ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ถึงมาตรา 118 ยกเว้นความผิดซึ่งการกระทำผิดเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 หรือพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548  และ 2.ความผิดตามประกาศหรือคำสั่ง คสช.ขณะที่ประกาศ คสช.ที่ 50/2557 กำหนดให้คดีที่เป็นการทำความผิดเกี่ยวกับการใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะแต่การสงคราม ให้อยู่ในอํานาจพิจารณาของศาลทหาร

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้