วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อาการนิสิตปี 1 ม.เกษตรฯ ดีขึ้น พ่อเผยตั้งแต่มีปัญหา ไร้เงารุ่นพี่ดูแล

อาการนิสิตปี 1 ม.เกษตรฯ ดีขึ้น พ่อเผยตั้งแต่มีปัญหา ไร้เงารุ่นพี่ดูแล

  • Share:

แพทย์ รพ.ชลบุรี เผย อาการนิสิตปี 1 ม.เกษตรฯ วิทยาเขตศรีราชา ดีขึ้น มีไข้ต่ำ แต่ยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจพยุงการทำงานของปอด เชื่อกลับมาเป็นปกติได้ ขณะที่อาการที่พบไม่เหมือนบิ๊ก ดีทูบี แต่ก็ยังคงเฝ้าระวังต่อเนื่อง ขณะที่พ่อเผย ตั้งแต่เกิดเหตุไม่เคยเห็นรุ่นพี่เข้ามาพูดคุย

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. นพ.ชุติเดช ตาบ องครักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชลบุรี ให้สัมภาษณ์ถึงอาการของน้องเอ (นามสมมติ) นิสิตปี 1 คณะพาณิชยนาวีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่ถูกรุ่นพี่จากคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ ต้อนรับน้องใหม่ด้วยการบังคับให้ดำน้ำในบ่อน้ำว่า ขณะนี้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น แต่ยังต้องนอนดูอาการในห้องไอซียู โดยเริ่มรู้สึกตัวสามารถทำตามคำสั่งได้ ส่วนภาวะสมองภาพรวมดูดีขึ้น แขนและขาสามารถขยับได้ แต่ยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดพิเศษช่วยพยุงการทำงานของปอดและระดับของออกซิเจนไม่ให้ระดับออกซิเจนในเลือดตก โดยอาจต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 สัปดาห์ในการใส่เครื่องช่วยหายใจ เพื่อทำให้ปอดกลับมาทำงานได้ตามปกติ แต่อาการในภาพรวมถือว่าดีขึ้นทั้ง ระดับของออกซิเจน ความดัน ชีพจรก็อยู่ในระดับที่ดี เช่นเดียวกับสมองที่สามารถทำงานได้

ส่วนเรื่องการติดเชื้อในปอดนั้น ก็ยังอยู่ในช่วงของการเฝ้าระวัง โดยขณะนี้ทีมแพทย์มีการให้ยาปฏิชีวนะครอบคลุมกับเชื้อแบคทีเรียที่น้องเอมีการสำลักจากน้ำ และตอนนี้น้องเอก็มีเพียงไข้ต่ำๆ เท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าน้องเอจะมีอาการเหมือน บิ๊ก ดีทูบี ดาราชื่อดังที่เคยสำลักน้ำเสียหรือไม่ นพ.ชุติเดช กล่าวว่า ขณะนี้เราก็ยังเฝ้าระวังอยู่ แต่ก็ยังไม่มีอะไรที่แสดงอาการลักษณะเดียวกับบิ๊ก ทั้งนี้หากน้ำที่น้องเอสำลักเข้าไปเป็นน้ำที่สกปรก ก็อาจจะทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้ แต่เราก็ได้ให้ยาฆ่าเชื้อตลอด

อย่างไรก็ตาม กรณีของน้องเอต่างจากของบิ๊ก คือน้องเอ ยังคงมีสติ และเริ่มมีการตอบสนองได้ตลอด ซึ่งภาพรวมของสมองยังไม่มีปัญหา และอาการของน้องเอมีการฟื้นตัวเร็ว ทั้งนี้โดยส่วนตัวเชื่อว่าน้องจะกลับไปเรียนได้ตามปกติ เนื่องจากเท่าที่ดูอาการสมองน่าจะไม่ได้ขาดออกซิเจนไปนาน

ทั้งนี้ต้องมีการประเมินอาการอีกครั้ง ภายหลังจากที่มีการถอดเครื่องช่วยหายใจ และน้องสามารถหายใจเองได้ ซึ่งแพทย์จะต้องทำการประเมินว่าน้องมีการโต้ตอบจำเรื่องราวต่างๆ ได้ดีหรือไม่ ซึ่งหากจำเรื่องราวต่างๆ ได้ดี ก็แสดงว่าร่างกายไม่น่าจะมีปัญหา สามารถกลับไปเรียนได้ตามปกติ

พ่อนิสิตปี 1 พ้อไม่เห็นรุ่นพี่ที่อยู่ในเหตุการณ์เข้ามาพูดคุย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ่อและแม่น้อเอ พร้อมด้วยญาติ ยังคงติดตามเฝ้าดูอาการน้องเอ อย่างใจจดใจจ่อ โดยระหว่างวันมีเพื่อนเรียนรุ่นเดียวกับ น้องเอ ยังคงเดินทางมาที่โรงพยาบาลชลบุรี เพื่อติดตามอาการของน้องเอไม่ขาดสาย แม้บางคนวิพากษ์วิจารณ์กันในหมู่เพื่อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้พ่อของน้องเอ ซึ่งเก็บอาการด้านจิตใจได้อย่างแนบสนิท ไม่แสดงอออกถึงความเกรี้ยวกราดโมโห และให้สัมภาษณ์ว่า ตนเป็นอดีตกำนัน ตั้งความหวังไว้กับน้องเอสูงมาก เนื่องจากเป็นลูกชายคนโต ตั้งแต่น้องเอได้รับบาดเจ็บ จนถึงวันนี้ยังไม่เห็นมีรุ่นพี่น้องเอเข้ามาหาหรือมาพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีเพียงคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯ ที่เข้ามารับผิดชอบในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล แต่ขอบอกตามตรงว่าก็ยังไม่รู้สึกสบายใจ ถึงแม้จะรู้จากหมอว่าอาการของน้องเอจะดีขึ้นบ้างแล้วก็ตาม แต่ก็ยังอยากให้ทางโรงพยาบาล มีการรายงานเรื่องของอาการน้องเอเป็นระยะๆ และอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลในเรื่องของสถาบันการศึกษาให้มากกว่านี้

นอกจากนั้นหากน้องเอปลอดภัย ก็จะไม่เอาผิด ไม่แจ้งความดำเนินคดีกับพวกรุ่นพี่ที่ทำให้ น้องเอ เป็นแบบนี้อีกด้วย ตนก็ยังอยากฝากถึง นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อีกครั้งว่า อยากให้ออกกฎหมายเป็นมาตรการไปเลยว่า ห้ามเด็ดขาดกับการต้อนรับน้องใหม่ที่ใช้วิธีเกินเลยแบบนี้ จะได้ไม่เกิดเรื่องแบบนี้กับลูกหลานคนอื่นๆ อีกต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้