วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โกหกแบบไหนให้แฟนไม่โกรธ!!!

โดย Women's Health

เพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง เราลองถามนักบำบัดถึง 6 สถานการณ์ที่อาจส่งผลให้ความรักของคุณพังไม่เป็นท่า

ในความเห็นของคนทั่วไป ส่วนใหญ่มักคิดว่าความซื่อสัตย์คือกุญแจสำคัญของความสัมพันธ์ที่ราบรื่นและยั่งยืน เห็นได้จากโพลสำรวจหัวข้อ The way we are now ปี 2015 ซึ่งสอบถามความคิดเห็นของคนในสหราชอาณาจักร 6,000 ราย พบว่าผู้ตอบ 70% ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์มากกว่าสิ่งอื่นใด โดยเอาชนะทั้งการสื่อสาร ความผูกพัน หรือแม้กระทั่งแรงดึงดูดทางเพศ

ต้องมีบ้างแหละที่การโกหกเล็กๆ น้อยๆ ดีต่อความสัมพันธ์มากกว่า จริงมั้ย? “ในฐานะนักบำบัด ฉันไม่ได้สนับสนุนให้โกหกกันหรอกนะ แต่บางสถานการณ์การโกหกหรือเก็บงำความจริงบางส่วนไว้มันดีกว่า” จูลี่ เดอ อะเซเวโด แฮงค์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์และผู้อำนวยการศูนย์ Wasatch Family และผู้แต่งหนังสือเรื่อง The Assertiveness Guide for Women ลงความเห็น

ต่อไปนี้เป็น 6 สถานการณ์ในชีวิตประจำวัน ที่คนเรามีแนวโน้มที่จะโกหกคู่รักมากที่สุด (ไล่จากเรื่องเล็กไปเรื่องใหญ่)

1. เรื่องเงินๆ ทองๆ

จูลี่ผู้เชี่ยวชาญของเราเกริ่นว่า “การโกหกจะโอเคหรือไม่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้นๆ” การโกหก (หรือแม้แต่บอกความจริงไม่หมด) ว่าคุณใช้เงินเกินงบไปกับเดรสตัวใหม่ “ต่าง” จากการไม่บอกแฟนว่าคุณมียอดหนี้บัตรเครดิตจำนวนมหาศาลในปีที่ผ่านมา”

ถามตัวเองว่า : สิ่งที่โกหกนั้นมีผลกระทบกับความสัมพันธ์และชีวิตคู่มากแค่ไหน? ถ้าคำตอบคือ “มาก” ขอแนะนำให้สารภาพความจริงซะเถอะ “ถ้าคุณทำงานกันทั้งคู่ ก็มีสิทธิ์ใช้เงินตามอำเภอใจอยู่แล้ว แต่คู่ไหนใช้กระเป๋าเดียวกัน และมีข้อตกลงจะรวมเงินเป็นก้อนเดียวเพื่อใช้จ่าย แต่พอเงินเดือนขึ้นคุณเลือกที่จะโกหกเพื่อเก็บส่วนต่างไว้ช็อปปิ้งตามใจตัวเองแล้วล่ะก็ ขอตำหนิว่าแย่ชะมัด”

2. แอบงุบงิบปิดบัง

ถ้าคุณตื่นนอนขึ้นมาและบอกแฟนทุกวันว่าจะออกไปทำงาน แต่จริงๆ คุณลาออกมาตั้ง 2 เดือนแล้ว การโกหกแบบนี้เป็นอะไรที่ทำลายความเชื่อใจอย่างที่สุด แต่ในกรณีกลับบ้านดึก แล้วแฟนถามว่าทำไมกลับบ้านดึก แล้วคุณตอบว่าแวะเยี่ยมเพื่อนที่ป่วยอยู่ แต่เก็บงำความจริงบางส่วนไว้ ว่าจริงๆ คุณนั่งเล่มเกมติดลมที่บ้านเพื่อนจนดึกดื่น แบบนี้พอรับได้ มันไม่ได้ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจกันและกัน ถ้าสาวนางไหนไม่รู้ว่าสถานการณ์ใดควรหรือไม่ควรโกหก ลองถามตัวเองดูก่อนว่า เขาจะรู้สึกเหมือนโดนทรยศหรือหลอกลวงจากสิ่งที่คุณงุบงิบไว้รึเปล่า ถ้าคำตอบคือ “ใช่” อย่าลังเลที่จะบอกความจริงกับเขา

3. แฟนเก่า

ถ้าที่รักถามถึงแฟนเก่าและล้วงลึกว่าคุณกับเขาเคยมีเซ็กซ์กันหรือเปล่า ที่ไหน อย่างไร มันดีไหม หรือให้คุณเปรียบเทียบบทพิศวาสระหว่างเขากับคนรักเก่า จงอย่าบอกซะหมดเปลือก บรรยายละเอียดยิบ ลองถามตัวเองว่าคำถามพวกนี้ช่วยให้ความสัมพันธ์ ณ วันนี้ดีขึ้นหรือเปล่า กระชับความสัมพันธ์กับแฟนใหม่ให้แน่นแฟ้นขึ้นหรือไม่ (ถ้าแฟนยังถามซ้ำๆ ซากๆ เห็นทีต้องส่งสัญญาณเตือนให้รู้ว่าเขากำลังล้ำเส้นแล้วนะ)

4. มีคนแอบปิ๊งคุณ

“การเล่าความจริงว่ามีหนุ่มเข้ามาหลงเสน่ห์คุณ ก่อนเอ่ยปากพูดลองถามตัวเองว่า คุณได้หรือเสียอะไรจากการบอกเรื่องนี้ ถ้าคิดแค่ว่าเขาคนนั้นน่ารักดีนะ ก็ไม่จำเป็นต้องโกหกหรอก” จูลี่ยกตัวอย่าง “แต่ถ้าคุณรู้สึกลึกซึ้งกับคนๆ นั้นซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในปัจจุบัน ถึงเวลาแล้วที่คุณกับหวานใจควรเปิดอกคุยกันจริงๆ จังๆ ถ้ายังต้องการรักษาความสัมพันธ์ให้อยู่รอด”

5. ถูกเลี้ยงมาคนละแบบ

ตามปกติแล้วการโกหกว่าที่บ้านเลี้ยงดูมาอย่างไรเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง แต่อย่างที่บอก เราจะโกหกหรือไม่ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานการณ์ว่าผลจะออกมาดีหรือร้าย “ฉันไม่เห็นด้วยกับการข้ามเส้นพ่อแม่คนอื่น มันไม่มีอะไรเลวร้ายเลย ถ้าพ่อแม่จะสปอยล์เด็กโดยปล่อยให้กินคุกกี้ ทั้งที่ยังกินผักไม่หมด เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไร แต่เมื่อไหร่ที่ไปข้ามเส้นการเลี้ยงดูของพ่อแม่คนอื่นบ่อยๆ นั่นชักจะไม่โอเคแล้วค่ะ” จูลี่เอ่ยอ้าง

6. นอกใจ

ตามปกติการโกหกหรือแอบมีกิ๊กลับหลังแฟน รังแต่จะทำให้ความรักพังย่อยยับ คำพูดประเภท “แหม...ก็แค่ครั้งเดียวเอง” หรือ “เขากับฉันจบกันไปแล้ว” หรือ “หนุ่มพวกนั้นไม่ได้มีความหมายกับฉันเลย” ไม่ได้ช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นหรอกนะ เพราะคุณกลัวถูกจับได้ตลอดเวลาว่า ถ้าแฟนรู้จะเสียความรู้สึกหรือเปล่า การนอกใจก็เหมือนการหลอกลวงนั่นแหละ ถ้าแอบไปนอนกับคนอื่น คุณไม่ได้แค่ทำลายความไว้วางใจที่เขามีให้ แต่กำลังทำให้แฟนเสี่ยงที่จะติดโรค โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มันเลือกไม่ได้นี่เนอะ ว่าคุณจะรู้สึกผูกพันกับคนที่นอนด้วยรึเปล่า

การบอกความจริงไม่ได้หมายถึงการอธิบายละเอียดยิบว่าเจอกันที่ไหน ไปมีอะไรกันมา ข้อมูลพวกนี้ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น แม้เขาจะถามถึงก็เถอะ มันจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อบทสนทนาระหว่างคุณกับแฟนเน้นประเด็นความเข้าใจถึงสาเหตุของการนอกใจ รวมถึงผลกระทบต่อความสัมพันธ์ด้วย เวลาเป็นตัวแปรที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์เสมอ ถึงแฟนจะไม่รู้ว่าคุณโกหก แต่ตัวคุณรู้อยู่แก่ใจ สิ่งนั้นแหละที่ส่งผลกระทบต่อตัวเอง คุณจะพบว่ามันยากที่จะมั่นคงต่อแฟนหรือเริ่มปกปิดไม่ให้เขารู้อะไรต่อมิอะไรมากขึ้นเรื่อยๆ”

ประสบการณ์สอนรักของสาวไทย

1. “หยุดทำตัวขี้ระแวงเสียเถอะ เพราะเราจะเสียเวลาและพลังงานชีวิตไปเปล่าๆ ปลี้ๆ มันไม่ใช่สิ่งที่น่าใส่ใจเลยสักนิด ความขี้ระแวงนี่แหละ ตัวบ่อนทำลายที่ทำให้คุณกลายเป็นคนชอบเปรียบเทียบและขี้อิจฉา ทำให้ความสัมพันธ์จบไม่สวยอีกต่างหาก” – นิว, อายุ 32

2. “เป็นตัวของตัวเองเถอะค่ะ อย่าพยายามจนเหนื่อยเกินไป” – เกรท, อายุ 27

3. “อย่าละเลยเพื่อนฝูงทันทีที่มีแฟน มิลค์เองเคยมีเพื่อนมากมายแต่กลับละเลยไปในทันทีที่มีความรัก เชื่อว่าเราทุกๆ คนมีเพื่อนสนิททั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นในรั้วโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือที่ทำงาน แต่มิลค์กลับปล่อยปละละเลยเพื่อนๆ เอาแต่ยุ่งอยู่กับความสัมพันธ์ของตัวเอง จนห่างหายกับเพื่อนๆ ในที่สุด” – มิลค์, อายุ 30

4. “ถ้าย้อนกลับไปบอกตัวเองสมัยเด็กๆ ได้ คงจะบอกให้ตัวเองเลือกเดินออกจากความสัมพันธ์แย่ๆ ที่อยู่ไปก็ไม่มีอะไรดี แม้จะเจ็บปวดก็เถอะ แต่ยังดีกว่าทนอยู่กันแบบแย่ๆ จริงไหม?” – ตะนอย, อายุ 32

5. “เก็บเงินที่คิดจะใช้ทำศัลยกรรมให้สวยเช้งเพื่อเอาใจแฟนไว้เถอะ มันเจ็บแทบเป็นบ้า แถมยังต้องเสียเงินด้วย ถ้าเขารักเราจริงๆ ก็ต้องรักกันที่เนื้อแท้สิ” – ลูกเอ๋ย, อายุ 34

ที่มา – Women’s Health Thailand
www.womenshealththailand.com
www.instagram.com/womenshealththai

เพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง เราลองถามนักบำบัดถึง 6 สถานการณ์ที่อาจส่งผลให้ความรักของคุณพังไม่เป็นท่า 12 ก.ย. 2559 16:05 ไทยรัฐ