วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ม่านฟ้า ยินดีเข้าพบกลต. ยันธุรกิจสบู่ไร้เจตนาฉ้อโกง ปัดเป็นแชร์ลูกโซ่

เจอข่าวฉาวอย่างต่อเนื่องมาตลอดสำหรับนักธุรกิจไฮโซสาว ไฮโซม่านฟ้า อรปภัตร จันทรสาขา ล่าสุดเจ้าตัวโพสต์เชิญชวนคนมาร่วมทำธุรกิจผลิตภัณฑ์สบู่ซึ่งเป็นผลิตภันณ์ในเครือ บริษัท ม่านฟ้ากรุ๊ป จำกัด ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว โดยบอกว่าจะให้ผลตอบแทนในการลงทุนสูงสุดถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจากการโพสต์ดังกล่าว ทำให้หลายคนมองว่าอาจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ เนื่องจากเป็นการระดมทุนจากประชาชนทั่วไปด้วยการโพสต์เชิญชวนให้ร่วมทุนผ่านอินสตาแกรมซึ่งผิดกฎหมาย และจากเรื่องดังกล่าวก็มีกระแสว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าไฮโซสาวประกอบธุรกิจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่ ได้เจอไฮโซม่านฟ้ามาร่วมรายการ "ปากโป้ง" ทางช่อง 8 ที่อาคารเชษฐโชติศักดิ์ 3 บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เลยสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ถามถึงสาเหตุที่เราโพสต์เปิดรับคนร่วมทุนธุรกิจสบู่ เรามีแนวคิดอะไร?
"ไม่มีแนวคิดอะไรเลย ไม่มีเจตนาใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนเลยค่ะ จริงๆ ถ้าเรารู้ว่ามันผิด เราไม่ทำโครงการนี้ออกมาแน่ๆ เพราะตัวเราเองจะเอาชื่อเสียงของเราและเราใช้ไอจีส่วนตัวเราด้วยในการโพสต์ เราไม่มีเจตนาไปฉ้อโกงใครแน่นอนค่ะ ม่านไม่ทราบกฎหมายจริงๆ เพราะต้องบอกว่าเป็นกฎหมายเฉพาะทางการเงินเท่านั้น เป็นกฎหมายทางตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเราไม่ทราบเพราะเราไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ด้วยและเราไม่เคยเล่นหุ้นด้วย กฎหมายทั่วไปเราทราบค่ะ แต่กฎหมายเฉพาะแบบนี้เราไม่ทราบจริงๆ ค่ะ"

เรื่องผลตอบแทน 15 เปอร์เซ็นต์ล่ะ?
"ผลตอบแทนคือ 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปีค่ะ เราคาดคะเนว่าบริษัทส่วนใหญ่ผลประกอบการ 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปีถือเป็นเรื่องปกตินะคะ ส่วนเรื่องที่คนมองว่ายอดจะเยอะมากกว่าการฝากออมทรัพย์ทั่วไป เรื่องนี้ไม่ขอตอบนะคะ"

ก่อนที้เราจะโพสต์ เราไม่ได้รู้กฎหมาย แสดงว่าเราไม่ได้ขออนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐ?
"อย่างที่แจ้งไปค่ะว่าถ้าม่านทราบกฎหมาย ม่านไม่ทำโครงการนี้แน่นอนค่ะ พอเราทราบปุ๊บก็หยุดทันทีเลย นั่นแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าเราไม่ทราบจริงๆ ถ้าตรงไหนที่เราไม่ทราบเราก็ต้องขอโทษ ณ ที่นี่ด้วยค่ะ เราก็ต้องบอกตรงๆ ว่าไม่ทราบจริงๆ"

ก่อนที่จะทำตรงนี้ เราได้มีการปรึกษาถามใครก่อนไหม?
"ถามค่ะ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นกฎหมายทั่วไป เช่น ทำสัญญายังไง มันไม่ใช่กฎหมายเฉพาะแบบนี้ ซึ่งอันนี้เป็นคนที่เชี่ยวชาญด้านการเงินจริงๆ หรือท่าน ก.ล.ต. ถึงจะทราบกฎหมายตรงนี้ ทุกอย่างเวลาเราทำอะไรเราปรึกษาอยู่แล้วค่ะ แต่ทางกฎหมายก็คงไม่คิดถึงว่าเราจะเอาไปลงไอจี มันเป็นเหตุการณ์ที่ทุกคนคาดไม่ถึง คิดว่าเหมือนเป็นการชักชวนเพื่อนมาลงทุน เขาก็คิดว่าเป็นอย่างนี้เลยบอกว่าโอเคค่ะ เราก็ไม่ได้บอกเขาว่าจะเอาไปลงไอจีนะ เราก็ลงเหมือนโฆษณาโปรโมตทั่วไปค่ะ"

ตอนนั้นเรากลัวไหมว่าทำแบบนี้คนจะมองว่าเป็นแชร์ลูกโซ่?
"ตอนที่ทำไม่มีเจตนาใดๆ ไม่ได้คิดอะไรเหมือนที่แจ้งนะคะ เราไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนเลย เราทำแบบนี้ เชิญเขามาร่วมทุนแบบนี้ เราคิดว่าเราทำแบบนี้เราทำได้ แต่ข้อกฎหมายบอกว่าทำไม่ได้ เราก็เลยยุติทันทีเลย"

ทำไมเราถึงเปิดระดมทุน เราจะเอาเงินไปทำอะไร?
"ต้องบอกว่ามันไม่ใช่ระดมทุนนะคะ มันเป็นการชักชวนเพื่อนฝูงมาร่วมหุ้นเท่านั้น ตอนแรกเรามองว่าในไอจีเราเนี่ยมันเป็นสิทธิส่วนบุคคลของเรา แต่ในความจริงแล้วอาจจะทำไม่ได้ค่ะ (จริงๆ ถ้าเราเริ่มต้นเองคนเดียวน่าจะง่ายกว่าไหม?) ปกติก็ทำธุรกิจคนเดียวนะคะ แต่ธุรกิจสบู่เป็นธุรกิจใหม่ เรามีออเดอร์มาก่อนล่วงหน้า ซึ่งฐานการผลิตค่อนข้างสูง เพื่อเราจะได้ขยาย เราตั้งใจจะขยายสบู่ตัวนี้ออกสู่เออีซีเพราะส่วนใหญ่เราขายประเทศเพื่อนบ้านด้วยเพราะมันกว้างกว่า ปกติทุกบริษัทจะมีเงินสำรอง เรามองว่าถ้าเรามีหุ้นส่วนเพิ่มเราน่าจะขยายให้มากกว่านี้ เมื่อเราผลิตสินค้าในลอตใหญ่ๆ เราจะได้ต้นทุนในราคาที่ถูก เราก็เลยอยากชวนเพื่อนมาร่วมแค่นั้นเอง"

ตอนที่โพสต์มีคนติดต่อมาเยอะไหม?
"มีคนติดต่อเข้ามาเยอะมากค่ะ เป็นคนที่ไม่รู้จักนะคะ แต่เราไม่ได้รับเงินใครเลย อีกอย่างตอนนั้นม่านอยู่ที่ลาวนานมาก กลับมาก็เจอเรื่องนี้พอดีเลย ก็เลยไม่ได้รับเงินใครเลย จริงๆ ระงับตั้งแต่ก่อนที่จะเป็นข่าวเพราะมีรุ่นพี่เตือนมาแล้ว เลยไม่ได้รับเงินจากใครแม้แต่บาทเดียวค่ะ"

เราบอกว่าเราอยากทำกับคนที่เราสนิท แล้วทำไมเราถึงไม่หลังไมค์ไปคุยกับเพื่อนเรา?
"ในไอจีส่วนใหญ่จะมีแต่เพื่อนเราที่ติดตาม หรือคนที่สนิทชิดเชื้อกับเรา เราก็คิดไม่ถึงว่าจะมีอย่างโน้นอย่างนี้ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เพราะถ้ารู้ เราไม่ทำอยู่แล้วค่ะ เอาชื่อเสียงเราไปแลกไม่คุ้มค่ะ (ตอนแรกเราตั้งเป้าว่าจะมีคนมาทำกับเรากี่คน?) อุ๊ย เราไม่ได้ตั้งเป้าค่ะ เราคิดแค่ว่าตอนแรกเรากะว่าแค่ไม่กี่คน เป็นเพื่อนกัน ไม่ได้จะเอาเยอะๆ แบบนั้น เราคิดว่า 3-5 คนก็พอแล้ว เราก็เอาเฉพาะเพื่อนที่สนิทกับเราเท่านั้น ม่านเชื่อว่าทำธุรกิจกับคนที่สนิทยังทะเลาะกันเลยค่ะ การทำธุรกิจกับคนไม่สนิทม่านไม่ทำอยู่แล้วค่ะ"

กับหนังสือที่ทาง ก.ล.ต. ส่งมาถึงเรา มีรายละเอียดยังไงบ้าง?
"ตัวหนังสือเนี่ยม่านจำไม่ค่อยได้นะคะ เพราะส่วนใหญ่ทนายจะเป็นคนจัดการค่ะ แต่ก็แจ้งว่าให้เราชี้แจงบัญชี ม่านก็ได้แสดงบัญชีออกไปแล้วนะคะว่ายังไม่มีคนโอนเงินเข้ามาในบัญชีเราจริงๆ ตอนนี้ท่าน ก.ล.ต. ก็ทราบแล้วค่ะ ถามว่าจะมีการเข้าไปชี้แจงไหม ตอนนี้ยังไม่มีนะคะ อยู่ที่ทางเจ้าหน้าที่ค่ะ ขั้นตอนนี้ต้องเป็นทางเจ้าหน้าที่เขาจัดการค่ะ เราไม่ทราบจริงๆ (ส่วนตัวเราพร้อมชี้แจงไหม?) ยินดีมากๆ ค่ะ ถ้าท่าน ก.ล.ต.จะสะดวกวันไหนให้ม่านไป ม่านยินดีอยู่แล้วค่ะ"

ในส่วนการร่วมทุน เราไม่ได้ขออนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐ หลังจากนี้ธุรกิจเราอาจจะถูกตรวจสอบเรื่องเอกสารทางการเงินรึเปล่า?
"ก็ตรวจสอบไปแล้วค่ะ ก็โอเค ในเมื่อบริษัทเราจดถูกต้องนะคะ มีบริษัทจริง มีตัวตนจริง มีสินค้าจริง เราไม่ได้หลอกลวงใคร ยินดีอยู่แล้วค่ะ ถามว่าธุรกิจม่านฟ้ากรุ๊ปจดทะเบียนไปนานกี่ปีแล้วจำไม่ได้แล้วค่ะ หลายปีแล้วค่ะ อันนี้เป็นข้อมูลของทางคนที่ดูบัญชี คนที่ดูเรื่องกฎหมายให้ม่านฟ้าเป็นคนดูแลค่ะ บางทีเราเป็นผู้บริหารเราก็ไม่ทราบเรื่องตรงนี้"

หลังจากนี้เราคิดจะชวนใครมาร่วมธุรกิจอีกไหม?
"โอ๊ย ยุติตั้งแต่ก่อนที่จะกลับมาประเทศไทยด้วยซ้ำ ตอนแรกที่เรารู้เราระงับก่อน พอรู้เสร็จก็ยังไม่กระจ่างว่ามันผิดยังไงข้อไหน พอเรามาเจอกับผู้ใหญ่ท่านนัดกับทางทนายแล้วอธิบายเกี่ยวกับข้อกฎหมายว่าผิดตรงนี้ พอรู้เราก็ลบทุกอย่างที่เกี่ยวกับการลงทุนนี้ ซึ่งม่านโพสต์ไปแค่ 3 โพสต์เท่านั้นและลบออกจากไอจีทั้งหมด นั่งเป็นการแสดงของม่านชัดเจนว่าม่านไม่รู้จริงๆ เพราะถ้ารู้ม่านก็ไม่ทำต่อ เราไม่อยากมีปัญหากับหน่วยงานของรัฐค่ะ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้คุยอะไรกับท่าน แต่จริงๆ การที่จะทำอย่างนั้นได้ต้องอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้นค่ะ"

แล้วผลิตภัณฑ์สบู่เรายังคงทำต่อไหม?
"ผลิตภัณฑ์สบู่ออกตามกำหนดการเดิมนะคะ ไม่ได้มีการเลื่อนใดๆ ทั้งสิ้น และมีวางจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป ไม่ได้เลื่อนเพราะทางบริษัทต้องเตรียมเงินสำรองและคาดคะเนไว้อยู่แล้วว่าเราต้องใช้งบประมาณในการทำเท่าไหร่นะคะ ถามว่าผลิตเพิ่มไหม ตอนนี้ผลิตไม่ทันค่ะ เพราะคนสั่งเข้ามาเยอะมาก ประเทศเพื่อนบ้านค่อนข้างชอบในสินค้าไทยค่ะ ซึ่งเงินลงทุนก้อนนี้เป็นของเราร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะอย่างที่บอกว่าไม่ได้รับเงินจากใครสักบาทเดียว"

เรื่องนี้กระทบกับเราเยอะไหม?
"กระทบมากค่ะ ตอนแรกเครียดมากค่ะ อยู่ดีๆ เป็นข่าวว่าเราฉ้อโกงหลอกลวงใคร บางคนบอกเราหนีไปไหน ม่านไม่หนีไปไหนนะคะ ยังอยู่ประเทศไทยค่ะ"

เราบอกว่าขอคนร่วมหุ้นแค่ 3-4 คน ทำไมไม่คุยกันส่วนตัว?
"คือเรายังไม่แน่ใจ แต่ส่วนใหญ่ก็ประมาณนี้ค่ะ และเรามองว่าช่องทางนี้เป็นช่องทางส่วนตัวค่ะ"

แต่ในไอจีเราโพสต์เหมือนเป็นการโฆษณาเชิญชวน?
"เราเชิญชวนเพื่อนๆ ไงคะ ซึ่งถ้าเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในไอจีเราก็จะไม่เห็นโพสต์นี้ นั่นแปลว่าคนที่เห็นต้องติดตามเรา เป็นเพื่อนๆ เราที่รู้จักกับเราถึงดูไอจีของเราค่ะ (แต่คนนอกก็รับรู้ข่าวสารของเราด้วย?) อาจจะมีคนนอกด้วยค่ะ แต่พอเขาติดต่อเข้ามาเราก็ไม่ได้รับค่ะ และแทบไม่ได้ตอบด้วยค่ะ ส่วนใหญ่จะตอบแค่คนที่เราสนิท"

เราทราบแล้วถึงเรื่องกฎหมาย รวมถึงโทษที่ต้องรับด้วย?
"ม่านว่าอันนี้ไม่ต้องแจ้งแล้วค่ะ เพราะก็ได้ชี้แจงผ่านทางช่องทางของพี่ๆ สื่อมวลชนไปหมดแล้ว ม่านก็ยังไม่ทราบอะไรมากเพราะเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ต้องถามเจ้าหน้าที่ค่ะ"

กลัวคนมองว่าเราอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ไหม?
"ถ้ากลัวคนมองอย่างนั้น เราก็ไม่ยุติตั้งแต่วันที่เรายังไม่รู้ค่ะ แต่นี่เรายุติตั้งแต่วันที่เรายังไม่รู้เลย นั่นแสดงเจตนาว่าเราไม่ได้คิดหรือมีเจตนาไม่ดีว่าเราจะหลอกลวงใครนะคะ เรายุติการเชิญชวนมาร่วมงาน แต่ในเรื่องการผลิตยังเดินหน้าต่อ อย่างที่ม่านบอกไปแล้วว่าการทำสินค้า 1 ตัว บริษัทต้องคาดคะเนงบประมาณการเงินการผลิตไว้อยู่แล้วว่าค่าโฆษณาเท่านี้ ค่าผลิตเท่านี้ ตอนนี้ผลิตภัณฑ์ก็ออกตามกำหนดการเดิม วางสินค้าจำหน่ายทั่วไป ตอนนี้ไม่ได้ใช้เงินใครนะคะ ยังไม่ได้รับเงินจากใครแม้แต่บาทเดียวนะคะ อันนี้ขอยืนยันเลยค่ะ"

มีอะไรอยากฝากทิ้งท้ายไหม?
"ก็อยากจะบอกว่าบางทีการทำธุรกิจใดๆ ก็แล้วแต่บางทีมันก็มีอุปสรรคนะคะ มีข้อผิดพลาด ก็อยากให้ทุกคนศึกษาให้ดีๆ ก่อนนะคะ ไม่อย่างนั้นจะโดนเหมือนม่าน เพราะม่านไม่เข้าใจกฎหมายตรงนี้จริงๆ ค่ะ ยังไงก็ต้องกราบขอโทษไปที่ทางท่าน ก.ล.ต. และเจ้าหน้าที่หน่วยงานทุกท่านที่เกี่ยวข้องที่เราไปเพิ่มภาระหน้าที่ให้แก่ท่านนะคะ ยังไงก็ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ".

ไฮโซม่านฟ้ายันไม่มีเจตนาฉ้อโกงด้วยการโพสต์ไอจีชวนร่วมทุนทำธุรกิจสบู่ เผยไม่รู้ข้อกฎหมายว่าห้ามโพสต์ลงสื่อสาธารณะ เพราะมันเป็นกฎหมายเฉพาะ ตอนที่ทำไม่คิดว่าคนจะมองเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ยินดีเข้าไปชี้แจงกับ ก.ล.ต. 12 ก.ย. 2559 14:09 12 ก.ย. 2559 14:32 ไทยรัฐ