วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

900 หมู่บ้าน 900 ตำบล 900 อำเภอ 77 จังหวัด

“ชุมชนท้องถิ่น”คือฐานรากของประเทศหากแข็งแรงแล้ว ประเทศชาติก็ย่อมมั่นคง

นี่คือเหตุผลสำคัญที่กรมพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น...กระทรวงมหาดไทย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ...กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 4 หน่วยงาน ผนึกกำลังกันภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ...

“การส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น”

ตั้งเป้าพัฒนาชุมชนท้องถิ่นต้นแบบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ตามหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จำนวน 900 หมู่บ้าน 900 ตำบล 900 อำเภอ 77 จังหวัด เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา

หัวใจสำคัญในการเดินหน้าประเทศไทยอย่างยั่งยืน ศ.นพ.ประเวศ วะสี สะท้อนผ่านปาฐกถาเรื่อง “ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”

“ถ้าพิจารณาจากรูปแบบการทำงานของผู้คนในสังคมไทยแล้วพบว่าส่วนใหญ่จะใช้หลักปรัชญาการถักทอเป็นแนวทางสำคัญ อย่างความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆในครั้งนี้ก็ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของการถักทอ เนื่องจากเป็นการนำประสบการณ์อันช่ำชองมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน...”

จนเกิด “พลัง” ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคมได้อย่างมหาศาล ต่างจากในหลายๆพื้นที่ ซึ่งมีวิธีคิดแบบแยกส่วนและโค่นล้มนำความโกลาหลมาสู่สังคมอย่างไม่สิ้นสุด

เช่น ประเทศอิรัก และซีเรีย ที่เคยเป็นศูนย์กลางความเจริญก่อนยุโรปเสียอีก แต่บัดนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ซึ่งอิทธิพลหนึ่งที่ทำให้แนวคิดนี้กระจายคือ กลุ่มประเทศตะวันตก ยืนยันจากเหตุการณ์ความรุนแรงในอดีต ทั้งสงครามครูเสด ซึ่งชาวคริสต์...ชาวมุสลิมต่างสู้รบกันยาวนานถึง 200 ปี

หรือสงครามระหว่างนิกายโรมันคาทอลิกและโปรเตสแตนต์ ที่ยืดเยื้อกว่า 30 ปี คร่าชีวิตคนเยอรมันไปถึง 1 ใน 3 ของประเทศนี่ยังไม่รวมไปถึงการต่อสู้ระหว่างลัทธิคอมมิวนิสต์และลัทธิทุนนิยม ซึ่งเป็นปัญหาระดับโลกจนถึงปัจจุบัน เพราะฉะนั้นจึงนับเป็นความโชคดีที่กระแสแยกส่วนและโค่นล้มปลุกไม่ขึ้นในบ้านเรา ไม่เช่นนั้น...ประเทศไทยก็คงปั่นป่วนและรุนแรงไม่แพ้หลายๆประเทศ

อย่างไรก็ดี ถ้าวิเคราะห์การคงอยู่ของแนวคิดเรื่องการถักทอ ปัจจัยที่ช่วยเสริมศักยภาพก็คือความเชื่อมโยงกัน อย่างความร่วมมือนี้แม้หน่วยงานแต่ละแห่งจะมีบริบทที่ต่างกัน แต่เพราะมีตัวเชื่อมโยงที่มีพลัง อย่างผู้บริหารของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งเคยเป็นข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยมาก่อน บวกกับมีประสบการณ์ในการทำงานชุมชนท้องถิ่นมานาน

ผล...จึงทำให้เกิดความเชื่อถือไว้วางใจซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะในกลุ่มข้าราชการประจำ จนสามารถผลึกกำลังเป็นจตุภาคีได้อย่างลงตัว เมื่อไปเชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น จึงกลายเป็นเบญจภาคี ซึ่งเป็นพลังเพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยไปสู่ความยั่งยืน ตามพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ความว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

ประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยามคือ สุขภาวะของคนไทยทั้งมวลจักเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความถูกต้องหรือมีธรรมครองทั้งแผ่นดิน เพราะฉะนั้นความร่วมมือกันจึงเป็นความถูกต้อง เนื่องจากเป็นการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ ไม่ได้ใช้อำนาจใครเหนือกัน แต่ยึดหลักเสมอภาคและภราดรภาพ

โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนท้องถิ่น ตามอุดมคติที่ว่าชุมชนท้องถิ่นเป็นฐานของประเทศ ถ้าฐานของประเทศแข็งแรง ประเทศก็ย่อมมั่นคงตามไปด้วย

อุดมคตินี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆหากแต่เกิดขึ้นจากข้อเท็จจริงในอดีต ด้วยสาเหตุที่ประเทศไทยล้มเหลวในหลายครั้ง เพราะมุ่งแต่จะสร้างพระเจดีย์จากยอด ซึ่งไม่มีทางสำเร็จได้เลย เพราะฉะนั้น ทางออกเดียวกันก็คือการมีสัมมาทิฐิ เพื่อให้เกิดสัมมาพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม

อย่างแนวทางในการขับเคลื่อนชุมชนที่ถือเป็นสัมมาพัฒนา รวบรวมสิ่งที่ดีที่สุดจากชุมชนทั่วประเทศ เพื่อสร้างชุมชนท้องถิ่นต้นแบบ เป็นตำบลศานติสุข มุ่งเน้นการพัฒนาที่มีคุณภาพ สร้างความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ทั้งมิติทางเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ การศึกษาประชาธิปไตย

“...แตกต่างจากประชาธิปไตยแบบการเลือกตั้ง แต่เป็นประชาธิปไตยทางจิตสำนึก และประชาธิปไตยประชาชน โดยประชาธิปไตยทางจิตสำนึกคือ การทำงานที่มุ่งประโยชน์เพื่อส่วนรวม ไม่ได้ใช้ตัวกูของกูเป็นตัวตั้ง...ขณะที่ประชาธิปไตยประชาชนคือการที่ประชาชนมาทำงานร่วมกันด้วยความเสมอภาค และความสามัคคีเพื่อฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาบ้านเมืองเรามีปัญหาเนื่องจากไปมุ่งเน้นประชาธิปไตยแบบการเลือกตั้ง โดยละเลยประชาธิปไตยรูปแบบอื่น ทำให้ประชาธิปไตยไทยเติบโตอย่างไม่มีคุณภาพ”

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้การสร้าง “ประชาธิปไตย” ที่สมบูรณ์ คือคุณภาพของเด็กและเยาวชน...ทุกวันนี้ประเทศไทยมีประชากรเกิดใหม่เฉลี่ยปีละ 700,000 คน ท้องถิ่นจึงควรให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะการศึกษาช่วงปฐมวัย ตั้งแต่คุณภาพของครู กระบวนการจัดการศึกษา หรือแม้แต่ทัศนคติของผู้ปกครองก็ตาม เพราะการศึกษาแนวใหม่จะมุ่งเน้นที่ตำราอย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องพัฒนาทุกมิติ

“ใช้ความจริงของชีวิตเป็นตัวตั้ง เพื่อเยาวชนเข้าใจตนเอง มีทักษะชีวิตในการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆรอบกายได้”

สมพร ใช้บางยาง ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เสริมว่า หน่วยงานทั้ง 4 แห่งจะขับเคลื่อนงานมีเอกภาพ ยึดหลักใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ประชาชนเป็นเป้าหมาย เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปในทิศทางเดียว ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้ข้อสรุปออกมา 5 แนวทาง

หนึ่ง...ระบบข้อมูลเพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นต้องสอดคล้อง ถูกต้อง ไม่ซ้ำซ้อนในการดำเนินการจนกลายเป็นภาระของผู้นำชุมชน...อาสาสมัคร สอง...การใช้ระบบข้อมูลในการจัดทำแผน เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน สาม...การเพิ่มขีดความสามารถของแกนนำ บุคลากร ให้สอดคล้องกับความถนัด ความต้องการ

สี่...การพัฒนาตัวชี้วัดชุมชนเข้มแข็งให้ชัดเจน สิ่งใดคือทุนในพื้นที่ สร้างความตระหนักรู้ตลอดจนสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้เกิดตัวชี้วัดร่วมกันในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ห้า...ชุมชนท้องถิ่นต้นแบบ...ชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการตนเองได้ สร้างมาตรฐานและคุณลักษณะที่ชัดเจน

ศ.นพ.ประเวศ วะสี ย้ำว่า กระบวนการที่จะทำให้ชุมชนเกิดความยั่งยืน ต้องสร้างความเข้มแข็งในหมู่ประชาชนเสียก่อน หลายพื้นที่จัดตั้งสภาผู้นำชุมชนขึ้นมา โดยเลือกเฟ้นมาจากผู้นำตามธรรมชาติที่มีอยู่ในชุมชนราว 40-50 คน จากนั้น...ก็เริ่มมีการสำรวจข้อมูลชุมชน เพื่อจัดทำแผนชุมชนในสภาประชาชน

“ประชาธิปไตยทางตรง”...เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ทุกคนก็จะร่วมกันขับเคลื่อนแผนด้วยพลังมากกว่าการที่ภาครัฐลงมากำหนดหรือวางนโยบาย...ไม่ใช่จินตนาการ และสามารถบูรณาการไปสู่ “สังคมศานติสุข” อย่างแท้จริง.

“ชุมชนท้องถิ่น”คือฐานรากของประเทศหากแข็งแรงแล้ว ประเทศชาติก็ย่อมมั่นคง นี่คือเหตุผลสำคัญที่กรมพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น...กระทรวงมหาดไทย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) 12 ก.ย. 2559 13:15 12 ก.ย. 2559 13:29 ไทยรัฐ