วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น่ารักชะมัด! เปิดโปรไฟล์เซเลบฯ นักบริหาร ‘กิ๊ฟ ญาดา’ รอยยิ้มหวานชวนหลง!

เชื่อว่ามีอยู่ไม่กี่คนนักที่คุณจะถูกตาต้องใจเวลาเดินผ่าน เราก็เช่นกัน แวบแรกที่เห็นเซเลบฯ ผู้บริหารสาวสวย ‘กิ๊ฟ-ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์’ ในงานเปิดตัวสกินแคร์บำรุงผิวหน้าจากประเทศญี่ปุ่น 'ซาน่า นาเมรากะโฮมโปะ (Sana Namerakahonpo)' เป็นต้องสะดุดกับรอยยิ้มหวานๆ แทบจะละลายใจได้เลย จนเราไม่อาจพลาดคว้าตัวเธอมาเปิดคอลัมน์ ไฮโซโปรไฟล์ ให้รู้จักกันมากขึ้น ทั้งสวย รวย เก่ง แถมฝีมือบริหารไม่เป็นรองใครแบบนี้ก็เลิฟเลยสิ !!

ที่มานิกเนม : เป็นของขวัญของคุณพ่อคุณแม่
อายุ :
32 ปี
วันเกิด :
9 มี.ค. 1984
ส่วนสูง-น้ำหนัก :
161 ซม.-48 กก.
พี่น้อง :
มีน้อง 2 คน (เราเป็นพี่คนโต)
การศึกษา :
จบ ป.ตรี ที่ ABAC คณะนิเทศศาสตร์ สาขา Advertising และ ป.โท ที่ NIDA ด้านภาษาและการสื่อสาร (ภาคภาษาอังกฤษ)
อาชีพปัจจุบัน :
บริหาร รร.บ้านราชประสงค์ และ Estrella Spa
อาหารที่ชอบ :
ติ่มซำ
ที่เที่ยวสุดโปรด :
Macau
สิ่งที่เกลียด-กลัวสุดๆ :
แมลงสาบ
คติประจำใจ :
ทำทุกวันให้ดีที่สุด
สิ่งที่คาดหวังในอนาคต :
มีครอบครัวที่อบอุ่น
อินสตาแกรม :
Yadagift

เป็นเจ้าของธุรกิจสปานะ...รู้ยัง ?!
มันเริ่มจากส่วนตัวเราเป็นคนรักสวยรักงามตั้งแต่เด็กๆ เราชอบเข้าสปา ชอบนวด-ขัดผิวบ่อยๆ ทำโน่นทำนี่จนรู้ว่าขั้นตอนเป็นยังไง มันก็เลยทำให้เราอยากคิดเปิดสปาเองบ้าง ภายนอกมองอาจคิดว่าเป็นเรื่องง่าย เราก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เราคิดว่าถ้าเปิดสปาก็จะได้ทำสปาเองทุกวันเลย จริงๆ ธุรกิจนี้เป็นอีกหนึ่งความฝันที่เราอยากทำตั้งแต่เด็กๆ นะ ถึงตอนนี้ธุรกิจ Estrella Spa เราทำมาได้ 7 ปีแล้ว

Estrella Spa ต่างจากสปาที่อื่นๆ ยังไง
สปาของเราเข้าไปแค่บรรยากาศก็แตกต่างแล้ว อีกทั้ง การตกแต่งห้องแต่ละห้องจะไม่เหมือนกันเลย เรามีทั้งหมด 8 ห้อง 8 ดีไซน์ (ไม่รวมโซนไทยกับห้องทำผม) แต่ละห้องมีทั้งตกแต่งแบบจีนบ้าง อินเดียบ้าง เสมือนให้คุณได้ไปท่องเที่ยวที่ต่างๆ มันเป็นอีกหนึ่งจุดขายที่ทำให้ลูกค้าที่มาบ่อยๆ ไม่รู้สึกเบื่อ เราจะจับเขาเปลี่ยนห้องไปเรื่อยๆ (หัวเราะร่า)

ไอเดียคอนเซปต์นี้เราเป็นคนคิดเองทั้งหมด เพราะส่วนตัวเราก็เป็นคนชอบเที่ยวต่างประเทศ เราก็จะได้ไอเดียจากที่นั่นที่นี่ และคิดว่าถ้าเกิดเราชอบทุกที่เลยล่ะจะทำยังไง ตอนที่เขาเขียนแบบ เราเลยบอกความต้องการไปว่า ความชอบของเราคืออะไร เราอยากได้แบบไหน สไตล์ไหน ตลอดจน Product ที่เราใช้ก็เป็นออร์แกนิกส์ เพราะตัวเราเองเป็นคนแพ้ง่าย ฉะนั้นก่อนที่เราจะให้ลูกค้าใช้ เราจะต้องมีการทดสอบก่อนแล้วเราต้องใช้เองก่อน ถ้าเราไม่แพ้ลูกค้าถึงใช้ได้

เปิดมานานถึง 7 ปี แบรนด์มีจุดแข็ง-จุดอ่อนตรงไหนบ้าง
จุดแข็งเราว่าตอนนี้แบรนด์เราอยู่ตัวแล้วนะ ทั้ง Product การบริการต่างๆ ทว่าจุดอ่อนที่เห็นได้ชัดเลย คือเรื่องของคน บางทีเราเทรนพนักงานจนเก่งมากๆ แต่วันหนึ่งเขาต้องการ Off ตรงนี้ไปเรียนต่อบ้างล่ะ หรือไปทำธุรกิจส่วนตัวบ้างล่ะ เขาไม่อยู่กับเรา เราก็ต้องหาพนักงานใหม่มาเทรนอยู่เรื่อยๆ แล้วกว่าที่จะเทรนคนใหม่ให้ได้ตามมาตรฐาน มันก็ยากและใช้เวลา นี่ก็ถือเป็นจุดที่ยังต้องแก้กันไป

คุณพ่อคุณแม่แนะนำเรื่องการทำงาน
ท่านสอนเยอะมากนะ ยิ่งคุณพ่อเป็นฮีโร่ของเราเลย เพราะคุณพ่อเริ่มมาจากศูนย์จริงๆ แล้วค่อยๆ สร้าง ค่อยๆ มามีจนทุกวันนี้ คุณพ่อสอนเสมอว่าสิ่งสำคัญในการทำงาน คือเราต้องใจเย็น มองอะไรให้กว้าง อย่ามองแต่อะไรเล็กๆ เพราะถ้าเรามองอยู่แค่นี้ธุรกิจมันก็จะอยู่แค่นี้ บางทีเราอาจจะต้องปิดตาข้างหนึ่ง รวมไปถึงสอนเรื่องการคุมคนด้วย

สาขาที่เปิดถ้าใครสนใจ
เราเปิดอยู่ชั้น 2 ในตัวโรงแรมอนันตราบ้านราชประสงค์ ซึ่งเป็นธุรกิจของบ้านเราเลย และอีกไม่นานก็จะไปเปิดที่หัวหิน เพราะคุณพ่อไปเปิดโครงการ The Energy Hua-Hin อยู่ที่นั่น (ข้างในจะเป็นคอนโดกับโรงแรม) ถามว่าเราไม่คิดจะออกมาเปิดสปาข้างนอกบ้างเลย เอาจริงๆ เราไม่เคยคิดเลยนะ เพราะทำเลทุกอย่างโดยรวมที่เรามีมันโอเคอยู่แล้ว เรามีพื้นที่ที่ดีอยู่แล้ว ฉะนั้นเราไม่รู้จะไปเปิดสาขาข้างนอกทำไม

ส่วนสาขาที่ต่างประเทศ อันนี้ก็มีคนชวนเยอะมากเหมือนกัน แต่เราคิดว่าแค่ในประเทศยังจะไม่รอดเลย การไปเปิดในต่างประเทศไม่ใช่แค่ไปเปิดแล้วจบนะ ทว่าหมายถึงเราจะต้องสลับร่างไปอยู่ (ดูแล) ที่ต่างประเทศด้วย ซึ่งเราคิดว่ามันเป็นอะไรที่หนักเกินไป เพราะงานที่ไทยก็หนักอยู่แล้ว อีกทั้งยังต้องไปเปิดสาขาที่หัวหิน ออกอีเวนต์อีก มันคงจะไม่ไหวแน่ๆ ยิ่งเราทำคนเดียวด้วยแล้ว เราอยากทำทุกอย่างให้ออกมาดี แต่เรารู้ตัวว่าในเวลาเดียวกันไม่สามารถโฟกัสทุกสิ่งอย่าง แล้วทำให้มันออกมาดีได้หมด ฉะนั้นเราขอโฟกัสไปทีละอย่างแล้วทำให้ทุกอย่างมันดีดีกว่า

คุณพ่อคุณแม่ฟิกไหมต้องกลับไปช่วยธุรกิจที่บ้าน
เอาจริงๆ คุณพ่อคุณแม่ไม่ฟิกนะ ท่านไม่เคยบังคับ-ไม่เคยห้ามอะไรเลย ตรงกันข้ามกับให้อิสระเรากับน้องๆ เต็มที่ในการคิด ในการทำอะไร เราชอบอะไรคุณพ่อคุณแม่ก็สนับสนุนตลอด อย่างสปาที่ทำอยู่ ท่านก็สนับสนุนเต็มที่ หรือน้องคนที่ 2 ชอบเรื่องอาหาร ตอนนี้ก็ไปเป็นบล็อกเกอร์ ถ้าถามว่าเราได้เข้าไปช่วยธุรกิจที่บ้านบ้างไหม เราก็ช่วยดูแลอยู่เรื่อยๆ นะ ส่วนใหญ่จะเป็นในเรื่องการพีอาร์ เพราะเราเรียนจบโทพีอาร์มา และอีกอย่างที่บ้านก็เป็นคนขี้อายหมดเลย ถ้าจะมีตัวแทนออกสื่อฯ ก็จะเป็นตัวเราตลอด (หัวเราะร่า) หลายคนเห็นเราตามสื่อฯ ทำทั้งงานที่บ้าน และธุรกิจสปาเองก็จะมองว่าเราทำงานเยอะ

คติ หรือแนวคิดในการทำงาน
เราทำงานด้านบริการ ฉะนั้นเราจะต้องมองในมุมมองของลูกค้าเสมอ ย้อนคิดว่าตัวเราเองอยากได้อะไร ลูกค้าก็ต้องอยากได้แบบนั้นเหมือนกัน ถ้าตัวเราต้องการความสะดวกสบาย ผ่อนคลาย ลูกค้าก็อยากได้แบบนั้นเช่นกัน อีกทั้งเราต้องฟังเวลาที่ลูกค้าบอก หรือติชม เราจะได้เข้าใจเขาว่าต้องการอะไร ยังไง เคยมีกรณีที่ Reception ใหม่พูดจาไม่ค่อยดีกับลูกค้า เราก็ต้องเทรนให้เขาเข้าใจว่า ลูกค้าจ่ายเงินเท่านี้มันไม่แปลกถ้าเขาจะถามเยอะ เราจะได้รู้ว่าสิ่งที่เขาต้องการคืออะไร และตอบโจทย์ในสิ่งที่เขารีเควสต์ได้ ... นี่คือหัวใจหลักของงานบริการ

ทำงานเยอะขนาดนี้มีเคล็ดลับดูแลตัวเองยังไงบ้าง (โดยเฉพาะผิว)
มีคนถามเยอะมาก (หัวเราะ) เราจะบอกหลักๆ เลยนะ ในหนึ่งวันเราดื่มน้ำเยอะมาก บางคนดื่มวันละ 7-8 แก้วเป็นมาตรฐาน แต่เราจะต้องมีขวดน้ำส่วนตัวที่พกติดไว้ประมาณ 2 ลิตรในรถ แล้วต้องดื่มให้ได้มากกว่านั้น หมายถึงในหนึ่งวันเราอาจจะดื่มน้ำ 3-4 ลิตร เราต้องบังคับตัวเองดื่มให้ได้มากกว่าที่เราเอามา

มีทานอาหารคลีนบ้างไหม ? เราไม่ทานเลย ไม่ใช่เพราะเราไม่ชอบนะ แต่เนื่องจากเราเป็นคนทำงานเยอะ บางวันต้องทำงานข้างนอกด้วย มันก็เลยทำให้เราใช้พลังงานไปมาก ถ้าจะทานแต่อาหารคลีนให้พลังงานต่ำเลยไม่โอเคเท่าไร ส่วนใหญ่ทำจริงๆ เราจะเลี่ยงนับเป็นแคลอรีมากกว่า สิ่งสำคัญสุดคือ พวกวิตามินเสริม อาหารเสริม อันนี้มันช่วยบำรุงผิวได้มากจริงๆ เราทานมาตลอด 7 ปีได้แล้ว

สถานที่พักผ่อนสุดชิล
เราทำงาน 7 วันก็จริง แต่ก็จะหาเวลาไปเที่ยวทุกเดือน เป็นการเที่ยวสั้นๆ แบบ 2-3 วัน เราชอบไปเที่ยวต่างประเทศ แต่เป็นที่ใกล้ๆ นะ เพราะเราไม่ชอบนั่งเครื่องบินนาน ที่ไปบ่อยๆ เลยก็จะเป็นมาเก๊า ฮ่องกง และสิงคโปร์ ไปทีไรก็จะหิ้วเครื่องสำอางกลับมาเยอะมาก ใช้ไม่เคยหมดเลย (หัวเราะร่า)

แนวสไตล์การแต่งตัว
เราเป็นคนแต่งตัวเรียบๆ ชอบใส่อะไรคุมโทนแบบสีขาว-สีดำ ไม่ชอบฉูดฉาดเลย เวลาไปทำงานแต่งตัวแบบไหน เอาจริงๆ เราจะแต่งแล้วแต่อารมณ์ บางวันก็หวาน บางวันก็แนว แต่สีที่เราไม่ชอบที่สุดคือ สีชมพู แบบนั้นก็หวานเกิน ไม่เข้ากับเราเลย ถามถึงแบรนด์โปรด เราชอบเสื้อผ้าของแบรนด์ไทยดีไซเนอร์นะ อย่างแบรนด์ Disaya จะช็อปบ่อยมาก...ก ยิ่งที่ทำงานเราอยู่ใกล้เซ็นทรัลชิดลม เอ็มบาสซี เราไปเดินบ่อยเลยทีเดียว

สุดท้ายวางแผนสเตปต่อไปกับชีวิต และการทำงานอย่างไรบ้าง
ถ้าเป็นในเรื่องการทำงาน ตอนนี้เราแฮปปี้มาก ทุกอย่างอยู่ตัวแล้ว เหลือแต่รอให้โครงการที่หัวหินเสร็จ เราก็อาจจะเข้าไปดูแลธุรกิจสปาที่นั่นมากขึ้น ส่วนในเรื่องชีวิตคู่ ตอนนี้เราคบกับแฟนเข้าปีที่ 4 แล้ว เราก็เหมือนผู้หญิงทั่วไปที่คบกันในระดับหนึ่งก็แต่งงาน ถามว่าเราพร้อมไหม เราพร้อมมากนะ แต่ไม่รู้แฟน ก็รอให้ขออยู่เหมือนกัน เขาอาจจะโตช้ากว่าผู้หญิงนิดหนึ่งมั้ง (หัวเราะร่า) ยังไงสุดท้ายแล้วเราก็อยากทำชีวิตคู่ให้มันดีที่สุด

เชื่อว่ามีอยู่ไม่กี่คนนักที่คุณจะถูกตาต้องใจเวลาเดินผ่าน เราก็เช่นกัน แวบแรกที่เห็นเซเลบฯ ผู้บริหารสาวสวย ‘กิ๊ฟ-ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์’ ในงานเปิดตัวสกินแคร์บำรุงผิวหน้าจากประเทศญี่ปุ่น 'ซาน่า นาเมรากะโฮมโปะ (Sana Namerakahonpo)' 12 ก.ย. 2559 11:28 ไทยรัฐ