วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“เซ็ตซีโร่” เบิกทางสู่เปลี่ยนผ่าน

“เซ็ตซีโร่” เบิกทางสู่เปลี่ยนผ่าน

โดย สายล่อฟ้า
13 ก.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

ทิศทางการเมืองหลังจากรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงผ่านประชามติไปแล้วรวมทั้งการจัดแถวทหาร ซึ่งเป็นไปตามแนวทางผสมผสานเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพเพื่อประโยชน์ในด้านความมั่นคงและมั่นใจ

คำถามพ่วงนั้นแม้จะผ่านประชามติไปแล้วแต่ก็ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าถูกต้องสอดรับกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้าย

ปัญหาที่ขัดแย้งมีอยู่เพียงประเด็นเดียวคือความเห็นที่ต่างกันเมื่อ กรธ.เห็นว่า ส.ว. 250 คน มีอำนาจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเพียงอย่างเดียว ไม่มีอำนาจที่จะเสนอชื่อนายกฯจากคนนอก

ด้วยการยึดเอาสาระจากคำถามพ่วงที่เป็นลายลักษณ์อักษร เพราะไม่ได้ระบุว่า ส.ว. มีอำนาจในการเสนอชื่อ

แต่ สนช.–สปท. มีความเห็นต่างที่กว้างไปกว่านั้น

เพราะมีการตีความกันแล้วว่าการให้ ส.ว. ร่วมโหวตได้ก็ต้องมีสิทธิที่จะเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกฯได้

พูดง่ายๆ ว่าครอบจักรวาลแม้ไม่ได้เขียนเอาไว้ตรงๆก็ตาม

ทั้งหลายทั้งปวงจึงขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญจะตีความออกมาอย่างไร หากเห็นด้วยกับ กรธ.ก็จบกันไปไว หากเห็นตรงกับ สนช. ก็ต้องให้ กรธ.นำไปเขียนใหม่

ทว่าจะต้องระบุว่าด้วยเพราะอะไรและจะให้เขียนอย่างไร

เหนืออื่นใดประเด็นสำคัญที่กำลังมีการขับเคลื่อนกันอย่างเต็มที่ก็คือกฎหมายลูกหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับที่ กรธ. จะทำหน้าที่รับผิดชอบด้วยการเขียนกฎหมายทั้งหมดหลังจากรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างๆ

หากคลอดออกมาเรียบร้อยก็ต้องเสนอให้ สนช. พิจารณาเพื่อจะได้ออกมาเป็นกฎหมายประกาศใช้ต่อไป

แต่กฎหมายสำคัญจะมี 4 ฉบับที่จะต้องดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะไปสู่การเลือกตั้ง เพราะเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง

1. กฎหมายพรรคการเมือง

2. กฎหมายเลือกตั้ง

3. การได้มาซึ่ง ส.ส. จำนวน 500 คน จาก ส.ส. เขต และ ส.ว. ปาร์ตี้ลิสต์

4. การได้มาซึ่ง ส.ว. จำนวน 250 คน มาโดยตำแหน่ง 6 คน คือปลัดกลาโหม ผบ.สูงสุด ผบ.ทบ. ผบ.ทร. ผบ.ทอ. และ ผบ.ตร.

50 คน มาจากกลุ่มอาชีพต่างๆที่เลือกกันเอง และอีก 194 คน มาจากการแต่งตั้งของ คสช. จากจำนวนที่คัดเลือกเอาไว้ 300 คน

แต่ที่ดูยุ่งยากไม่ใช่น้อยก็คือกฎหมายพรรคการเมืองและกฎหมายเลือกตั้งเพราะจะเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองและนักการเมืองโดยตรง

จึงมีการเสนอความคิดเห็นที่หลากหลาย ซึ่งมีทั้งเห็นและไม่เห็นด้วยต่างประเด็นกันไป โดยเฉพาะนักการเมือง ซึ่งจะต้องรับผลจากกฎหมายทั้ง 2 ฉบับโดยตรงจึงต้องออกแรงคัดค้านเพราะมองว่าเป็นการจำกัดสิทธิและประโยชน์อย่างที่เคยได้มา

มีประเด็นหนึ่งที่พูดกันมากก็คือ “เซ็ตซีโร่” เพื่อล้างไพ่กันใหม่เริ่มต้นจากศูนย์เท่ากันหมดไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่หรือพรรคการเมืองที่จะตั้งกันขึ้นมาใหม่

ปรากฏสำนักโพลแห่งหนึ่งได้สำรวจความเห็นของประชาชนในเรื่องนี้ส่วนใหญ่ร้อยละ 77.6 เห็นด้วยเนื่องจากไม่เชื่อใจนักการเมืองจะพาประเทศไปสู่ทางออก เพราะคือต้นเหตุของความขัดแย้ง

ด้วยการเสนอให้นักการเมืองปฏิรูปตัวเอง อย่าทุจริตคอร์รัปชัน หาประโยชน์เพื่อตัวเองและพวกพ้อง อย่ายั่วยุ ก้าวร้าว ปลุกระดม อย่ากร่าง โอ้อวด พัวพันผู้มีอิทธิพล

เสียงประชาชนออกมาอย่างนี้ท่าทางจะต้านไม่อยู่เสียแล้ว.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้