วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทุจริตเลือกตั้งเจอหนัก ใบแดงมีโทษ10ปี

ถ้าใบดําตลอดชีพ บิ๊กตู่เปิดไฟไล่โกง

กกต.ชงร่าง ก.ม.ลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.สุดเฮี้ยบแบบมีคลาส ซอยละเอียดปมทุจริต เพิ่ม “ใบส้ม-ใบดำ” นอกเหนือจากของเดิมที่มีแค่ “ใบเหลือง-ใบแดง” วางเกณฑ์แจกใบส้มเพื่อระงับสิทธิชั่วคราว 1 ปี ส่วนใบแดงโทษรุนแรงขึ้นตัดสิทธิถึง 10 ปี ขณะที่ใบดำอำมหิตตัดสิทธิตลอดชีพ ย้ำสิทธิขาดของ กกต.พิจารณาจัดเลือกตั้งหรือไม่กรณีเกิดเหตุอลเวง กรธ.ยังเปิดกว้างจัดเวทีฟังความเห็นเพื่อนำไปเขียน ก.ม.ลูก 28 ก.ย. เผยศาลรธน.เตรียมพิจารณาร่าง รธน.ฉบับปรับแต่ง 14 ก.ย. สปท.ยังตื๊อไม่เลิกโชว์เจตนารมณ์แน่วแน่ให้ ส.ว.มีสิทธิชงชื่อนายกฯ แต่พับแผนรีเซ็ตสมาชิกพรรคสะท้าน ข้อครหาเป็นไอ้ห้อยไอ้โหน จ้องขยี้พรรคการเมือง พท.ซัดแถเอาใจผู้มีอำนาจหวังฟลุกเป็น ส.ว.ลากตั้ง ปชป.เหน็บเน้นทฤษฎีแต่วิธีปฏิบัติไม่ได้ โหร คมช.ฟันธงอีก “บิ๊กตู่” ผลงานสวยหรูต้องอยู่ต่อ ระบุชัดเป็นนายกฯอีกรอบนั่งนานพอสมควร

ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ในประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมตามคำถามพ่วงที่ผ่านประชามติมาพร้อมกับร่างรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันการยกร่างกฎหมายลูก หรือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ทุกฝ่ายก็กำลังเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการเลือกตั้ง เพื่อให้ทุกอย่างเดินไปตามระยะเวลาโรดแม็ป

กกต.เปิดร่าง ก.ม.ลูกเลือกตั้ง ส.ส.

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า หลังจาก กกต.ได้ส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าพรรคการเมืองให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พิจารณาไปแล้ว 1 ฉบับ ในการประชุม กกต. วันที่ 13 ก.ย.นี้ กกต.จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยมีเนื้อหาแบ่งออกเป็น 5 หมวด มีการกำหนดระดับความผิดฐานกระทำทุจริตไว้เป็น “ใบเหลือง-ใบส้ม-ใบแดง-ใบดำ” โดยใบเหลือง คือก่อนหรือในวันเลือกตั้ง เมื่อ กกต.สืบสวนไต่สวนแล้วพบเห็นการกระทำที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริต มีอำนาจสั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไข เปลี่ยนแปลง ยกเลิกการเลือกตั้ง และสั่งให้ดำเนินการเลือกตั้งใหม่ หรือนับคะแนนเลือกใหม่ในหน่วยเลือกตั้งบางหน่วยหรือทุกหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงในกรณีหลังประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อว่าการเลือกตั้งนั้นไม่สุจริต สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาขอให้สั่งเลือกตั้งใหม่ได้ หรือกรณี กกต.ยื่นขอให้ศาลพิจารณาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งจากกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งกระทำทุจริต หรือรู้เห็นการกระทำของบุคคลอื่น แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้สมัครไม่ได้กระทำทุจริต หรือรู้เห็นการกระทำทุจริตของบุคคลอื่น ศาลอาจสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ ซึ่งก็ให้สมาชิกสภาพของ ส.ส.ในเขตนั้นสิ้นสุดลง

เพิ่มโทษใบส้มตัดสิทธิเลือกตั้ง 1 ปี

ส่วนใบส้ม คือ หลังวันเลือกตั้ง ตั้งแต่ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง ถ้า กกต.พบว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้รับคะแนนอยู่ในลำดับที่ได้รับการเลือกตั้ง เป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัคร ให้ กกต.สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ และสั่งระงับสิทธิการรับสมัครของผู้นั้น หรือมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งกระทำ หรือรู้เห็นการกระทำบุคคลอื่น จนเป็นเหตุให้การเลือกตั้งนั้นไม่สุจริต มีการนับคะแนนไม่ถูกต้อง ให้ กกต.ระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้นไว้ชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี โดยให้คำสั่ง กกต.ถือเป็นที่สุด

ใบแดงตัดสิทธิ 10 ปี–ชดใช้ค่า ลต.

ขณะที่ใบแดง เป็นกรณีหลังการประกาศผลการเลือกตั้ง หาก กกต.พบว่า ผู้ที่เป็น ส.ส.นั้น เป็นผู้ที่ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาพิจารณาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลนั้น นอกจากกรณี กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใดกระทำการทุจริตเลือกตั้ง หรือรู้เห็นการกระทำของบุคคลอื่นที่ทำให้การเลือกตั้งนั้นไม่สุจริต ก็ให้ยื่นต่อศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี และสั่งเลือกตั้งใหม่กรณีผู้นั้นเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง พร้อมให้รับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้ง ทั้งค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษจำนวน 2% ของค่าใช้จ่ายจัดการเลือกตั้งครั้งที่เป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่ง ให้คืนเงินประจำตำแหน่ง ประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดำรงตำแหน่งดังกล่าว

ใบดำหมดอนาคตห้ามเล่นชั่วชีวิต

สำหรับใบดำนั้น เป็นกรณีที่บทบัญญัติในร่างกฎหมายดังกล่าวเขียนล้อมาจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำหนดให้มีโทษการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งโดยไม่ได้มีกำหนดระยะเวลารับโทษว่าจะนานกี่ปี เพิ่มเติมเข้ามานอกเหนือจากโทษของการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งที่จะมีการกำหนดไว้ชัดเจนว่า 5 หรือ 10 ปี หากผู้สมัครหรือ ส.ส.คนใดศาลฎีกามีคำพิพากษาว่ามีความผิดชัดแจ้งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งก็จะถือว่าเป็นผู้ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีพ ซึ่งการถูกเพิกถอนสิทธิ สมัครรับเลือกตั้ง เป็นลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆทางการเมือง และกรรมการองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือ ส.ว.

ถ้าวุ่นวาย กกต.เลื่อนวันเลือกตั้งได้

นอกจากนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวยังให้ กกต.เป็นผู้มีอำนาจประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง และกรณีมีเหตุอันจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จนทำให้ กกต.ไม่อาจจัดการเลือกตั้งตามวันที่ กกต.ประกาศ เช่น ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นจำนวนมากกว่า 5% หรือ 18 เขต ของจำนวนเขตเลือกตั้งทั้งหมด 350 เขตเลือกตั้ง สืบเนื่องจากมีมวลชนปิดล้อม ทำให้ กกต.ไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ร้อยละ 95% ในครั้งแรก ให้ กกต.สามารถกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เหตุดังกล่าวสิ้นสุด ส่วนการเปิดรับสมัครพื้นที่ใดเกิดเหตุจลาจล หรือเหตุสุดวิสัยอื่น กกต.สามารถดำเนินการรับสมัครโดยวิธีการอื่นได้ ผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองสามารถถอน หรือเปลี่ยนแปลงผู้สมัครรับเลือกตั้งได้กรณีผู้สมัครรับเลือกตั้งตาย ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม โดยต้องกระทำก่อนการปิดรับสมัคร แต่ในอดีตเมื่อสมัครแล้วจะไม่สามารถถอนหรือเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนการหาเสียง พรรคการเมือง นักการเมืองจะต้องติดป้ายหาเสียงในสถานที่ที่ กกต.กำหนดเท่านั้น นอกจากนี้ ในบทเฉพาะกาลยังกำหนดว่าบุคคลใดที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. 2550 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 ยังคงให้ถือว่าผู้นั้นถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตามร่าง พ.ร.บ.นี้

กรธ.เปิดเวทีฟังความเห็น 28 ก.ย.

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. กล่าวว่า ในวันที่ 28 ก.ย. กรธ.จะจัดเวทีให้ทุกฝ่ายมาแสดงความคิดเห็น อยากพูดอะไรให้พูดทั้งหมด และ กรธ.จะทำหน้าที่รับฟังเพียงอย่างเดียว ด้วยความเป็นกลางเพื่อหาแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองในการออกแบบกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองต่อไป แต่หากฟังความเห็นแล้ว ไม่เกิดประโยชน์และเป็นการทำลายล้างพรรคการเมืองเราก็ไม่ทำ

คาด 14 ก.ย. ศาล รธน.ถกร่าง รธน.

สำหรับความคืบหน้าการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่งร่างแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติในประเด็นคำถามพ่วง ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณานั้น วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาล รัฐธรรมนูญว่า หลังจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีหนังสือขอความเห็นจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ให้ส่งภายวันที่ 12 ก.ย. ทั้งนี้ ตามกระบวนการพิจารณา เมื่อสำนักงานฯได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากทุกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว ก็จะเสนอข้อมูลให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาและศึกษา หลักการเบื้องต้นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะดูว่าข้อมูลที่ได้รับมามีความเกี่ยวข้องและสามารถนำมาใช้ในการประกอบการพิจารณาได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าเห็นว่าข้อมูลที่ได้รับมาเพียงพอต่อการพิจารณาวินิจฉัย ก็สามารถอภิปรายและนัดลงมติได้ทันที

แต่ถ้าข้อมูลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เพียงพอต่อการ พิจารณาวินิจฉัยก็อาจจะมีหนังสือขอข้อมูลเพิ่มเติมไปยังฝ่ายนั้นก็ได้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันพุธ 14 ก.ย.นี้ น่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้ามาหารือด้วย

สปท.กางเจตนารมณ์ตื๊อ ส.ว.ชงชื่อ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากวิป สปท.ให้รวบรวมประเด็นตามเจตนารมณ์คำถามพ่วงประชามติที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 12 ก.ย. ขณะนี้ใกล้เสร็จแล้ว โดยจะนำเหตุผลของ สปท.ในการเสนอคำถามพ่วง บันทึกการประชุมเรื่องคำถามพ่วง ที่เป็นมติสปท.วันที่ 1 เม.ย.59 รวมทั้งคำอภิปรายของสมาชิกสปท.ในวันดังกล่าว ตลอดจนความเห็นของ สปท. ที่เคยให้ข้อเสนอต่อ กรธ.เรื่องการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญ ส่งไปประกอบให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย รวมทั้งชี้ข้อกฎหมายให้เห็นว่า รัฐธรรมนูญต้องปรับแก้ให้สอดคล้องกับคำถามพ่วง ซึ่งคำถามพ่วงตามมติของที่ประชุม สปท.เมื่อวันที่ 1 เม.ย. คือ “ในช่วง 5 ปีแรกของการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้นายก– รัฐมนตรีต้องมาจากความเห็นชอบของที่ประชุมรัฐสภา” คำว่าต้องมาจากความเห็นชอบของที่ประชุมรัฐสภา มีเจตนารมณ์ครอบคลุมทั้งการให้ ส.ว.มีสิทธิทั้งโหวต และเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้ในทุกขั้นตอน สอดคล้องกับมติที่ สปท.เคยเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ต่อ กรธ.ว่า ไม่เห็นด้วยให้บุคคลที่จะเป็นนายกฯต้องมาจาก 3 บัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอมา แต่ไม่ได้รับการแก้ไขจาก กรธ. จึงเป็นที่มาของคำถามพ่วง สปท.

ถอยฉากพับแผนรีเซ็ตสมาชิกพรรค

นายเสรียังกล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองคัดค้านข้อเสนอ สปท.เรื่องการรีเซ็ตบัญชีสมาชิกพรรคใหม่ทั้งหมดว่า ล่าสุด กมธ.ได้ปรับแก้เนื้อหาในส่วนการให้พรรคการเมืองต้องยื่นจดทะเบียนสมาชิกพรรคใหม่ว่า หากพรรคใดไม่ต้องการรีเซ็ตรายชื่อสมาชิกพรรคใหม่ทั้งหมด ก็สามารถทำหนังสือยืนยันรายชื่อสมาชิกพรรคทั้งหมด เพื่อรับรองว่าสมาชิกพรรคที่มีอยู่เดิมนั้นมีความถูกต้อง การปรับแก้ดังกล่าวเพื่อให้เกิดทางเลือกแก่พรรคการเมืองมากขึ้น แต่หากพบว่ารายชื่อสมาชิกพรรคการเมืองที่แต่ละพรรคยืนยันมาไม่เป็นความจริง ก็จะมีบทลงโทษเช่นกัน เพราะปัจจุบันมีสมาชิกพรรคจำนวนมากถูกนำชื่อมาแอบอ้างโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม หรือไม่รู้ตัว บางคนเป็นสมาชิกพรรคซ้ำซ้อนกันหลายพรรค ดังนั้นจึงต้องให้มีการยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากพรรคใดต้องการจะจดทะเบียนรายชื่อสมาชิกพรรคใหม่ก็สามารถทำได้เช่นกัน

ผวาเป็นจำเลยรังแกพรรคการเมือง

นายสมพงษ์ สระกวี สปท.การเมือง กล่าวว่า เหตุผลที่ กมธ.ยอมปรับแก้เนื้อหาเรื่องการรีเซตรายชื่อสมาชิกพรรคการเมือง เนื่องจากไม่อยากเป็นจำเลยถูกโจมตีว่าจ้องจะรีเซตหรือกลั่นแกล้งให้พรรค การเมืองเล็กลง ไม่อยากถูกมองว่าเป็นไอ้ห้อยไอ้โหน ดังนั้นอะไรที่ตึงไปก็หย่อนให้ แต่การหย่อนให้ครั้งนี้ไม่รู้จะเป็นผลดีต่อพรรคการเมืองหรือไม่ เพราะเจตนาเดิม กมธ.ต้องการเปิดประตูให้พรรคการเมืองได้รับเงินค่าบำรุงพรรคจากประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรค บวกกับเงินอุดหนุนที่รัฐจะสนับสนุนเพิ่มเติมให้ แต่พรรคการเมืองไม่เอากันเอง ดังนั้นข้อเสนอที่ กมธ.ปรับใหม่จึงไม่บังคับให้แต่ละพรรคต้องมาจดทะเบียนรายชื่อสมาชิกพรรคใหม่ จึงมีทางเลือกให้ว่าหากพรรคใดไม่ต้องการรีเซ็ตรายชื่อสมาชิกพรรคใหม่ ให้ทำหนังสือยืนยันรับรองรายชื่อสมาชิกพรรคว่ามีความถูกต้องแล้ว ซึ่งจะทำให้สมาชิกพรรคไม่จำเป็นต้องเสียค่าสมาชิกพรรคปีละไม่เกิน 200 บาท เพราะไม่ถือว่าเป็นสมาชิกพรรคใหม่ อย่างไร ก็ตาม หากพรรคใดไม่ทำหนังสือยืนยันรายชื่อสมาชิกพรรคมา จะถือว่ารายชื่อพรรคการเมืองนั้นหายไปทั้งหมด ไม่มีสมาชิกพรรคเหลืออยู่

พท.อัดแถเอาใจหวังฟลุกเป็น ส.ว.

นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วิบากกรรมของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ต้องผ่านด่านอรหันต์ที่เอียงกะเท่เร่หลายด่าน ทั้งการอยู่ภายใต้อำนาจ กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ รวมทั้งอยู่ภายใต้อำนาจ ส.ว.แต่งตั้ง 250 คนของ คสช. ซึ่งใช้อำนาจไม่ต่างจาก ส.ส.ควบคุมกำกับนโยบาลรัฐบาลให้ต้องทำตาม ไม่อาจวางรากฐานการสร้างสรรค์ประเทศในอนาคตอันยาวไกล ส่วนเรื่องคำถามพ่วง สนช.และ สปท.ก็มาอีหรอบเดิม หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ สนช. สปท. ครม.ส่งความเห็น พวกที่แถเอาใจผู้มีอำนาจเพื่อให้เข้าตาเผื่อฟลุกได้เป็น ส.ว.ลากตั้งก็ยังไปแบบน้ำขุ่นๆ ให้ ส.ว.สามารถเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้ในก๊อกสอง บางคนให้เสนอได้ตั้งแต่แรก พวกนี้ไม่อายประชาชนทั้งประเทศ คสช.มาแล้วก็ไป แต่ประชาชนยังอยู่ตลอดไป ยังคงเดินหน้าเพื่อสร้างประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ใช่แค่ประชาธิปไตยที่ห่อหุ้มรัฐ ข้าราชการหรือรัฐทหารไว้เท่านั้น

รับไม่ได้วิธีส่งนโยบายให้ กกต.ดู

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงข้อเสนอกฎหมายลูกของ กกต.ที่ให้พรรคการเมืองส่งนโยบายหาเสียงให้ กกต.พิจารณาว่า นโยบายพรรคการเมืองที่เสนอต่อสาธารณะก่อนการเลือกตั้ง ใครจะรู้ได้ว่าถูกหรือผิด นักวิชาการ นักวิจัย แต่ละคนรู้จริงหรือไม่ หรือขึ้นอยู่กับเป็นพวกของใคร ใครเป็นคนเสนอ นโยบายจึงผ่านได้ ถ้าเป็นแบบนี้ประเทศไทยคงก้าวไปไม่ถึงไหน คนที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกลจนคนตามไม่ทัน จะไม่ได้รับการยอมรับ จะเกิดความอิจฉาริษยามาปิดกั้นไว้ เพราะกลัวคนอื่นจะเก่งกว่า ถ้าย้อนไปดูเมื่อครั้งพรรคไทยรักไทยเสนอนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ตอนนั้นถูกพรรคการเมืองคู่แข่งโจมตีว่า 30 บาทตายทุกโรค เป็นไปไม่ได้ ใช้งบประมาณมาก แต่ในที่สุดนโยบายนี้ได้รับการยอมรับในเวทีโลกก็ให้การยอมรับชื่นชมการให้บริการด้านสุขภาพถ้วนหน้าของไทย ทำให้อดคิดถึงนโยบายรถไฟความเร็วสูงของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพื่อให้ไทยเป็นฮับของอาเซียน แต่ถูกคัดค้าน อภิปรายถล่มในสภาฯ โดยฝ่ายค้าน ในที่สุดรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำมาปัดฝุ่นทำโครงการใหม่ แต่ค่าใช้จ่ายสูงกว่าเดิม ความเร็วรถไฟช้าลง

ปชป.จี้ สปท.ตั้งสติอย่ามโน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการออกกฎหมายลูกหลายฉบับ ที่ สปท.มีข้อเสนอแนะให้ปรับเปลี่ยนกฎกติกาหลายอย่างว่า สปท.คงมีเจตนาที่ดีอยากให้การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงใดๆ ควรคำนึงถึงข้อเท็จจริงในการปฏิบัติด้วย ไม่ใช่ คำนึงถึงทฤษฎีอย่างเดียว เพราะหลายครั้งไม่สามารถทำได้จริง ในอดีตที่ผ่านมามีความพยายามปรับเปลี่ยนกฎกติกาหลายครั้ง แต่พอปฏิบัติจริงกลับเลวร้ายลงไปกว่าเดิม เหมือนหนีเสือปะจระเข้ ดังนั้นทุกฝ่ายควรยึดหลักความพอดีที่สามารถทำให้เดินหน้าต่อไปได้

ฝาก กรธ.ตัดวงจรอุบาทว์ซ้ำซาก

นายองอาจกล่าวว่า ขอให้ กรธ.ที่ต้องร่างกฎหมายลูกคำนึงถึงปัญหาหลักของการเมืองไทย คือ การใช้เงินเข้าสู่ระบบอำนาจทางการเลือกตั้งแล้วใช้อำนาจไปทุจริตเพื่อหาเงินมาใช้ ทำทุกวิถีทางเพื่อกลับมามีอำนาจจนกลายเป็นวงจรอุบาทว์ ภายใต้ระบอบธนาธิปไตย เพื่อให้กฎหมายลูกเป็นประโยชน์ต่อการเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยไปในทิศทางที่ดีขึ้น จึงขอฝากให้ กรธ.พิจารณาประเด็นสำคัญคือ 1.การป้องกันปราบปรามการซื้อเสียงทุกรูปแบบ ทั้งการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่น 2.การป้องกันปราบปรามนักการเมืองผู้มีอำนาจไม่ให้ทุจริต และแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ 3.การป้องกันไม่ให้ผู้มีอำนาจใช้อำนาจหน้าที่ให้คุณให้โทษเกินขอบเขต ถ้า กรธ.สามารถออกกฎกติกาป้องกันการใช้เงินเป็นใบเบิกทางเข้าสู่อำนาจ และใช้อำนาจไปทำการทุจริตได้ จะมีส่วนสำคัญในการทำให้การเมืองไทยพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

“ยะใส” ชง 5 ข้อปฏิรูปพรรคการเมือง

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ. สถาบันปฏิรูปประเทศไทย กล่าวถึงการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่า ขอเสนอประเด็นที่ทำให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันไม่ใช่กลุ่ม ผลประโยชน์อย่างที่เป็นอยู่ 5 ข้อ คือ 1.ต้องควบคุม เงินทุน ทั้งจากผู้บริจาค ทั้งบุคคลและนิติบุคคลต้องเปิดเผยตัว แต่เงินนอกระบบเป็นเงินก้อนใหญ่ตรวจ สอบได้ยาก จึงควรเพิ่มบทบาท กกต. ปปง. สตง. และผู้ตรวจการแผ่นดินมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ 2.เพิ่มบทบาทของกรรมการคัดเลือกผู้สมัครในพรรค การเมืองนั้นๆ ให้สามารถถ่วงดุลอำนาจของหัวหน้าพรรคในการรับรองผู้สมัครของพรรค 3.ใช้ระบบไพรมารี่โหวต เพื่อให้ได้ผู้สมัครที่ประชาชนต้องการจริงๆ แก้ปัญหานายทุน เจ้าของพรรคล็อกโควตาให้คนของตัวเอง และให้สมาชิกพรรครวมทั้งประธานสาขาพรรคมีส่วนร่วมในการเลือกหัวหน้าพรรค 4.กรรมการบริหารพรรคต้องเป็นคนละคณะกับผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมืองของพรรค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการครอบงำ 5.เพิ่มบทบาทการมีส่วนร่วมของสาขาพรรคเพื่อให้เป็นกลไกเชื่อมโยงระหว่างพรรคกับสมาชิกพรรค

โหร คมช.ชี้ดวง “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯต่อ

นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหรชื่อดังเจ้าของฉายา “โหร คมช.” กล่าวถึงการทำงานรัฐบาลภายใต้ การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ครบ 2 ปี วันที่ 12 ก.ย. ว่า การทำงานของรัฐบาลชุดนี้ถือว่าเข้าเป้า แม้บางอย่างอาจช้าไปบ้าง แต่ทุกอย่างยังเป็นไปตามโรดแม็ป ส่วนดวง พล.อ.ประยุทธ์อย่างที่เคยทำนายไว้ยังคงต้องทำหน้าที่ต่ออีกรอบหนึ่ง บอกเลยอีกนานพอสมควร และในแง่โหราศาสตร์ที่ตนดูจากบุญและกรรมของผู้ที่ทำงานให้ชาติบ้านเมือง หน้าที่ของท่านยังไม่หมด การมาของ พล.อ.ประยุทธ์บนความสง่างาม จะไม่มีอุปสรรค เพราะคนส่วนใหญ่ในบ้านเมืองยินดี ดูได้จาก 16 ล้านเสียง ที่ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ และเมื่อไหร่บ้านเมืองสงบท่านก็จะลงของท่านเอง เหมือน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่เมื่อบ้านเมืองเดินไปได้ ไม่มีการแบ่งสี ท่านจะเดินลงของท่านเอง ส่วน คนที่ทำกรรมให้กับแผ่นดิน ก็จะได้รับกรรมต่อไป เหมือนไม่มีแผ่นดินอยู่

เหน็บ “วรงค์” อย่าแข่งไอ้ห้อยไอ้โหน

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า อยากเตือนสติ นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ที่แสดงความเห็นอคติกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เรื่องโครงการรับจำนำข้าว เพราะขณะนี้คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาฯ ส่วนคดีแพ่งมีคณะทำงานรับผิดชอบเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ ที่แปลกใจคือ นพ.วรงค์เป็นนักการเมืองจากการเลือกตั้ง กลับเห็นดีงามกับเผด็จการ โดยเฉพาะการใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. นิรโทษกรรมให้ทุกคนที่เช็กบิล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นการเอาเปรียบของพวกขี้ขลาดหนีความรับผิดชอบ แต่ นพ.วรงค์กลับไม่เคยเรียกร้องให้ คสช.ปฏิบัติด้วยความเป็นธรรม ปล่อยวางบ้างเถอะ เผด็จการได้ตั้งคนรับผิดชอบแล้ว อย่าไปทำผลงานแข่งกับไอ้ห้อยไอ้โหนเลย

จ่อเชือดทุจริตบ้านเอื้ออาทร ก.ย.นี้

นายณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงโครงการทุจริตบ้านเอื้ออาทร กล่าวถึงความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า รับช่วงคดีนี้ต่อจากนายประสาท พงษ์ศิวาภัย อดีต กรรมการ ป.ป.ช. โดยจะสรุปสำนวนคดีดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุม ป.ป.ช. เพื่อลงมติชี้มูลความผิดได้ภายในเดือน ก.ย.นี้ หรืออย่างช้าน่าจะไม่เกินเดือน ต.ค. ทุกอย่างจะเรียบร้อยหมด ทั้งนี้ สำนวนที่เกี่ยวกับโครงการบ้านเอื้ออาทรที่ตนรับผิดชอบมีเพียงสำนวนเดียว คือส่วนที่เกี่ยวกับนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามที่ คตส.ส่งเรื่อง มาให้ อย่างไรก็ตาม ยังตอบไม่ได้ว่าสำนวนที่จะเสนอ ต่อที่ประชุม ป.ป.ช.นั้น จะสามารถลงมติได้ทันทีหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ประชุม ป.ป.ช.จะมองว่ามีหลักฐานเพียงพอหรือไม่ ถ้าที่ประชุมไม่มีข้อสงสัย ก็น่าจะเร็ว

“วิลาศ” ปูด กทม.ส่อฮั้วเรือเทศกิจ

วันเดียวกัน เวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงปัญหาการทุจริตโครงการจัดซื้อเรือ ตรวจการณ์ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า สำนักเทศกิจของ กทม. ที่กำกับโดย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการ กทม. ออกทีโออาร์ซื้อเรือสามลำ คือ ลำที่หนึ่งเป็นเรือตรวจการณ์ไฟเบอร์กลาสความยาว 38 ฟุต ขนาดเครื่อง 250 แรงม้า ราคา 6.5 ล้าน ลำที่สอง ขนาดความยาว 45 ฟุต 300 แรงม้า ราคา 11 ล้าน และลำที่สาม เป็นเรือตรวจการณ์อเนกประสงค์ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 450 แรงม้า ติดแอร์ทั้งลำเหมือนเรือท่องเที่ยว มีครบทั้งตู้เย็น ทีวี เคาน์เตอร์บาร์ ลำโพง ไมโครโฟน แต่ไม่เห็นมี อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ราคา 26.5 ล้าน บาท ส่อทุจริตการฮั้วราคา โดยเริ่มต้นจากการเขียนสเปกเอื้อประโยชน์ให้บางบริษัทได้งานนี้ อ้างวัตถุ ประสงค์จัดซื้อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ทั้งที่ไม่มีเครื่องช่วยและติดกระจกรอบลำเรือ น่าเป็นเรือท่องเที่ยวชมวิวมากกว่า

ล็อกสเปกบริษัทขาใหญ่เจ้าเก่า

นายวิลาศกล่าวว่า หลังรับมอบส่งเรือลำ 26.5 ล้าน ต้องนำเรือเข้า กทม. ระหว่างทางเกิดไฟไหม้ห้องเครื่องยนต์จนพัง ต้องใช้เรืออื่นลากกลับอู่ต่อเรือเดิม ถึงวันนี้เกือบปีสภาพเรือถูกจอดทิ้งร้าง หลังคาเริ่มรั่วมีการนำซิลิโคนมาอุด ป้ายชื่อสำนักเทศกิจ กทม.ก็ร่อนขึ้นสนิมเขรอะ ส่วนเครื่องยนต์ทราบว่าเป็นของจีนต้องถอดไปซ่อมที่อู่มหาชัย จ.สมุทรสาคร ตอนแรกบอกจะหมดประกันในเดือน ก.ย. แต่พอตนจะเปิดประเด็น ก็ต่อประกันให้อีกหนึ่งปี ชัดเจนว่ามีการออกสเปกอ่อน เมื่อเทียบกับเรืออีกสองลำที่ราคาถูกกว่า

“มีการเอื้อประโยชน์ให้ขาใหญ่เจ้าเดิม เพราะพบความเชื่อมโยงส่อฮั้วประมูล บริษัทที่ได้งานต่อเรือคือ บริษัทแกรนด์ไลน์ อินโนเวชั่น จำกัด ซึ่งเจ้าของ เป็นลูกของเจ้าของบริษัท ริเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ขาใหญ่ที่ได้งาน กทม.ต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทคู่เทียบสัญญาก็ยังมีศักดิ์เป็นหลาน จึงขอให้ คสช.และต้นสังกัด กทม. ต้องเล่นงานยกเข่ง เพราะทำเหมือนบ้านเมืองไร้ขื่อแป ขัดนโยบายปราบทุจริตตบหน้ารัฐบาล นี่เป็นเรือชุดอุ่นเครื่อง ยังมีเรืออีกชุดราคากว่า 300 ล้านบาท ที่จะนำมาเปิดเผยต่อไป ทั้งนี้ จะยื่นเรื่อง เรือตรวจการณ์ 3 ลำแรกนี้ให้ สตง.และ ป.ป.ช.ตรวจ สอบในวันที่ 14 ก.ย.” นายวิลาศกล่าว

ท้าชน กปภ.จี้ให้ไปฟ้องศาล

นายวิลาศยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามปัญหาการทุจริตในการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ว่า ขอเรียกร้องถึงสหภาพ กปภ.ที่เคยออก แถลงการณ์ว่า จะรักษาองค์กรร่วมมือปราบปรามทุจริต แต่กลับระบุว่าตนประโคมข่าว ตนกล่าวหาจากข้อ เท็จจริงที่ได้รับเรื่องร้องเรียนมีเอกสารหลักฐานชัดเจน ไม่มีเจตนาร้ายต่อองค์กร กปภ. หรือรังเกียจใครทั้งสิ้น แต่ทำเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ทุกเรื่องที่ตนแถลงพร้อมจะออกรายการทีวีกับผู้บริหาร กปภ. และหากคิดว่าตนละเมิดหรือกล่าวเท็จ ก็ขอให้ ดำเนินคดีตามกฎหมายได้

“ผมคิดว่าสาเหตุที่มีการออกแถลงการณ์ของสหภาพ กปภ.มาจากกรณีที่การประปาส่วนภูมิภาคสาขาต่างๆ เอามิเตอร์ที่มีแกนมาตรเป็นทองเหลืองไปขายต่อ เพราะได้ราคาดีเป็นทองเหลืองล้วนๆ โดยไม่มีการลงบัญชีเกือบทุกสาขา เพราะเกี่ยวพันกับคนส่วนใหญ่ในองค์กร จึงขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ เพราะทำง่าย ในช่วงปี 52-57 มีการเปลี่ยนมิเตอร์เป็นท่อพีอีจำนวนเท่าไหร่ เขตใดบ้าง ขอให้สหภาพ กปภ.ไปตรวจสอบด้วยเชื่อว่าไม่เกิน 30 วันจะทราบผล และขอให้เผยแพร่ข่าวต่อสังคม ด้วยว่า ใครโกง ใครทุจริต องค์กร กปภ.จะได้มีความ โปร่งใส หากตรวจสอบอย่างจริงจัง เชื่อว่าจะมีผู้จัดการสาขาฯเกินครึ่งที่ต้องเข้าคุก” นายวิลาศกล่าว

เปิดงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน

เย็นวันเดียวกัน เวลา 18.00 น. ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานงานวันต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ 2559 และกล่าวปาฐกถาพิเศษ “มาตรการจัดการการคอร์รัปชันของประเทศไทยอย่าง เป็นรูปธรรม” โดยมี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว. ยุติธรรม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม พร้อมด้วยนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ตลอดจนประชาชน รวมถึงเครือข่ายองค์กรต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ทั้งนี้ พล.อ.ไพบูลย์ได้กล่าวรายงานผลการดำเนินตลอด 2 ปีที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาระยะสั้น การใช้มาตรา 44 ในการแก้ไขระยะสั้น ขณะที่ระยะยาวจะใช้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) ในการดูแลแก้ไขปัญหารายกระทรวง

“บิ๊กตู่” สั่งสอบเฉียบพวกเก็บค่าต๋ง

จากนั้นนายกฯกล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า ปัญหาทุจริตมีมานาน รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนพฤษภาคม 57 เป็นหน้าที่เราต้องแก้ไข ไม่ได้เข้ามาเพื่อจับผิดใคร หรือแกล้งใครอย่างที่กล่าวหา กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย โรดแม็ประยะที่ 3 ส่งมอบงาน การทุจริตต้องน้อยลง หรือไม่มีเลย แม้มีอำนาจตามมาตรา 44 ที่ชี้เป็นชี้ตายได้ ตนก็ไม่เคยทำ ซึ่งต่อไปไม่มีมาตรา 44 การแก้ไขปัญหาต้องอยู่บนกฎหมายสากล แต่การใช้กฎหมายแก้อย่างเดียวไม่มีวันจบ ต้องแก้ไขปัญหาความยากจน ลดการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม ความไม่พอเพียงและการศึกษาด้วย เป็นห่วงโซ่ ปัญหามันทับซ้อนกันอยู่ เวลานี้มีมาร้องเรียนตนมากว่าการอำนวยความสะดวกยังเรียกเก็บสตางค์ กำลังให้สอบอยู่ ถ้าพบว่าผิดมีโทษไล่ออกอย่างเดียว ข้าราชการอย่าคิดว่าทำอะไรแล้วไม่มีใครรู้ ประชาชนจับตาดูอยู่ และบางคดีเมื่อศาลตัดสินแล้วควรเคารพกระบวนการยุติธรรม อย่าทำตัวเหมือนบางคนที่ไม่ยอมรับการตัดสิน ถ้ากฎหมายต่างๆออกมาเร็วกว่านี้ วันนี้คงสร้างคุกกันไม่ทัน

“เปิดไฟไล่โกง” พร้อมกันทั่วประเทศ

นายกฯกล่าวว่า เราเป็นประเทศประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่เราไม่ใช่สังคมนิยมประชาธิปไตยอย่าคิดว่าทำไมไม่ทำแบบนี้แบบนั้น เพราะประเทศเราเป็นแบบนี้ก็ต้องแก้ปัญหาแบบนี้ อย่ามองว่าประเทศอื่นทำไมทำได้ เพราะเขาไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบของเรา มันอยู่ที่วิธีการของเรานั่นคือการเลือกคนดีปกครองบ้านเมือง และประชาชนต้องให้ความร่วมมือรัฐบาลเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแส ตนก็ฟังข้อมูลจากท่าน ทั้งจากหนังสือพิมพ์ ข้าราชการและการประชุม ครม. รับหมดทุกปัญหา อย่าบอกว่าไม่ฟังใคร ฟังเยอะก็ทำเยอะ ทุกคนต้องร่วมมือกับรัฐบาลและ คสช.ในเวลานี้ เพราะเป็นช่วงสำคัญทำกลไกกระบวนการต่างๆให้เดินหน้าได้อีก 20 ปีข้างหน้า อย่าไปมองเรื่องต่อท่ออำนาจ ท่ออะไรยังไม่รู้เลย ตนไปตามโรดแม็ปของตน ตนไม่อยากได้ประโยชน์อะไร

จากนั้น นายกฯพร้อมผู้ร่วมงานทั้งหมดได้มีการ “เปิดไฟไล่โกง” เปิดไฟฉายเพื่อแสดง สัญลักษณ์การไล่โกง ซึ่งจัดงานส่องไฟพร้อมกันทั่วประเทศที่ศาลากลางจังหวัดต่างๆ

กกต.ชงร่าง ก.ม.ลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.สุดเฮี้ยบแบบมีคลาส ซอยละเอียดปมทุจริต เพิ่ม “ใบส้ม-ใบดำ” นอกเหนือจากของเดิมที่มีแค่ “ใบเหลือง-ใบแดง” วางเกณฑ์แจกใบส้มเพื่อระงับสิทธิชั่วคราว 1 ปี ส่วนใบแดงโทษรุนแรงขึ้นตัดสิทธิถึง10ปี 12 ก.ย. 2559 08:18 12 ก.ย. 2559 08:20 ไทยรัฐ