วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รับน้องม.เกษตร ปี1โคม่า! เจอ 'ปอดติดเชื้อ'

พาณิชยนาวีวิทยาเขตศรีราชา ถูกรุ่นพี่สั่งให้ว่ายนํ้าข้ามสระ หมดแรงจม-ยังอยู่ในไอซียู

นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ตกเป็นเหยื่อรับน้องโหด ถูกรุ่นพี่บังคับให้ดำน้ำในบ่อบำบัดน้ำเสีย แต่กลับจมน้ำเน่าหมดสติ หามส่งโรงพยาบาลกลางดึก แพทย์ระบุปอดติดเชื้อทั้งสองข้างต้องให้ยาฆ่าเชื้อ อาการเข้าขั้นวิกฤติ ขณะที่พ่อทราบข่าวถึงกับช็อก รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาดไม่ถึงว่ามหาวิทยาลัยที่คิดว่าปลอดภัยที่สุดกลับเจอเหตุการณ์แบบนี้ เรียกร้องให้ “นายกฯตู่” กำหนดนโยบายรับน้องควรใช้วิธีที่ดีกว่านี้ ขณะที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยดาหน้าชี้แจงอ้างสถานที่เกิดเหตุไม่ใช่บ่อบำบัดน้ำเสีย แต่เป็นบ่อน้ำฝนที่ใช้ฝึกกิจกรรมของคณะและไม่ใช่เป็นการรับน้อง เป็นเพียงกิจกรรมพี่สายรหัสดูแลน้องรหัสเท่านั้น

กรณีสังคมออนไลน์และเฟซบุ๊กที่กลุ่มเพื่อนโรงเรียนเก่าโรงเรียนสันติราษฎร์ รุ่น 40 ได้โพสต์ถึงเรื่องราวของน้องบอส หรือนายโชคชัย ทองเนื้อขาว อายุ 19 ปี นิสิตปี 1 คณะพาณิชยนาวีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ถูกรุ่นพี่จากคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ ต้อนรับน้องใหม่ด้วยวิธีการป่าเถื่อนโดยการบังคับให้ดำน้ำในบ่อบำบัดน้ำเสียจนน้องบอสจมน้ำเน่ามีอาการแน่นิ่งหมดสติ ต้องส่งเข้าห้องไอซียู อาคารเฉลิมสิริบุญการ (สก.) รพ.ชลบุรี เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา ในมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชานั้น

ต่อมาสายวันที่ 11 ก.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องนี้กับทางคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา โดยอาจารย์ผู้ประสานงานได้ติดต่อผ่านทางโทรศัพท์สัมภาษณ์ พล.ร.ท.ศ.เกียรติคุณนิรุทธ์ หงส์ประสิทธิ์ คณบดีคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชาโดย พล.ร.ท.ศ.เกียรติคุณนิรุทธ์ชี้แจงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่เป็นการรับน้อง เป็นเพียงกิจกรรมของคณะที่จัดขึ้นในบริเวณมหาลัยคือ พี่พบน้องเพื่อเฉลยสายรหัสและหลังจากทราบสายรหัสแล้ว รุ่นพี่จะมีการดูแลกันต่อไปในอนาคต

คณบดีคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ กล่าวอีกว่า กิจกรรมนี้จัดขึ้นบริเวณสนามซอฟต์บอลซึ่งเป็นลานดินกว้าง โดยมีรุ่นพี่และรุ่นน้องประมาณ 400 คนร่วมจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง หลังจากเสร็จกิจกรรมแล้ว กลุ่มรุ่นน้องและรุ่นพี่ประมาณ 6-7 คน และหนึ่งในนั้นคือนายโชคชัย ทองเนื้อขาว หรือน้องบอส อายุ 19 ปี เรียนปี 1 คณะพาณิชยนาวีนานาชาติได้เดินไปล้างตัวที่บริเวณสระแก้มลิง ห่างจากจุดจัดกิจกรรมประมาณ 20-30 เมตร โดยเป็นสระที่ทางมหาวิทยาลัยขุดไว้ กว้างประมาณ 20 เมตร ยาวประมาณ 40 เมตร และลึกประมาณ 3 เมตร เพื่อกักเก็บน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขาเพื่อเป็นการชะลอน้ำไม่ให้ทะลักเข้ามาท่วมพื้นที่บริเวณด้านล่างและยังใช้ในการทดสอบเรือที่นักศึกษาประดิษฐ์ขึ้นด้วย

“ช่วงที่ล้างตัวนั้นมีรุ่นพี่ได้ให้น้องปี 1 ว่ายข้ามฝั่งไปหารุ่นพี่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้บังคับซึ่งมาทราบในภายหลังว่าน้องมีอาการป่วยไม่สบายและเกิดจมน้ำ รุ่นพี่ที่เห็นเหตุการณ์ได้ลงไปช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลชลบุรีอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นแพทย์ที่ดูแลอาการพบว่าปอดติดเชื้อจึงให้พักผ่อนในห้องไอซียูเพื่อดูแลอาการอย่างใกล้ชิด และขณะนี้ได้ประสานญาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ได้ทอดทิ้งแต่อย่างใดและจะให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขณะนี้ต้องรอดูอาการของน้องบอสไปก่อน เพราะอยู่ระหว่างพักฟื้นพร้อมได้มีการเรียกเพื่อนและรุ่นพี่ที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบถามถึงเหตุที่เกิดขึ้นและพร้อมจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนให้ทราบรายละเอียดที่เกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะช่วงที่เกิดเหตุเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ คาดว่าภายในวันจันทร์นี้จะมีการชี้แจงสาเหตุที่เกิดขึ้นต่อไป” พล.ร.ท.ศ.เกียรติคุณนิรุทธ์ กล่าว

จากนั้นผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ รพ.ชลบุรี เพื่อติดตามอาการของน้องบอส บริเวณหน้าห้องไอซียูอายุรกรรม ชั้น 2 อาคารเฉลิมสิริบุญการ (สก.) มีกลุ่มเพื่อนเก่าของน้องบอสสมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ทราบข่าวทางเฟซบุ๊กเดินทางมาเยี่ยมแต่แพทย์ไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมภายในห้อง กลุ่มเพื่อนเลยนั่งเฝ้าที่หน้าห้องไอซียูแทน พร้อมจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงความรับผิดชอบและน้ำใจของรุ่นพี่ที่จัดกิจกรรมรับน้องรวมทั้งผู้เกี่ยวข้องในมหาวิทยาลัยว่า ตั้งแต่น้องบอสเข้าโรงพยาบาลยังไม่เห็นรุ่นพี่หรือผู้บริหารมหาวิทยาลัยเข้ามาดูแลเลย แถมยังฝากบอกด้วยว่าหากยังมีการรับน้องใหม่อีก ขอให้รุ่นพี่ดูแลรุ่นน้องให้ดี อย่าให้เป็นเหมือนน้องบอสที่ยังนอนไม่ได้สติ

ขณะที่ นพ.ชุติเดช ตาบองครักษ์ ผอ.รพ.ชลบุรี เปิดเผยว่า รพ.ชลบุรีรับตัวน้องบอสเข้ามารักษา เมื่อวันที่ 8 ก.ย. เวลาประมาณ 21.00 น. ขณะนั้นคนไข้มีอาการหมดสติไม่รู้สึกตัว ทีมแพทย์ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และจากการรักษาพบว่าคนไข้มีอาการติดเชื้อที่ปอดทั้งสองข้าง เนื่องจากมีการสำลักน้ำจึงจำเป็นต้องให้ยานอนหลับเพราะไม่ต้องการให้คนไข้รู้สึกตัวเพราะจะมีอาการต้านเครื่องช่วยหายใจและยังคงต้องให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อในปอด อาการโดยรวมยังคงวิกฤติ ยังต้องอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

ต่อมาเวลา 11.30 น.วันเดียวกันนายอัมพร ทองเนื้อขาว อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 2 ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง อดีตกำนัน ต.พนางตุง พ่อของน้องบอสพร้อมแม่และญาติเดินทางมาที่ รพ.ชลบุรี เพื่อดูอาการของน้องบอส หลังเสร็จจากการเยี่ยมลูกชาย นายอัมพรได้ออกมาทักทายพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนของน้องบอสสมัยที่เรียนอยู่โรงเรียนเก่าพร้อมเปิดเผยว่า น้องบอสเป็นลูกชายคนโตมีน้องชายอีก 1 คน ตนกับครอบครัวรู้สึกรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกเพราะตั้งใจให้ลูกมาเรียนอยู่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพราะมั่นใจในความปลอดภัย เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยระดับประเทศ พอทราบข่าวเกือบช็อกเพราะว่าลูกชายตั้งใจมากที่มาอยู่เพราะคิดว่าปลอดภัยที่สุด

“ตอนนี้อาการน้องบอส ยังสลบอยู่เนื่องจากหมอให้ยานอนหลับ เพราะหากว่าฟื้นขึ้นมาปอดจะทำงานหนัก ผมขอฝากบอกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วยว่าให้กำหนดเป็นนโยบายไปเลยเรื่องการรับน้องใหม่มีวิธีอื่นที่ดีมีเยอะแยะ แต่นี่กลับใช้บ่อบำบัดน้ำเสีย ไม่ปลอดภัยอยู่แล้วมีแต่เชื้อโรค รุ่นพี่สนุกกันเกินไป ส่วนเรื่องการจะแจ้งความหรือไม่นั้น ต้องรอดูว่าผู้บริหาร คณาจารย์และผู้บริหารของมหาวิทยาลัยจะดำเนินการอย่างไรก่อน ในส่วนของผมคงต้องปล่อยเรื่องให้ดำเนินการไปตามกฎหมาย” นายอัมพรกล่าว

ภายหลังนายจงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่าได้รับทราบเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นและได้มอบหมายให้นายก่อโชค จันทวรางกูร รักษาการแทนรองอธิการบดี มก.วิทยาเขตศรีราชารวมถึงผู้บริหารที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือนิสิตและครอบครัวทันทีอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยซึ่งจากรายงานข้อมูลเบื้องต้นไม่ได้เป็นกิจกรรมรับน้องแต่เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในระหว่างการเรียนที่เกิดจากพี่สายรหัสดูแลน้องรหัส เนื่องจากนิสิตที่เรียนคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ ทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำ ทั้งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นมาทุกปีและจะมีอาจารย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอยืนยันว่าไม่มีการบังคับข่มขู่หรือเป็นกิจกรรมรุนแรง แต่ทั้งนี้มหาวิทยาลัยก็จะไม่ปัดความรับผิดชอบจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว หากรุ่นพี่ หรืออาจารย์ที่เกี่ยวข้องมีความประมาทเลินเล่อในการจัดกิจกรรม ทางมหาวิทยาลัยจะดำเนินการตามความผิดและช่วยเหลือนิสิตคนดังกล่าวอย่างเต็มที่” รักษาการแทนอธิการบดี มก.กล่าวและยืนยันด้วยว่า บ่อน้ำที่เกิดเหตุไม่ใช่บ่อบำบัดน้ำเสียแต่เป็นบ่อน้ำฝนที่มหาวิทยาลัยใช้ฝึกปฏิบัติและทำกิจกรรมต่างๆ ของคณะพาณิชยนาวีอยู่แล้ว เพราะคณะนี้ต้องทำกิจกรรมเกี่ยวข้องกับน้ำ ในวันที่เกิดเหตุไม่แน่ชัดว่าสภาพร่างกายของนิสิตเป็นอย่างไร ทางมหาวิทยาลัยจะตรวจสอบหาข้อเท็จจริงอีกครั้งและรับผิดชอบอย่างเต็มที่ แต่ตอนนี้ขอให้นิสิตปลอดภัยก่อน ส่วนเรื่องรับน้องนั้น มก.ได้มีการประกาศนโยบายการรับน้องสร้างสรรค์ ทำความเข้าใจกับคณาจารย์และรุ่นพี่ทุกคณะ ทุกวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะการไม่มีกิจกรรมรุนแรง การข่มขู่บังคับ

ด้านนายก่อโชค จันทวรางกูร รักษาการแทนรองอธิการบดี มก.วิทยาเขตศรีราชากล่าวว่า นิสิตคณะพาณิชยนาวีนานาชาติต้องมีการฝึกปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับน้ำ การเดินเรือ การขนส่งทางทะเล โดยกิจกรรมที่เกิดขึ้นไม่ใช่กิจกรรมรับน้องรุนแรงหรือกิจกรรมรับน้องโหด แต่เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมระหว่างการเรียนเพื่อทดสอบความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจที่จะปฏิบัติงานบนเรือและทะเล ส่วนกรณีบ่อบำบัดน้ำเสียเรื่องนี้ไม่เป็นเรื่องจริง บ่อดังกล่าวเป็นบ่อเก็บน้ำฝนรวมถึงไม่มีการบังคับข่มขู่ให้เข้าร่วมและทุกกิจกรรมจะมีอาจารย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยกำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยจากการสอบถามรุ่นพี่ นิสิตรุ่นน้องและอาจารย์ ทุกคนเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเมื่อเกิดเหตุก็ได้ลงไปช่วยเหลือนิสิตคนดังกล่าวทันที แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเหตุการณ์เป็นเช่นใด

นายก่อโชคกล่าวอีกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนวันรับน้องกลางของมหาวิทยาลัย 1 วันจึงทำให้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นกิจกรรมรับน้อง อย่างไรก็ตาม ตลอด 1 เดือน ก่อนเปิดภาคเรียนนิสิตคณะพาณิชยนาวีทุกคนจะต้องฝึกปฏิบัติ ฝึกความเข้มแข็งของร่างกาย และมีหลายกิจกรรมที่รุ่นพี่สายรหัสและรุ่นน้องต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ดังนั้น กรณีที่เกิดขึ้นไม่อยากให้โทษว่าเป็นความผิดของใครและมหาวิทยาลัยก็ได้ช่วยเหลือ ดูแลทั้งนิสิตและครอบครัวของนิสิตอย่างเต็มที่ ตอนนี้ขอให้อาการของนิสิตปลอดภัยก่อน ขณะที่พ่อแม่ทางมหาวิทยาลัยได้เข้าไปให้ข้อมูลข้อเท็จจริงต่างๆ พูดคุยทำความเข้าใจและจะช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลนิสิตเต็มที่

ด้าน น.ส.อาภรณ์ แก่นวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ตนทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยชี้แจงเรื่องนี้ เบื้องต้นได้กำชับให้มหาวิทยาลัยดูแลนักศึกษาที่ประสบอุบัติเหตุให้ปลอดภัยก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังโลกออนไลน์ได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ส่วนใหญ่ต่างเห็นใจและสงสารน้องบอสที่ตั้งใจจะมาเรียนหนังสือแต่กลับกลายเป็นเหยื่อโหดของรุ่นพี่ แถมยังกล่าวถึงพิธีการรับน้องไม่สมควรมีแล้ว หรือถ้ามีควรจะเน้นกิจกรรมที่เป็นการเสริมความรู้หรือวิธีการที่ไม่รุนแรงและเรียกร้องให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นโดยเร็ว แต่ขณะเดียวกันมีการแชร์ข้อความและรูปภาพของคนที่อ้างว่าเป็นรุ่นพี่ในคณะพาณิชยนาวีนานาชาติระบุว่า “เสพข่าวอย่างมีสตินะครับ อย่าเอาสถาบันผมเป็นแพะของสังคม ที่นี่ไม่ได้มีไว้สำหรับคนอ่อนแอ”

ต่อมาเวลา 17.30 น. นายจงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตศรีราชา พร้อมคณาอาจารย์ได้พานายอัมพร ทองเนื้อขาว พ่อของนายโชคชัย ทองเนื้อขาวหรือน้องบอสและญาติไปตรวจสอบสระน้ำที่เกิดเหตุภายในมหาวิทยาลัยโดยใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง จากนั้นนายอัมพรเปิดเผยว่า เมื่อมาดูสถานที่จริงพบเป็นบ่อกักเก็บน้ำหรือแก้มลิงที่กักเก็บน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขาเพื่อเป็นการชะลอน้ำไม่ให้ทะลักเข้ามาท่วมพื้นที่บริเวณด้านล่าง โดยไม่ใช่เป็นบ่อบำบัดน้ำเสียหรือบ่อสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเหมือนที่เป็นข่าวแต่อย่างไร สำหรับน้องบอสหัดว่ายน้ำตั้งแต่เด็กเพื่อสอบเข้านักเรียนเตรียมทหารจึงว่ายน้ำเก่งและเล่นกีฬาเกือบทุกชนิดมีร่างกายแข็งแรงแต่ไม่ทราบว่าจมน้ำด้วยสาเหตุใด แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้อาการของน้องดีขึ้นตามลำดับและมั่นใจว่าอีกไม่กี่วันก็จะสามารถมาเรียนตามปกติ

ส่วนนายจงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา กล่าวว่า การพาญาติและพ่อของน้องบอสมาดูสถานที่จุดเกิดเหตุในครั้งนี้เพื่อสร้างความสบายใจให้กับครอบครัวเพราะจุดที่เกิดเหตุอยู่ภายในมหาวิทยาลัยและเป็นเพียงสระกักเก็บน้ำหรือแก้มลิงเท่านั้น ในวันเกิดเหตุมีกิจกรรมนี้ขึ้นบริเวณสนามซอฟต์บอลซึ่งเป็นลานดินกว้างใกล้กับจุดเกิดเหตุ และหลังจากเสร็จกิจกรรมแล้ว น้องบอสและรุ่นพี่ประมาณ 6-7 คน ได้เดินไปล้างตัวที่สระดังกล่าวและรุ่นพี่ได้ให้น้องบอสว่ายไปฝั่งตรงข้าม แต่ร่างกายอาจจะอ่อนเพลียจากการทำกิจกรรมหรืออาจเป็นตะคริวจนเกิดจมน้ำในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นต้องรับผิดชอบและต้องรอให้น้องบอสอาการดีขึ้นเพื่อสอบถามสาเหตุอีกครั้ง

นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ตกเป็นเหยื่อรับน้องโหด ถูกรุ่นพี่บังคับให้ดำน้ำในบ่อบำบัด น้ำเสีย แต่กลับจมน้ำเน่าหมดสติ หามส่งโรงพยาบาลกลางดึก แพทย์ระบุปอดติดเชื้อทั้งสองข้างต้องให้ยาฆ่าเชื้อ อาการเข้าขั้นวิกฤติ 12 ก.ย. 2559 08:01 12 ก.ย. 2559 08:01 ไทยรัฐ