วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เหนือ-อีสาน-ตะวันออก มีฝนเพิ่มขึ้น ตกหนักบางแห่งใน 17 จว.

เหนือ-อีสาน-ตะวันออก มีฝนเพิ่มขึ้น ตกหนักบางแห่งใน 17 จว.

  • Share:

เหนือ-อีสาน-ตะวันออก มีฝนเพิ่มขึ้น และตกหนักบางแห่งใน 17 จังหวัด ขณะที่ดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ คาดขึ้นฝั่งตอนกลางเวียดนาม เช้าพรุ่งนี้ ส่งผลให้ช่วง 14-16 ก.ย. ไทยเว้นภาคใต้ ฝนตกหนักถึงหนักมาก ...

เมื่อวันที่ 12 กันยายน จากการตรวจสอบจากระบบพยากรณ์อากาศไทยรัฐทีวี พบว่าปัจจัยหลักๆ ที่ส่งผลต่อสภาพอากาศในเมืองไทย ยังคงเป็นร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือ และภาคอีสาน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย จึงทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก มีฝนตกเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

นอกจากนี้ ยังต้องจับตาการก่อตัวของพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ โดยตอนนี้มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ประมาณ 750 กิโลเมตร มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กม./ชม. คาดว่ามีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่ง บริเวณตอนกลางของประเทศเวียดนามในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ และเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลางตอนบน ในช่วงวันที่ 14-16 กันยายนนี้ ลักษณะเช่นนี้ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก

สำหรับภาพถ่ายดาวเทียมเช้านี้ พบกลุ่มเมฆปกคลุมประเทศไทยค่อนข้างหนาตา โดยพื้นที่ที่ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆฝน และคาดว่าจะมีฝนตกลงมาใน 1 ชั่วโมงนี้ ได้แก่ ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ ตาก กำแพงเพชร, ภาคอีสาน จ.เลย ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์, ภาคกลาง จ.กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี อยุธยา สระบุรี นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรสงคราม, ภาคตะวันออก จ.นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง และภาคใต้ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง พังงา ภูเก็ต

ขณะที่ การคาดการณ์ปริมาณฝนสะสมตลอด 48 ชั่วโมงต่อจากนี้ พบว่าพื้นที่ที่แสดงเป็นพื้นที่สีเขียว คือบริเวณที่มีปริมาณน้ำฝนสะสมมาก ปกคลุมเป็นวงกว้างทั้งในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งอันดามัน นอกจากนี้ ยังมีบางพื้นที่แสดงเป็นสีเหลือง สีแดง คือมีปริมาณน้ำฝนสะสมมากเป็นพิเศษ จนอาจก่อให้เกิดภัยธรรมชาติอื่นๆ ตามมาได้ ทั้งน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ได้แก่ บริเวณภาคอีสานตอนล่าง จังหวัดบุรีรัมย์ นครราชสีมา สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี

นอกจากในไทยแล้ว ใครที่จะไปบริเวณเกาะไต้หวันในสัปดาห์นี้ มีพายุ 1 ลูกที่ต้องเฝ้าจับตา คือพายุไต้ฝุ่นเมอรันตี ล่าสุดนี้เป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 3 มีศูนย์กลางอยู่ทางตะวันออกของเกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ อยู่ห่างจากประเทศไทย 3,518 กม. มีควาเร็วลมศูนย์กลาง 185 กม./ชม. เคลื่อนที่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยความเร็ว 25 กม./ชม. มุ่งสู่เกาะไต้หวันของจีน คาดว่าพายุนี้จะเพิ่มความเร็วลมศูนย์กลางเป็นไต้ฝุ่นระดับ 4 ในเช้าวันที่ 13 กันยายน ก่อนที่จะขึ้นฝั่งไต้หวันในช่วงวันพุธที่ 14 กันยายน และเคลื่อนขึ้นฝั่งอีกครั้งบริเวณใกล้เมืองเซี่ยเหมินของประเทศจีน ในช่วงวันศุกร์ที่ 16 กันยายนต่อไป ดังนั้น ใครจะไปบริเวณดังกล่าวต้องตรวจสอบสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดก่อนออกเดินทางด้วย แต่พายุลูกนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

สำหรับภาพรวมสภาพอากาศทั่วไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงระหว่างเย็นถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36 องศาเซลเซียส

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้